| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 22 ม.ค. 70 - 01 ก.พ. 70 | 169,900 บาท | 29,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 12 ก.พ. 70 - 22 ก.พ. 70 | 169,900 บาท | 29,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 19 มี.ค. 70 - 29 มี.ค. 70 | 169,900 บาท | 29,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 09 เม.ย. 70 - 19 เม.ย. 70 | 179,900 บาท | 29,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 30 เม.ย. 70 - 10 พ.ค. 70 | 175,900 บาท | 29,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 14 พ.ค. 70 - 24 พ.ค. 70 | 175,900 บาท | 29,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 28 พ.ค. 70 - 07 มิ.ย. 70 | 179,900 บาท | 29,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 18 มิ.ย. 70 - 28 มิ.ย. 70 | 185,900 บาท | 29,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 16 ก.ค. 70 - 26 ก.ค. 70 | 185,900 บาท | 29,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 06 ส.ค. 70 - 16 ส.ค. 70 | 185,900 บาท | 39,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 17 ก.ย. 70 - 27 ก.ย. 70 | 175,900 บาท | 29,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 08 ต.ค. 70 - 18 ต.ค. 70 | 175,900 บาท | 29,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 15 ต.ค. 70 - 25 ต.ค. 70 | 175,900 บาท | 29,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 29 ต.ค. 70 - 08 พ.ย. 70 | 175,900 บาท | 29,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
09.30 สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4เคาร์เตอร์ สายการบิน ITA Airways เจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง
12.25 ออกเดินทางสู่กรุงโรม โดยสายการบิน ITA Airways เที่ยวบินที่ AZ759
19.15 เดินทางถึงสนามบินนานาชาติฟูมิชิโน (กรุงโรม) ประเทศอิตาลี (รอเปลี่ยนเครื่อง 2 ชั่วโมง)
21.50 ออกเดินทางสู่สนามบินบารี โดยสายการบิน ITA Airways เที่ยวบินที่ AZ1603
22.55 ถึงสนามบินบารี หลังจากรับสัมภาระเรียบร้อยแล้วเดินทางเข้าที่พัก
พักที่: NICOLAUS HOTEL BARI หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเดินทางเข้าสู่หมู่บ้าน “โพลิญาโน อา มาเร่” (Polignano a Mare) (38 กม.) หนึ่งใน “หมู่บ้านที่สวยที่สุดของแคว้นอาปูลี” เมืองน่ารักที่เก่าแก่แห่งนี้ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเล ก่อตั้งโดยผู้ตั้งถิ่นฐานชาวกรีก ไปจนถึงความจริญรุ่งเรืองภายใต้การปกครองของโรมัน นำท่านเดินเข้าสู่ถนนทราญาน่า Via Traiana ซึ่งสร้างขึ้นระหว่างคริสตศักราช 108-110 เข้าสู่ตัวเมืองบริเวณ จัตุรัสวิตตอริโอ เอมานูเอเล (Piazza Vittorio Emanuele) ชมประตูเมืองเก่าอันเก่าแก่ หรือ อาร์โก มาร์เชซาเล (Porta Grande or Arco Marchesale) มีเวลาให้ท่านชมวิวชายหาดและอ่าวที่สวยงามของตัวเมือง จากบริเวณสะพานสะพาน Ponte Borbonico su Lama Monachile Lama Monachile ปัจจุบันนี้ Polignano a Mare ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกด้วยเมืองเก่ามีซอยคดเคี้ยวร้านค้าพื้นเมืองที่น่ารัก
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวันมื้อพิเศษ ณ ภัตตาคาร Grotta Palazzese (ภัตตาคารถ้ำสุดหรู 5 ดาว)
www.kellyprincewrites.com/grotta-palazzese-italy-famous-cave-restaurant/
บ่าย หลังอาหารเดินทางเข้าสู่หมู่บ้าน “โมโนโพลี” (Monopoli) (8 กม.) เมืองที่ทำให้ทุกท่านรู้สึกเหมือนหยุดเวลา ไห้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์แบบอิตาลีตอนใต้ที่สวยงามและเป็นธรรมชาติ ท่านยังคงมองเห็นชีวิตประจำวันของชาวประมงที่จับปลากลับมาที่ท่าเรือ กลุ่มผู้ชายทั้งเด็กและผู้ใหญ่รวมตัวกันบนถนนนั่งเล่นและพูดคุยกันเหมือนภาพในอดีต ร้านอาหารและบาร์ที่เต็มไปด้วยคนท้องถิ่นไม่ใช่นักท่องเที่ยว นำท่านเดินสู่ป้อมปราการ แห่ง โมโนโพลี (The Castle of Monopoli) สร้างขึ้นในช่วงทศวรรษปี 1500 บนแหลมที่ยื่นออกไปในทะเล ป้อมปราการแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของป้อมปราการชายฝั่งที่สั่งให้สร้างขึ้นโดยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 5 แห่งสเปน จากนั้นกลับสู่เมืองบารี (Bari) (42 กม.) เมืองหลวงของภูมิภาคอาปูเลียในเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดที่แห่งหนึ่งของอิตาลีใต้ เข้าสู่เขตเมืองเก่าบริเวณจตุรัสเมอร์ ชานไทล์ (Piazza Mercantile) เป็นบริเวณที่พลุกพล่านไปด้วยคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ในบริเวณนี้ยังเป็นท่าเรือที่สามารถข้ามฟากไปยังเมืองดูบรอฟนิค ประเทศโครเอเชียได้อีกด้วย เก็บภาพโบสถ์เซนต์นิโคลัส (The Basilica of San Nicola) ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1197 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของนักเดินเรือ จากนั้นเก็บภาพปราสาทซเวโว (Castello Svevo) แลนด์มาร์คหลักของบารี ตัวปราสาทตั้งอยู่ริมทะเลอเดรียติก มีที่กำแพงป้องกันล้อมรอบ แต่เดิมเป็นที่ตั้งของป้อมปราการอาณาจักรโรมันและไบแซนไทน์ และได้รับการบูรณะโดยจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์เฟรดเดอริกที่ 2 ภายหลังได้ถูกสร้างเพิ่มเติมโดยกษัตริย์ แห่ง อาร์รากอน
ค่ำ บริการอาาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
พักที่: NICOLAUS HOTEL BARI หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเดินทางสู่หมู่บ้าน “ออสตูนิ” (Ostuni) (78 กม.) เป็นเมืองแสนสวยแห่งแคว้นอาปูเลีย ซึ่งถือว่าเป็นเมืองหลักที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวในอาปูเลีย เป็นผู้ผลิตชีสบูร์ราต้าหรือที่เรารู้จักอีกชื่อว่ามอสซาเรลล่า, น้ำมันมะกอกและไวน์คุณภาพสูง ชมหมู่บ้าน “ออสตูนิ” ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาที่ปกคลุมไปด้วยต้นมะกอก ได้รับสมญานามว่าเมืองสีขาว “La Citt Bianca” เนื่องมาจากบ้านเรือนที่มีสีขาวสะอาดตา เมืองนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปี โดยมีการตั้งถิ่นฐานของชนเผ่าโบราณไปจนถึงชาวนอร์มัน ส่วนอาคารที่เห็นในปัจจุบันนั้นมีอายุช่วงปี ค.ศ. 1400 ถึง 1700 นำท่านชมมหาวิหารแบบโกธิก เป็นอาสนวิหารโรมันคาธอลิกที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่การเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระแม่มารี นำท่านเดินเข้าสู่ถนนในยุคกลาง ชมวิวทิวทัศน์อันกว้างไกลที่ทอดยาวข้ามชนบทไปจนถึงทะเลเอเดรียติก
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารนำท่านเข้าชมกรรมวิธีผลิตชีสบูร์ราต้า (Burrata Cheese Farm) ชีสสดแสนอร่อยต้นตำรับแห่งแคว้นอาปูเลีย / ชีสบูร์ราต้านั้นเป็นชีสสด ซึ่งเป็น Semi-soft Cheese แต่จะทำจากนมวัวเท่านั้น เนื้อและวิธีการทำในขั้นตอนแรกนั้นเหมือนกับ Mozzarella มาก แต่ความพิเศษจะอยู่ตรงอยู่ตรงที่ เค้าเอาครีมใส่เข้าไปด้านใน มีโอกาสให้ทุกท่านได้ชิมชีสแสนอร่อยสดๆ จากฟาร์ม จากนั้นเดินทางสู่เมือง “เลชเช่” (Lecce) (80 กม.) ซึ่งมักถูกขนานนามว่า “ฟลอเรนซ์แห่งทางใต้” ที่เสมือนเป็นอัญมนีที่ถูกซ่อนไว้ของแคว้นปูเลีย สร้างขึ้นจากหินปูนสีครีมอ่อนนุ่มในท้องถิ่น พร้อมด้วยสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่งที่ทุกมุมถนน เมืองนี้เป็นผลงานชิ้นเอกสไตล์บาโรกขนาดเล็ก ที่ทุกถนนและจัตุรัสต่างบอกเล่าเรื่องราว ด้วยการผสมผสานระหว่างความร่ำรวยทางประวัติศาสตร์ ความงดงามทางสถาปัตยกรรม เดินเล่นชมเมืองเก่าเลชเช่ ถือว่าเป็นเมืองสไตล์บาโรกที่สวยงามมาก และยังคงมีร่องรอยวัฒนธรรมกรีกให้เห็นกันอยู่ทั่วเมือง เก็บภาพมหาวิหารซานตา โครเช่ “Basilica di Santa Croce” จุดสำคัญที่สุดเลชเช่ มีความสวยงามและยิ่งใหญ่ เป็นสถานที่ชื่นชอบของบรรดานักประวัติศาสตร์ศิลปะ นำท่านชม The Roman Amphitheater อัฒจันทร์กลางแจ้งที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 2 ของโรมัน เป็นอัฒจันท์ขนาดใหญ่
และพื้นที่แสดงตรงกลาง เคยใช้เป็นสถานที่ต่อสู้ของเหล่า Gladiator รวมไปถึงการแข่งขัน และการแสดงอื่นๆ ในอดีต อัฒจันทร์แห่งนี้ถูกฝังไว้ครึ่งหนึ่งเพราะมีอนุสาวรีย์อื่นๆ สร้างขึ้นในศตวรรษหลัง ทำให้ไม่สามารถขุดออกมาได้ทั้งหมด ชมด้านนอกของ “The Celestini Palace” หรือ Palazzo dei Celestini ปราสาทราชวังเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 ภายใต้สถาปัตยกรรมแบบบาโรก ปัจจุบันที่นี่ได้รับการอนุรักษ์จากรัฐบาลทำให้ทั้งโครงสร้างด้านใน และด้านนอกยังคงแข็งแรง ทั้งยังถูกใช้เป็นที่ว่าการของเมืองเลชเช่
ค่ำ บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
พักที่: DELLE PALMER HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเดินทางสู่เมือง “อัลเบโรเบลโล” (Alberobello) (114 กม.) เมืองที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคอาปูเลีย(Apulia) ของอิตาลี มีชื่อเสียงเนื่องจากสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ บ้านเรือนท้องถิ่นมีหลังคารูปกรวยที่เรียกว่าทรงทรูลี่ (Trolli) ตัวบ้านเรือนสร้างจากหินปูนมีอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี นำท่านเดินชมหมู่อัลเบโรเบลโลที่น่ารัก ที่เต็มไปด้วยร้านค้าร้านกาแฟ รวมถึงร้านของที่ระลึกมากมาย อัลเบโรเบลโลได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1996และเป็นจุดหมายที่นิยมมาท่องเที่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่งของอิตาลีใต้ ***แนะนำให้ท่านซื้อนกหวีดที่ทำจากดินเหนียวเป็นสัญลักษณ์ของชาวปูเลีย นิยมใช้เป็นของฝากแก่เพื่อนหรือคนที่เรารัก
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารเดินทางสู่เมืองมาเทรา (Matera) (69 กม.) เมืองมาเตรา ตั้งอยู่บนพรมแดนระหว่างแคว้นบาซิลิกาตาและปูเกลีย มีชื่อเสียงในเรื่องทิวทัศน์อันงดงาม ไม่เพียงแต่สวยงามตระการตาเท่านั้น แต่ยังน่าหลงใหลด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 30,000 ปี จากนั้นนำท่านเข้าสู่เมืองมาเทรา เมืองโบราณที่มีผู้คนอยู่อาศัยมาตังแต่ยุคหิน เป็นเมืองที่เก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นำท่านเดินชมเขตเมืองเก่า “Sassi di Matera” เมืองที่เคยได้ชื่อว่ายากจนที่สุดในอิตาลี และไม่มีไฟฟ้าใช้รวมถึงน้ำประปาจากรัฐบาลกลาง จนถึงปี ค.ศ.1950 ได้เกิดโรคระบาดรัฐบาลอิตาลีจึงได้สร้างเมืองใหม่และได้อพยพผู้คนออกจากเขตเมืองนี้ทั้งหมด ต่อมาภายหลังเมืองมาเทราได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1993 รัฐบาลอิตาลีจึงเข้ามาปรับปรุงและประยุกต์บ้านถ้ำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว, ร้านอาหารและโรงแรมสุดหรูนำท่านเข้าชมโบสถ์ถ้ำ San Pietro Caveoso
ชมงานเขียนเฟสโก้ที่งดงามอายุกว่าพันปี ชมจัตุรัสต่างๆ ที่สวยงาม บ้านเรือนที่สร้างอยู่ในถ้ำ หินปูนและบางหลังสร้างซ้อนกันขึ้นไปแบบที่ท่านไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน นำท่านเดินชมเมืองเก่าโดยเริ่มต้นจากจตุรัสวิทโทริโอ(Piazza Vittorio Veneto) จนถึงจตุรัสจัตุรัสดูโอโม (Matera’s Cathedral) เสมือนเป็นศูนย์กลางของเมืองเก่ามีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ตามอัธยาศัย
ค่ำ บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
พักที่: NAZIONALE HOTEL MATERA หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเดินทางสู่หมู่บ้าน “คาสเทลเมสซาโน”(Castelmezzano) (84 กม.) หมู่บ้านเล็กๆ ในจังหวัดโปเตนซา เป็นหนึ่งในอัญมณีที่งดงามที่สุดของแคว้นบาซีลิกาตา (Basilicata) และเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในอิตาลี สิ่งมหัศจรรย์ที่สุดที่จะได้สัมผัสในคาสเตลเมซซาโนคือทัศนียภาพของเทือกเขาโดโลไมต์แห่งแคว้นลูคาเนีย (Piccole Dolomiti Lucane) นำท่านชมเมืองคาสเทลเมสซาโน (Castelmezzano) เมืองโบราณที่น่ารักตั้งอยู่ในจังหวัดโพเทนซ่า ในแคว้นบาซิลิกาต้า (Basilicata) เมืองนี้ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในประเทศอิตาลี สร้างอยู่ในหุบเขา เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่มีสถาปัตยกรรมที่แปลกตา แรกเดิมเป็นถิ่นฐานของชาวกรีกราวศตวรรษที่ 5-6
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย เดินทางสู่เดินทางสู่เมืองเปสตุม (Paestum) (128 กม.) เป็นแหล่งโบราณคดีเก่าแก่สมัยกรีกโบราณ ก่อตั้งในช่วง 600 ปีก่อนคริสตกาล ในเมืองเปสตุม มีพิพิธภัณฑ์และแหล่งโบราณคดีกลางแจ้งมากมาย นำท่านชมวิหารทั้งสามที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง “วิหารอธีน่า, วิหารเฮร่า และวิหารโพไซดอน” เก็บภาพวิหารอธีน่ามีขนาดเล็กที่สุดและตั้งอยู่โดดเดี่ยว ส่วนวิหารอยู่คู่กัน วิหารเฮร่า ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในบรรดาวิหารทั้งสามซึ่งยังคงอยู่ในสภาพที่ดี จนเป็นสถาปัตยกรรมของอาณานิคมกรีกในศตวรรษที่ 6 ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางสู่เมืองซาเลอร์โน (Salerno) (39 กม.)
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
พักที่: HOTEL NOVOTEL SALERNO EST ARECHI หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเดินทางสู่เมืองราเวลโล่ (Ravello) (38 กม.) ลัดเลาะตามเส้นทางท่องเที่ยวชายฝั่งอมัลฟี่ (Amalfi Coast) สู่เส้นทางสวรรค์อิตาลีใต้ เป็นแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของอ่าวซาเลอร์โน (Salerno) ทางตอนใต้ของอิตาลี ชายฝั่งอมาลฟี ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโก ด้วยสถานที่อันสวยงามของ Amalfi coast คืออ่าวที่มีเสน่ห์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและเป็นหนึ่งในชายฝั่งที่งดงามที่สุดของทวีปยุโรป
ถนนชายฝั่งที่คดเคี้ยวผ่านหมู่บ้านชาวประมงบนหน้าผาสูงชัน มีวิวทิวทัศน์อันอันสวยสดงดงาม …เดินทางถึง หมู่บ้านราเวลโล่ ที่มีความงามน่ารัก ด้วยความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น จตุรัสกลางเมืองเล็กๆ ที่แตกต่างจากเมืองอื่นๆ จึงได้รับการบรรจุไว้ในส่วนหนึ่งของ มรดกโลกของอิตาลี ในปี ค.ศ.1997 จากองค์การยูเนสโก นอกจากนี้หมู่บ้านราเวลโล่ ยังเป็นสถานที่ ที่ศิลปินดัง อย่าง ริชาร์ด วาร์กเนอร์ ศิลปินชาวเยอรมันเคยมาแสดงคอนเสิร์ต จนทำให้มีการจัดเทศกาลคอนเสิร์ตที่หมู่บ้านแห่งนี้เป็นประจำทุกปี นำท่านเข้าชม “วิลล่า รูโฟโล” (Villa Rufolo) เป็นปราสาทเก่า และมีสวนแสนสวยอยู่ภายใน ปราสาทแห่งนี้เคยศูนย์กลางประวัติศาสตร์ในย่านจัตุรัสหลักของเมืองราเวลโล ถูกสร้างขึ้นอย่างหรูหราในสไตล์มัวร์ ประมาณปี ค.ศ.1270 ภายในวิลล่าได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามด้วย สวนไม้ดอกไม้ประดับ รวมไปถึงหอคอยโบราณสูงประมาณ 30 เมตร อิสระท่านชื่นชมบรรยากาศและถ่ายรูปตามอัธยาศัย จากนั้นเดินทางสู่เมือง “อมัลฟี” (Amalfi) (7 กม.) อดีตเมืองศูนย์กลางการค้าทางทะเลในยุคไบแซนไทน์ศูนย์กลางเมืองอยู่บริเวณจัตุรัสดุโอโม ภูมิทัศน์เมืองอามาลฟีอันเป็นเอกลักษณ์ของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ประกอบด้วยบ้านสีขาวหลังเล็กๆ หลายหลัง สลับกับตรอกซอกซอยแคบๆ และเฉลียงที่ร่มรื่น มีหอสังเกตการณ์ เช่น ตอร์เร ซาราเซนา (Torre Saracena) ใกล้กับคอนแวนต์ซานฟรานเชสโก (Convent of San Francesco) มหาวิหารอามาลฟี (Amalfi Cathedral) หรือ Cathedral of St Andrew Apostle เข้าสู่จัตุรัส Piazza del Duomo ซึ่งเป็นที่ตั้งของน้ำพุ Fontana del Popolo สมัยศตวรรษที่ 18 ชมมหาวิหารดูโอโม สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 และได้รับการดัดแปลงตามกาลเวลาด้วยองค์ประกอบแบบอาหรับ-นอร์มัน โกธิค เรอเนซองส์ และบาโรก โบสถ์แห่งนี้มีบันได 62 ขั้นที่น่าประทับใจและหอคอยตั้งตระหง่านเหนือจัตุรัสหลักของอามาลฟี
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารเดินทางสู่เมือง “โพสิตาโน” (Positano) (17 กม.) ที่มีบ้านเรือนตั้งอยู่บนโขดหินรูปทรงปิรามิดสวยงามตระการตาไม่ว่าจะมองจากมุมไหน จะรู้สึกเหมือนโปสการ์ดเลยทีเดียว เมืองแห่งนี้มีชื่อเสียงในด้านทัศนียภาพอันงดงาม เป็นจุดหมายปลายทางของรีสอร์ทและศูนย์กลางแฟชั่นระดับนานาชาติ นำท่านเดินชม
เมืองโปสิตาโน(Positano) เป็นเมืองที่ถือว่างดงามที่สุดในบรรดาเมืองแถบนี้ ตัวเมืองตั้งอยู่บริเวณเวิ้งอ่าวรูปครึ่งวงกลม ที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนฉาบปูนระบายสีอย่างสวยงาม ตั้งลดหลั่นกันมาจากเนินเขาลงสู่ทะเล โดยจุดศูนย์กลางของนักท่องเที่ยวจะอยู่บริเวณย่านมาริน่า แกรนด์เด่(Marina Grande) จะเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ร้านไอศกรีมมากมาย จากนั้นเดินทางสู่เมืองเนเปิ้ล (63 กม.)
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร / จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
พักที่: HOLIDAY INN NAPLES, BEST WESTERN PLAZA หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเดินทางสู่ท่าเรือเฟอร์รี่ ออกเดินทางสู่ “เกาะคาปรี” (Capri Island) / นำท่านล่องเรือชมทิวทัศน์อันสวยงามของเกาะคาปรี ท่ามกลางท้องฟ้าสีคราม น้ำทะเลสีน้ำเงินเข้ม นำท่านนั่งเรือเข้าสู่บริเวณ “มาริน่า แกรนด์เด” (Marina Grande) ท่าเรือที่สวยงามของ “เกาะคาปรี” นำท่านเปลี่ยนเรือขนาดเล็กเพื่อเข้าไปชมความงามของ “ถ้ำบลูกรอตโต้” (BLUE GROTTO) ถ้ำนี้ถูกค้นพบเมื่อปี 1826 มีขนาดกว้าง 45 เมตรและยาว 54 เมตร สูง 15 เมตร ทางเข้าถ้ำสูงจากระดับน้ำทะเลเพียงเมตรเศษๆ (ในกรณีที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยหรือระดับน้ำสูง ไม่สามารถนำเรือเข้าไปด้านในถ้ำบลูกอตโต้ได้ บริษัทฯ จะเพิ่มเวลาเดินเล่นในเชตเมืองเก่าแทน) จากนั้นกลับเข้าสู่ท่าเรือคาปรี นำท่านโดยสารรถราง (Funicular) สู่ย่านกลางเมืองของเกาะคาปรี (จัตุรัสอูมแบร์โตที่ 1 ) ชื่อเสียง มีหอนาฬิกาที่ตั้งเด่นใจกลางจัตุรัส และยังมีจุดชมวิวเมืองที่ใกล้กัน
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคารถ้องถิ่น
บ่าย หลังอาหารเดินทางสู่ จัตุรัสปิอาเซตตา จัตุรัสกลางเมืองที่คึกคัก จัตุรัสที่เต็มไปด้วย ร้านอาหาร ร้านค้า ร้านเข้าสู่สวนออกัสตัสเป็นสวรรค์สำหรับผู้รักต้นไม้ พร้อมวิวทิวทัศน์อันงดงามของโขดหินฟาราจิโอนีที่โผลขึ้นมาจากทะเลสีฟ้าคราม ได้เวลาสมควรนำท่านลงเรือเดินทางกลับสู่“ซอร์เรนโต้” (Sorrento) (29 กม.) เมืองซอร์เรนโตตั้งอยู่บนหน้าผาที่ลาดชันลงมาท่ามกลางสีสันสดใส เป็นเมืองตากอากาศยอดนิยมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีเสน่ห์ของใจกลางเมืองเก่า ซากปรักหักพังที่งดงาม และท่าเรือที่คึกคัก เมืองนี้มองเห็นทิวทัศน์ของอ่าวเนเปิลส์ และขึ้นชื่อเรื่องเครื่องเซรามิกคุณภาพสูง งานลูกไม้ และงานไม้ รวมถึงมะนาวซอร์เรนโตแสนอร่อย นำท่านชม จัตุรัสทาซโซ่ (Piazza Tasso) ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมือง เป็นจัตุรัสที่เต็มไปด้วยสีสันของร้านรวงที่ตั้งเรียงรายตลอดสองข้างทางของถนนสายที่ได้ชื่อว่าเป็นช้อปปิ้งสตรีทอันมีชื่อเสียงของเมืองซอร์เรนโต้ พร้อมทั้งยังได้ชมวิถีชีวิตของผู้คนพื้นเมืองที่นิยมมานั่งจิบกาแฟ หรือมานั่งพูดคุยสังสรรค์กันในร้านอาหาร นำท่านชมบริเวณโดยรอบจัตุรัสทาซโซ่ ที่เต็มไปด้วยโบสถ์ วิหาร ที่มีความโดดเด่นงดงามเป็นเอกลักษณ์ สมควรแก่เวลาเดินทางกลับที่พัก
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร / จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
พักที่: HOLIDAY INN NAPLES, BEST WESTERN PLAZA หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ “เมืองโบราณปอมเปอี” (Pompei) (35 กม.) นำท่านชมเมืองโบราณ 2,000 ปี ที่ถูกทำลายโดยลาวาของภูเขาไฟ วิโซเวียส ซึ่งภูเขาไฟลูกนี้ระเบิดเอาดินโคลนเถ้าถ่าน และหินละลายทับถมจมลงไปในดินในชั่วเวลาไม่กี่นาทีเมื่อภูเขาไฟวิสุเวียสปะทุขึ้นในวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ. 79 เมืองปอมเปอีนับเป็นหนึ่งในแหล่งโบราณคดีที่น่าทึ่งที่สุดในโลก ตั้งอยู่ใกล้ เนเปิลส์ และเชิงภูเขาไฟ ภูเขาไฟวิสุเวียส ซึ่งมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ของเมือง ปอมเปอีดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกด้วยซากเมืองโบราณที่ยังคงสภาพไว้อย่างน่าทึ่ง ชมถนนหิน บ้านเรือน โรงอาบน้ำ และโรงละครที่ยังคงรูปแบบเดิมจากยุค จักรวรรดิโรมัน ได้อย่างใกล้ชิด ภาพจิตรกรรมฝาผนัง (fresco) และโมเสกที่ประณีตยังคงปรากฏให้เห็นในหลายอาคาร ทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลาไปสู่อดีต ท่ามกลางซากเมืองโบราณที่เงียบสงบ เมื่อเดินไปตามถนนหินที่ยังคงร่องล้อเกวียนจากสมัย จักรวรรดิโรมัน ได้อย่างชัดเจน สองข้างทางคือบ้านเรือน ร้านค้า และโรงอาบน้ำที่ยังคงโครงสร้างเดิมไว้ ทำให้จินตนาการถึงชีวิตผู้คนในอดีตได้อย่างสมจริง สิ่งที่ทำให้การชมซากโบราณแห่งนี้ยิ่งน่าประทับใจ คือฉากหลังของ ภูเขาไฟวิสุเวียส ที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล เตือนให้ระลึกถึงเหตุการณ์ การปะทุของภูเขาไฟวิสุเวียส ค.ศ. 79 ซึ่งหยุดช่วงเวลาของเมืองนี้ไว้ตลอดกาล
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารเดินทางสู่หมู่บ้าน “พาเชนโตร” (Pacentro) (199 กม.) หนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในอิตาลี เป็นหมู่บ้านยุคกลางในเมืองอบรุซโซ ทางตอนกลางของอิตาลี ตั้งอยู่บนความสูง 650 เมตรเหนือทะเล และ ล้อมรอบด้วยทิวทัศน์อันสวยงามของธรรมชาติและภูเขา มีบรรยากาศที่น่าอัศจรรย์ ตัวเมืองเต็มไปด้วยตรอกซอกซอยแคบๆ ที่ปูด้วยหิน ให้ท่านได้ชื่นชมรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมของอาคารที่สวยงามของตัวเมือง เข้าสู่บริเวณจัตุรัสโปโปโล(Piazza del Popolo) หรือมาร์เก็ต สแควร์ จุดศูนย์รวมที่สำคัญของเมือง เก็บภาพบริเวณโบสถ์ซานต้า มาเรีย (Santa Maria della Misericordia) อันเป็นศูนย์รวมจิตใจชองชาวเมืองตัวเมืองนี้อยู่ในส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติมาเยลลา และมีชื่อเสียงในด้านน้ำพุและน้ำสะอาด ที่ไหลลงมาจากภูเขาที่หิมะ มีเวลให้ท่านเลือกซื้องานหัตถกรรมศิลปะมีประเพณีเก่าแก่นับศตวรรษ เช่น งานหินสีขาวจาก Maiella งานปั้นดินเผาขนาดเล็ก, งานโครเชต์ และเครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิมของหญิงสาวชาวอบรูซซี (Abruzzi)
ค่ำ บริการอาหารเย็น ที่ภัตตาคารของโรงแรม
ที่พัก: HOTEL DELLA PAONNA AVEZZANO หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเดินทางสู่กรุงโรม (100 กม.) เมืองหลวงของประเทศอิตาลี มีประชากร 2.8 ล้านคน หรือชาวโรมัน ตามตำนานเล่าว่า เมืองโรมก่อตั้งโดยฝาแฝดโรมูลัสและเรมุส ในปี 753 ก่อนคริสตกาล เมืองนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไทเบอร์ และสร้างขึ้นบนเนินเขาเจ็ดลูก ได้แก่ เนินเขาปาลาติน เนินเขาอาเวนไทน์ เนินเขาคาปิโตลีน เนินเขาคาเอเลียน เนินเขาเอสควิลีน เนินเขาควีรินัล และเนินเขาวิมินัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณรอบเนินเขาปาลาตินและเนินเขาคาปิโตลีน ต่อมาได้กลายเป็นศูนย์กลางอำนาจของจักรวรรดิโรมันอันยิ่งใหญ่นำท่านชมเมืองเก่ากรุงโรมระหว่างเส้นทาง ท่านจะสามารถชมความงดงามสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ของกรุงโรม นำท่านผ่านชมสถานที่สำคัญต่างๆ อาทิ “จัตุรัสเวเนเซีย” (Piazza Venezia) จตุรัสที่ยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงโรม ผ่านชมระเบียงปาลาสโซ สถานที่ใช้กล่าวสุนทรพจน์ของมุสโสลินีในโอกาสต่างๆ “อนุสาวรีย์พระเจ้าวิคเตอร์ เอ็มมานูเอ็ลที่ 2” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพระบิดาของชาว อิตาลี “ประตูชัยคอนสแตนติน” สัญลักษณ์แห่งชัยชนะและที่มาของ “ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม” จากนั้นชมร่องรอยของศูนย์กลางแห่งจักรวรรดิ โรมันอันศักดิ์สิทธิ์ “โรมันฟอรั่ม” จากนั้นนำท่านเดินเข้าชมความสวยงามของ “น้ำพุเทรวี่” น้ำพุเทรวี่นี้ถือเป็นผลงานชิ้นเอกที่สร้างความประทับให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ส่วนกลางของน้ำพุนั้นมีรูปปั้นของเทพเจ้าเนปจูนขี่รถม้าติดปีกแสดงถึงความมีสุขภาพที่แข็งแรงและความอุดมสมบูรณ์ของอาณาจักรโรมัน
เที่ยง บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเข้าสู่ย่านช้อปปิ้งกลางเมือง ใกล้บันไดสเปนที่ขึ้นชื่อเรื่องการรวมตัวของแบรนด์แฟชั่นอิตาลีระดับไฮเอนด์ที่มีชื่อเสียง เช่น Gucci, Versace, Missoni, Fendi, Prada, Armani และ Valentino เป็นต้น รวมถึงร้านขายเครื่องประดับหรูหราอย่าง Bulgari, Cartier และ Rolex นอกจากแบรนด์อิตาลีสุดโปรดเหล่านี้แล้ว บริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของดีไซเนอร์ระดับนานาชาติที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เช่น Chloe, Hugo Boss, Yves Saint Laurent, Burberry, Chanel และ Hermes และที่พลาดไม่ได้คือร้าน Louis Vuitton ด้วยแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและทันสมัยมากมายรวมอยู่ในที่เดียว การช้อปปิ้งใกล้บันไดสเปนจึงเป็นประสบการณ์ที่มีชีวิตชีวาอย่างปฏิเสธไม่ได้สำหรับทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น
ค่ำ บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคารจีน
พักที่: HOTEL NH COLLECTION ROMA CENTRO หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารออกเดินทางสู่สนามบินฟูมิชิโน มีเวลาให้ท่านทำคืนภาษี (TAX REFUND)
15.15 ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน ITA Airways เที่ยวบินที่ AZ758
07.25 เดินทางถึงสนามบินสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา