
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 25 ธ.ค. 69 - 03 ม.ค. 70 | 159,900 บาท | 45,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
09.00 สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 เคาท์เตอร์สายการบินอิตา แอร์เวย์ส (ITA Airways สายการบินประจำชาติอิตาลี) โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง
12.05 ออกเดินทางสู่โรม โดยสายการบินบินอิตา แอร์เวย์ส (ITA Airways) เที่ยวบินที่ AZ759(บินตรง)
19.20 เดินทางถึงสนามบินนานาชาติฟูมิชิโน(กรุงโรม) ประเทศอิตาลี หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว / นำท่านเข้าสู่ที่พัก
พักที่: HOLIDAY INN FIUMICINO HOTEL / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางสู่ “เมืองโบราณปอมเปอี” (Pompei) นำท่านชมเมืองโบราณ 2,000 ปี ที่ถูกทำลายโดยลาวาของภูเขาไฟ วิโซเวียส ซึ่งภูเขาไฟลูกนี้ระเบิดเอาดินโคลนเถ้าถ่าน และหินละลายทับถมจมลงไปในดินในชั่วเวลาไม่กี่นาทีเมื่อ พ.ศ.662 ประชาชนนับหมื่นต้องถูกฝังทั้งเป็นตายด้วยความทุกข์ทรมาน โดยไม่มีโอกาสหนีรอดออกมาได้เลย และปอมเปอี ก็ถูกลืมไปจากความทรงจำของชาวโลกต่อมาได้มีการฟื้นฟูศึกษาประวัติศาสตร์โบราณชื่อปอมเปอีจึงถูกค้นพบแต่ไม่มีใครทราบว่าอยู่ที่ไหน จนกระทั่ง พ.ศ.2291 ได้พบร่องรอยของซากเมือง เมื่อรื้อดินที่ทับถมออกมาหมดแล้วก็พบซากเมืองที่ใหญ่โต และสร้างด้วยหินอย่างแข็งแรง บางแห่งพบ “ ซากชาวปอมเปเอียน และสัตว์เลี้ยงของเขาที่ตายกลายเป็นหินยังคงสภาพเดิมทุกประการ ” แต่ทว่าภาพนั้นจะเห็นลักษณะของความหวาดกลัวต่อความตายได้เป็นอย่างดีบางคนนั่งเอามือปิดหน้าตายบางคนนั่งซบกับกำแพงบ้านตายก็มี ปอมเปอีจึงได้ชื่อว่า “ซากเมืองแห่งความตาย”
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารเดินทางสู่ เมืองซอร์เรนโต้ (SORRENTO) ที่มาของเพลง “คัมแบค ทู ซอร์เรนโต้ ” เป็นเมืองที่มีทัศนียภาพสวยงาม โดยเฉพาะเวลาตอนที่พระอาทิตย์อัสดง ด้วยเส้นทางที่คดเคี้ยวและถนนค่อนข้างแคบทำให้เราได้ชมความสวยงามตลอดเส้นทางจนถึงเมืองซอร์เรนโต้(รถจะขับช้า) จากนั้นนำท่านชมเมืองซอร์เรนโต้ เมืองตากอากาศเล็กๆ ริมทะเล ตัวเมืองซอร์เรนโตนั้นตั้งอยู่บนหน้าผาสูง และไล่ระดับลงมาตามความลาดชันจนลงมาถึงระนาบเดียวกันกับชาย หาดทรายสีเทาที่ได้รับการจัดระเบียบไว้อย่างเรียบร้อย และมีชายฝั่ง Amalfi ที่เลียบริมทะเลไปตามหน้าผายาวถึง 50 กม. นำท่านชม จัตุรัสทาซโซ่ (Piazza Tasso) ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมือง เป็นจัตุรัสที่เต็มไปด้วยสีสันของร้านรวงที่ตั้งเรียงรายตลอดสองข้างทางของถนนสายที่ได้ชื่อว่าเป็นช้อปปิ้งสตรีทอันมีชื่อเสียงของเมืองซอร์เรนโต้ พร้อมทั้งยังได้ชมวิถีชีวิตของผู้คนพื้นเมืองที่นิยมมานั่งจิบกาแฟ หรือมานั่งพูดคุยสังสรรค์กันในร้านอาหาร นำท่านชมบริเวณโดยรอบจัตุรัสทาซโซ่ ที่เต็มไปด้วยโบสถ์ วิหาร ที่มีความโดดเด่นงดงามเป็นเอกลักษณ์ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบบาร๊อค อิสระท่านเดินเล่นชมเมืองหรือเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย จากนั้นมีเวลาให้ทุกท่านเดินเล่นชมความงดงามของอ่าวเนเปิ้ลจากบริเวณสวนวิลล่า โคมูนาเล่ (Villa Comunale Park, Sorrento) เป็นสวนสไตล์อิตาเลียนใต้ที่สวยงามเป็นจุดชมวิว ภูเขาไฟวิสุเวียส เป็นจุดยอดนิยมสำหรับนั่งดูพระอาทิตย์ตกดิน มีม้านั่ง, โรงละครโอเปร่า สวนสาธารณะแห่งนี้ก็เหมาะสำหรับทุกวัยจริงๆ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่คุณต้องไปเยี่ยมชมเมื่ออยู่ในซอร์เรนโต
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร / จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
พักที่: HOLIDAY INN NAPLES, BEST WESTERN PLAZA หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
หลังอาหารเดินทางสู่ท่าเรือเฟอร์รี่ ออกเดินทางสู่ “เกาะคาปรี” (Capri Island) / นำท่านล่องเรือชมทิวทัศน์อันสวยงามของเกาะคาปรี ท่ามกลางท้องฟ้าสีคราม น้ำทะเลสีน้ำเงินเข้ม นำท่านชมความงามของ “ถ้ำบลูกรอตโต้” (BLUE GROTTO) ถ้ำนี้ถูกค้นพบเมื่อปี 1826 มีขนาดกว้าง 45 เมตรและยาว 54 เมตร สูง 15 เมตร ทางเข้าถ้ำสูงจากระดับน้ำทะเลเพียงเมตรเศษๆ (ในกรณีที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยหรือระดับน้ำสูงเกินอาจงดรายการชมถ้ำบลูกอตโต้ เนื่องจากไม่ปลอดภัย ทางบริษัทฯ จะนำท่านเที่ยวอนาคาปรีแทน) นำท่านนั่งเรือเข้าสู่บริเวณ “มาริน่า แกรนด์เด” (Marina Grande) ท่าเรือที่สวยงามของ “เกาะคาปรี” (รถจะมารับกระเป๋าเล็กของทุกท่านไปส่งยังโรงแรมที่พัก) จากนั้นนำท่านโดยสารรถราง (FUNICULAR) สู่ย่านกลางเมืองของเกาะคาปรี(จัตุรัสอูมแบร์โต) จัตุรัสแห่งนี้ เป็นศูนย์กลางของเมืองที่คึกคัก ผู้คนจะนิยมมาเดินรอบๆ จัตุรัสที่เต็มไปด้วย ร้านอาหาร ร้านค้า ร้านแฟชั่นที่มีชื่อเสียง มีหอนาฬิกาที่ตั้งเด่นใจกลางจัตุรัส และยังมีจุดชมวิวเมืองที่ใกล้กัน
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคารถ้องถิ่น
บ่าย นำท่านเดินชมเกาะคาปรี สถานที่ตากอากาศของชนชั้นสูงมาตั้งแต่สมัยโรมันเรืองอำนาจ(จักรพรรดิออกุสตุส (Augustus) ผู้ยิ่งใหญ่) และยังคงไว้ซึ่งมนต์เสน่ห์แห่งความงามมาจนถึงทุกวันนี้ บรรดากวีและนักเขียนชื่อดังต่างก็บอกในงานเขียนเป็นเสียงเดียวกันว่า “ที่คาปรีสวรรค์อยู่ใกล้ๆ เพียงแค่ปรายตามอง” นำท่านเดินสู่จุดชมวิว ณ “สวนออกัสตัส” (Augustus Garden) สวนแห่งนี้ เป็นสวนที่เต็มไปด้วยพืชพรรณหายาก และมีความสวยงาม ร่มรื่น ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เพื่อถวายแก่จักรพรรดิแห่งโรมัน สวนแห่งนี้ประกอบไปด้วนระเบียงที่มองเห็นทะเล มีไม้ประดับและดอกไม้นานาชนิดให้เยี่ยมชมมากมาย และยังได้เห็นวิวแบบพาโนรามา 180 องศาของเกาะคาปรีอีกด้วย / ได้เวลสมควรนำท่านลงเรือเดินทางกลับสู่เมืองเนเปิ้ล
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: HOLIDAY INN NAPLES, BEST WESTERN PLAZA หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก จากนั้นนำท่านลงเรือเฟอร์รี่กลับสู่ท่าเรือซอร์เรนโต้ลัดเลาะตามเส้นทางท่องเที่ยวชายฝั่งอมัลฟี่ (Amalfi Coast) สู่เส้นทางสวรรค์อิตาลีใต้ เป็นแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของอ่าวซาเลอร์โน(Salerno) ทางตอนใต้ของอิตาลี ชายฝั่งอมาลฟี ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโก ด้วยสถานที่อันสวยงามของ Amalfi coast คืออ่าวที่มีเสน่ห์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและเป็นหนึ่งในชายฝั่งที่งดงามที่สุดของทวีปยุโรป ถนนชายฝั่งที่คดเคี้ยวผ่านหมู่บ้านชาวประมงบนหน้าผาสูงชัน มีวิวทิวทัศน์อันอันสวยสดงดงาม และความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมยุคกลางปัจจุบันชายฝั่งอมัลฟีได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดชาวอิตาเลียนและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก เดินทางถึงเมือง “โพสิตาโน” (Positano) นำท่านเดินชมเมืองโปสิตาโน(Positano) เป็นเมืองที่ถือว่างดงามที่สุดในบรรดาเมืองแถบนี้ ตัวเมืองตั้งอยู่บริเวณเวิ้งอ่าวรูปครึ่งวงกลม ที่เต็มไปด้วย บ้านเรือนฉาบปูนระบายสีอย่างสวยงาม ตั้งลดหลั่นกันมาจากเนินเขาลงสู่ทะเล โดยจุดศูนย์กลางของนักท่องเที่ยวจะอยู่บริเวณย่านมาริน่า แกรนด์เด่(Marina Grande) จะเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ร้านไอศกรีมมากมาย
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำเดินทางต่อสู่ “เมืองอมัลฟี” (Amalfi) ในอดีตเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าทางทะเลในยุคไบแซนไทน์ศูนย์กลางเมืองอยู่บริเวณจัตุรัสดุโอโม อันเป็นที่ตั้งของน้ำพุ เซนต์ แอนดรูว์ (Sant’Andrea Fontana) มหาวิหารประจำเมือง (Amalfi Duomo) มีประตูสำริดจากศตวรรษที่ 11 ภาพโมเสก และ สุสานใต้ดินของเซนต์ แอนดรูว์ที่อัญเชิญพระศพมาจากกรุงคอนสแตนติโนเปิ้ล เมื่อปีค.ศ.1208 รอบๆจัตุรัสมีร้านค้า ร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกอยู่มากมายส่วนชายทะเลที่ติดท่าเรือนั้น เหมาะจะเป็นจุดชมทิวทัศน์อาคารบ้านเรือนที่ตั้งลดหลั่นอยู่บนเชิงเขา เป็นภาพที่งดงามไม่แพ้โปสิตาโน นำท่านเดินทางต่อสู่เมืองราเวลโล่ (Ravello) เมืองแสนสวยที่อยู่บนเนินเขาสูง เดินทางถึงหมู่บ้านราเวลโล่ ที่มีความงามน่ารัก ด้วยความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น จตุรัสกลางเมืองเล็กๆที่แตกต่างจากเมืองอื่นๆ จึงได้รับการบรรจุไว้ในส่วนหนึ่งของ มรดกโลกของอิตาลี ในปี ค.ศ.1997 จากองค์การยูเนสโก นอกจากนี้หมู่บ้านราเวลโล่ ยังเป็นสถานที่ ที่ศิลปินดัง อย่าง ริชาร์ด วาร์กเนอร์ ศิลปินชาวเยอรมันเคยมาแสดงคอนเสิร์ต จนทำให้มีการจัดเทศกาลคอนเสิร์ตที่หมู่บ้านแห่งนี้เป็นประจำ ทุกปี นำท่านเข้าชม “วิลล่า รูโฟโล” (VILLA RUFOLO) เป็นปราสาทเก่า และมีสวนแสนสวยอยู่ภายใน ปราสาทแห่งนี้เคยศูนย์กลางประวัติศาสตร์ในย่านจัตุรัสหลักของเมืองราเวลโล ถูกสร้างขึ้นอย่างหรูหราในสไตล์มัวร์ ประมาณปี ค.ศ.1270 ภายในวิลล่าได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยสวนไม้ดอกไม้ประดับ รวมไปถึงหอคอยโบราณสูงประมาณ 30 เมตร อิสระท่านชื่นชมบรรยากาศและถ่ายรูปตามอัธยาศัย จนได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางสู่เมืองซาเลอร์โน (Salerno)
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
พักที่: HOTEL NOVOTEL SALERNO EST ARECHI หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางสู่เมืองเปสตุม (Paestum) / เปสตุม เป็นแหล่งโบราณคดีเก่าแก่สมัยกรีกโบราณ ก่อตั้งในช่วง 600 ปีก่อนคริสตกาล ในเมืองเปสตุม มีพิพิธภัณฑ์และแหล่งโบราณคดีกลางแจ้งมากมาย นำท่านชมวิหารทั้งสามที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง “วิหารอธีน่า, วิหารเฮร่า และวิหารโพไซดอน” เก็บภาพวิหารอธีน่ามีขนาดเล็กที่สุดและตั้งอยู่โดดเดี่ยว ส่วนวิหารอยู่คู่กัน วิหารเฮร่า ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในบรรดาวิหารทั้งสามซึ่งยังคงอยู่ในสภาพที่ดี จนเป็นสถาปัตยกรรมของอาณานิคมกรีกในศตวรรษที่ 6 ที่สมบูรณ์แบบที่สุด นอกจากวิหารแล้ว ยังมีซากอาคารบ้านเรือนรวมถึงพื้นกระเบื้องโมเสคชิ้นเล็กๆ, Amphitheatre ขนาดเล็ก, Forum และอื่นๆ นำท่านเดินทางสู่ “เมืองคาสเทลเมสซาโน”(Castelmezzano)
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารนำท่านชมเมืองคาสเทลเมสซาโน (Castelmezzano) เมืองโบราณที่น่ารักตั้งอยู่ในจังหวัดโพเทนซ่า ในแคว้นบาซิลิกาต้า (Basilicata) เมืองนี้ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในประเทศอิตาลี สร้างอยู่ในหุบเขา เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่มีสถาปัตยกรรมที่แปลกตา แรกเดิมเป็นถิ่นฐานของชาวกรีกราวศตวรรษที่ 5-6 แต่การเข้าไปชมเมืองแสนสวยแห่งนี้ก็ไม่ธรรมดา ต้องลอดผ่านอุโมงค์ ข้ามช่องเขา เพื่อเข้าสู่ดินแดนที่น่าค้นหาแห่งนี้ จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองมาเทรา(Matera) ผ่านชมเมืองต่างๆระหว่างทาง แวะเก็บภาพตัวเมืองมาเทราจากจุดชมวิว จากนั้นนำท่านเข้าสู่เมืองมาเทรา เมืองโบราณที่มีผู้คนอยู่อาศัยมาตังแต่ยุคหิน เป็นเมืองที่เก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเทียบเคียงกับเมืองเจริโค
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: NAZIONALE HOTEL MATERA หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านเดินชมเขต Sassi di Matera เมืองที่เคยได้ชื่อว่ายากจนที่สุดในอิตาลี และไม่มีไฟฟ้าใช้รวมถึงน้ำประปาจากรัฐบาลกลาง จนถึงปี ค.ศ.1950 ได้เกิดโรคระบาดรัฐบาลอิตาลีจึงได้สร้างเมืองใหม่และได้อพยพผู้คนออกจากเขตเมืองนี้ทั้งหมด ต่อมาภายหลังเมืองมาเทราได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1993 รัฐบาลอิตาลีจึงเข้ามาปรับปรุงและประยุกต์บ้านถ้ำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว, ร้านอาหารและโรงแรมสุดหรู นำท่านเข้าชมโบสถ์ถ้ำ San Pietro Caveoso ชมงานเขียนเฟสโก้ที่งดงามอายุกว่าพันปี ชมจัตุรัสต่างๆ ที่สวยงาม บ้านเรือนที่สร้างอยู่ในถ้ำ หินปูนและบางหลังสร้างซ้อนกันขึ้นไปแบบที่ท่านไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน นำท่านเดินชมเมืองเก่าโดยเริ่มต้นจากจตุรัสวิทโทริโอ(Piazza Vittorio Veneto) จนถึงจตุรัสจัตุรัสดูโอโม (Matera’s Cathedral) เสมือนเป็นศูนย์กลางของเมืองเก่ามีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ตามอัธยาศัย
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่หมู่บ้านเมืองอัลเบโรเบลโล (Alberobello) (60 กม.) อัลเบโรเบลโล ตั้งอยู่ในภูมิภาคอาปูเลีย(Apulia) ของอิตาลี มีชื่อเสียงเนื่องจากสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ บ้านเรือนท้องถิ่นมีหลังคารูปกรวยที่เรียกว่าทรงทรูลี่(Trolli) ตัวบ้านเรือนสร้างจากหินปูนมีอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี นำท่านเดินชมหมู่บ้าน “อัลเบโรเบลโล” ที่น่ารัก ที่เต็มไปด้วยร้านค้าร้านกาแฟ รวมถึงร้านของที่ระลึกมากมาย เมืองนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1996และเป็นจุดหมายที่นิยมมาท่องเที่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่งของอิตาลีใต้ ***แนะนำให้ท่านซื้อนกหวีดที่ทำ
จากดินเหนียวเป็นสัญลักษณ์ของชาวปูเลีย นิยมใช้เป็นของฝากแก่เพื่อนหรือคนที่เรารักเพื่อนำความโชคดีมาให้***
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: Hotel Colle del Sole / Grand Hotel Olimpo /หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
หลังอาหารทางเข้าสู่หมู่บ้านออสตูนิ (Ostuni) เป็นเมืองและเทศบาลแสนสวยแห่งแคว้นอาปูเลีย เมืองนี้มีประชากรประมาณ 200,000 คน ซึ่งถือว่าเป็นเมืองหลักที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวในอาปูเลีย เป็นผู้ผลิตชีสบูร์ราต้าหรือที่เรารู้จักอีกชื่อว่ามอสซาเรลล่า, น้ำมันมะกอกและไวน์คุณภาพสูง เมืองออสตูนิ ตั้งอยู่บนยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยต้นมะกอก ได้รับสมญานามว่าเมืองสีขาว "La Citt Bianca" เนื่องมาจากบ้านเรือนที่มีสีขาวสะอาดตา เมืองนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปี โดยมีการตั้งถิ่นฐานของชนเผ่าโบราณไปจนถึงชาวนอร์มัน ส่วนอาคารที่เห็นในปัจจุบันนั้นมีอายุช่วงปี ค.ศ. 1400 ถึง 1700 ชมมหาวิหารแบบโกธิก เป็นอาสนวิหารโรมันคาธอลิกที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่การเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระแม่มารี นำท่านเดินเข้าสู่ถนนในยุคกลาง ชมวิวทิวทัศน์อันกว้างไกลที่ทอดยาวข้ามชนบทไปจนถึงทะเลเอเดรียติก
นำท่านเข้าชมกรรมวิธีผลิตชีสบูร์ราต้า (Burrata Cheese Farm) ชีสสดแสนอร่อยต้นตำรับแห่งแคว้นอาปูเลีย / ชีสบูร์ราต้านั้นเป็นชีสสด ซึ่งเป็น Semi-soft Cheese แต่จะทำจากนมวัวเท่านั้น เนื้อและวิธีการทำในขั้นตอนแรกนั้นเหมือนกับ Mozzarella มาก แต่ความพิเศษจะอยู่ตรงอยู่ตรงที่ เค้าเอาครีมใส่เข้าไปด้านใน มีโอกาสให้ทุกท่านได้ชิมชีสแสนอร่อยสดๆจากฟาร์ม
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านชมเมืองเลชเช่ (Lecce) ที่เสมือนเป็นอัญมนีที่ถูกซ่อนไว้ของแคว้นปูเลีย เลยทีเดียว นำท่านเดินเล่นชมเมืองเก่าเลคเช ถือว่าเป็นเมืองสไตล์บาโรกที่สวยงามมาก และยังคงมีร่องรอยวัฒนธรรมกรีกให้เห็นกันอยู่ทั่วเมือง อาคารสูงใหญ่หรูหราที่สร้างจากหินปูนเรียงรายกันอยู่ สัมผัสถึงความเป็นมาอันยาวนาน ชม “The Celestini Palace” หรือ Palazzo dei Celestini ปราสาทราชวังเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 ภายใต้สถาปัตยกรรมแบบบาโรก ปัจจุบันที่นี่ได้รับการอนุรักษ์จากรัฐบาลทำให้ทั้งโครงสร้างด้านใน และด้านนอกยังคงแข็งแรง ทั้งยังถูกใช้เป็นที่ว่าการของเมืองเลชเช่ เก็บภาพมหาวิหารซานตา โครเช่ “Basilica di Santa Croce” จุดสำคัญที่สุดเลชเช่ มีความสวยงามและยิ่งใหญ่ เป็นสถานที่ชื่นชอบของบรรดานักประวัติศาสตร์ศิลปะ มหาวิหารแห่งนี้เริ่มสร้างตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1549 – ค.ศ. 1582 มีความสวยงามโดดเด่นด้วยการแกะสลักหินที่สวยงาม ตกแต่งซุ้มด้านหน้าด้วยรูปปั้นสัตว์หน้าตาแปลกประหลาด ท่านจะเห็นหน้าต่างบานใหญ่ตรงกลางที่แกะสลักเป็นรูปกุหลาบซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะแบบกรีกโรมัน นำท่านเข้าชม The Roman Amphitheater อัฒจันทร์กลางแจ้งที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 2 ของโรมัน เป็นอัฒจันท์ขนาดใหญ่ และพื้นที่แสดงตรงกลาง เคยใช้เป็นสถานที่ต่อสู้ของเหล่า Gladiator รวมไปถึงการแข่งขัน และการแสดงอื่น ๆ ในอดีต เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่แห่งความบันเทิงของชาวเลชเช่ในยุคโบราณปัจจุบัน อัฒจันทร์แห่งนี้ถูกฝังไว้ครึ่งหนึ่งเพราะมีอนุสาวรีย์อื่น ๆ สร้างขึ้นในศตวรรษหลัง ทำให้ไม่สามารถขุดออกมาได้ทั้งหมด / มีเวลาให้ทุกท่านเดินเล่นชมเมืองหรือเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: LE CLUB BOUTIQUE, DELLE PALME HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
หลังอาหารเดินทางเข้าสู่หมู่บ้านโพลิญาโน อา มาเร่ (Polignano a Mare) เมืองน่ารักที่เก่าแก่ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเล ก่อตั้งโดยผู้ตั้งถิ่นฐานชาวกรีก ไปจนถึงความเจริญรุ่งเรืองภายใต้การปกครองของโรมัน นำท่านเดินเข้าสู่ถนนทราญาน่า Via Traiana ซึ่งสร้างขึ้นระหว่างคริสตศักราช 108-110 ท่านจะประทับใจไปกับความงดงามของหน้าผาสีขาวทรี่มีบ้านเรือนและคฤหาสน์ ของชาวพุคเลียอยู่มากมาย จากนั้นนำท่านเข้าสู่ตัวเมือง มีเวลาให้ท่านชมวิวชายหาดและอ่าวที่สวยงามของตัวเมือง จากบริเวณสะพานสะพาน Ponte Borbonico su Lama Monachile Lama Monachile ปัจจุบันนี้ Polignano a Mare ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกด้วยเมืองเก่ามีซอยคดเคี้ยวร้านค้าพื้นเมืองที่น่ารัก ได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางเข้าสู่เมืองบารี(Bari)
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชมเมืองบารี(Bari) บารีเป็นเมืองหลวงของภูมิภาคอาปูเลีย เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดที่แห่งหนึ่งของอิตาลีใต้ มีท่าเรือและมหาวิทยาลัย เมืองบารีแบ่งเป็นเขตต่างๆ ทางทิศเหนือเป็นเมืองเก่าที่สร้างขึ้นริมทะเลระหว่างท่าเรือสองแห่งที่ทันสมัยกับมหาวิหารเซนต์นิโคลัส, วิหารซานซาบิโนและปราสาท Hohenstaufen สร้างขึ้นสำหรับกษัตริย์เฟรเดอริคที่สอง ทางทิศใต้คือย่านมูรัต (Murat) เขตเมืองที่ทันสมัยย่านช็อปปิ้งสำคัญ นำท่านเดินเข้าสู่เขตเมืองเก่าบริเวณจตุรัสเมอร์ชานไทล์ (Piazza Mercantile) เป็นบริเวณที่พลุกพล่านไปด้วยคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ในบริเวณนี้ยังเป็นท่าเรือที่สามารถข้ามฟากไปยังเมืองดูบรอฟนิค ประเทศโครเอเชียได้อีกด้วย นำท่านเก็บภาพโบสถ์เซนต์นิโคลัส (The Basilica of San Nicola) ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1197 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของนักเดินเรือ เก็บภาพปราสาทซเวโว (Castello Svevo) แลนด์มาร์คหลักของบารี ตัวปราสาทตั้งอยู่ริมทะเลอเดรียติก (Adriatric Sea) มีที่กำแพงป้องกันล้อมรอบ แต่เดิมเป็นที่ตั้งของป้อมปราการอาณาจักรโรมันและไบแซนไทน์ และได้รับการบูรณะโดยจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์เฟรดเดอริกที่ 2 ภายหลังได้ถูกสร้างเพิ่มเติมและตกแต่งใหม่โดยกษัตริย์ แห่ง อาร์รากอน
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: NICOLAUS HOTEL BARI หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก / ได้เวลาสมควรออกเดินทางสู่ท่าอากาศยานบารี คาโรล วอยติลา
11.20 เหิรฟ้าสู่สนามบินโรม(ฟูมิชิโน) โดยสายการบินอิตา แอร์เวย์ส (ITA Airways) เที่ยวบินที่ AZ1612
12.30 ถึงสนามบินโรม(ฟูมิชิโน) รอเปลี่ยนเครื่อง
15.15 เหิรฟ้ากลับสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินอิตา แอร์เวย์ส (ITA Airways) เที่ยวบินที่ AZ758
07.05 เดินทางถึงกรุงเทพฯ...โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา