
18.00 น. คณะเดินทางพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 9 แถว T สายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ (EK) เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก
21.35 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK373 ( บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
00.50 น. เดินทางถึง เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง
03.50 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินกรุงโรม ประเทศอิตาลี โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK099 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
08.00 น. เดินทางถึง สนามบินกรุงโรม ประเทศอิตาลี หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ นครรัฐวาติกัน (Vatican) ประเทศที่เล็กที่สุดในโลกตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีกำแพงล้อมรอบเมืองเอาไว้ได้ทั้งหมด ยกเว้นด้านหน้าทางเข้า และเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก โดยมีพระสันตะปาปา มีอำนาจปกครองสูงสุด นำท่านเข้าชมมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St.Peter’s Basilica)
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงโรม (Rome) เมืองหลวงและเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอิตาลี นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกต่างเดินทางไปกรุงโรมเพื่อชื่นชมกับศิลปะ สถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์แห่งความยิ่งใหญ่ยาวนานมากกว่า 2,800 ปี ตั้งอยู่บนเนินเขาทั้ง 7 ริมฝั่งแม่น้ำไทเบอร์ตอนกลางของประเทศ โรมเคยเป็นเมืองที่มีบทบาทมากที่สุดของอารยธรรมตะวันตกและในอดีตได้เป็นอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในโลก
จากนั้นนำท่านถ่ายรูปด้านหน้าของ สนามกีฬาโคลอสเซี่ยม (Colosseum) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ ในอดีตนั้นเป็นสนามประลองการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของชาวโรมันที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 50,000 คน จากนั้นนำท่านชมงานประติมากรรมของเทพนิยายกรีกและโยนเหรียญอธิษฐานบริเวณ น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) สัญลักษณ์ของกรุงโรมที่โด่งดัง แล้วเชิญอิสระตามอัธยาศัยกับการเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นและของที่ระลึกในบริเวณย่าน บันไดสเปน (The Spanish Step) ซึ่งเป็นแหล่งแฟชั่นชั้นนำสุดหรูและยังเป็นแหล่งนัดพบของชาวอิตาเลี่ยน
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก
Marriott Rome Park Hotel หรือเทียบเท่า (โรงแรมระดับ 4 ดาว)
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปิซ่า (Pisa) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.30 ชั่วโมง เป็นเมืองแห่งศิลปะที่สำคัญของอิตาลี เป็นเมืองเล็กๆอยู่ทางตะวันตกของ Florence แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ Pisa ก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ บริเวณจัตุรัสดูโอโมแห่งปิซ่า หรือ จัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี ที่ประกอบด้วยกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ โดยเริ่มจาก หอพิธีเจิมน้ำมนต์ ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี ถ่ายภาพกับมหาวิหารดูโอโม ที่งดงามและถ่ายภาพคู่กับ หอเอนแห่งเมืองปิซ่า อันเลื่องชื่อ และเป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองปิซ่า รวมถึงเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง จากนั้นให้ท่านอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่ระลึกราคาถูก ที่มีร้านค้าเรียงรายอยู่มากมาย ถึงเวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองฟลอเรนซ์ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก
Novotel Firenze หรือเทียบเท่า (โรงแรมระดับ 4 ดาว)
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นท่านเดินทางสู่ เวนิส เมสเตร้ แคว้นเวเนเซีย (Venezia) ดินแดนแสนโรแมนติก เป็นเมืองที่ไม่เหมือนใคร โดยใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน มีสมญานามว่าเป็น “ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก” มีเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะและมีสะพานเชื่อมถึงกันกว่า 400 แห่ง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชั่วโมง
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านออกเดินทางสู่ ท่าเรือตรอนเคตโต้ เพื่อเตรียมตัวนั่งเรือข้ามสู่เกาะเวนิส นำทุกท่านนั่งเรือต่อเพื่อไปยัง ท่าเรือซานมาร์โค (San Marco Pier) บนเกาะเวนิส แวะให้ถ่ายรูปสวยๆ เก็บเป็นที่ระลึกกันที่ พระราชวังดอดจ์ พระราชวังริมน้ำแสนอลังการที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ในสไตล์เวเนเชียนโกธิค ที่เคยเป็นที่ประทับของผู้ปกครองของเวนิส แต่ตั้งแต่ปี 1923 ก็ได้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ให้คนทั่วไปได้เข้าชม เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กหลักของเวนิส จากนั้นเดินเที่ยวชมแลนด์มาร์คสำคัญต่างๆ ในเมือง จัตุรัสเซนต์มาร์ค เป็นจัตุรัสหลักของเมืองเวนิสและยังเป็นศูนย์กลางเมืองตั้งแต่โบราณ จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ มหาวิหารเซนต์มาร์ค มหาวิหารใหญ่ของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก อลังการด้วยการตกแต่งด้วยโดมใหญ่ และที่อยู่ติดกันและโดดเด่นด้วยความสูงถึง 50 เมตรก็คือ หอระฆัง ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองที่เห็นได้ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของเมืองก็ตาม และที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ สะพานถอนหายใจ สะพานอันโด่งดังแห่งนี้ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำที่คั่นกลางระหว่างคุกเก่ากับพระราชวังดอดจ์
Special Offer !! สุดพิเศษ : สัมผัสประสบการณ์ล่องเรือกอนโดล่า (Gondola)
ราคาค่าล่องเรือรวมอยู่ในค่าทัวร์แล้ว
** ทางบริษัทฯ จะทำการจัดที่นั่งบนเรือจำนวน 5 ท่าน/ลำ **
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ถึงเวลาอันสมควรนำท่านเดินทางโดยเรือกลับสู่ เวนิส เมสเตร้ และนำท่านเข้าสู่ที่พัก
Leonardo Royal Hotel Venice Mestre หรือเทียบเท่า (โรงแรมระดับ 4 ดาว)
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เขตอุทยานแห่งชาติเทือกเขาโดโลไมท์ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศอิตาลี ด้วยบรรยากาศที่สวยงามของทะเลสาบหลายแห่งและเทือกเขาหินปูนที่สวยงามแปลกตาสูงตระหง่าน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบมิซูลิน่า (MISURINA LAKE) ถ่ายรูปกับทะเลสาบที่สวยงาม และเป็นเหมือนกับหนึ่งในแลนด์มาร์คที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือนสักครั้งหนึ่ง เป็นทะเลสาบที่หลบซ่อนตัวในหุบเขา ที่ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งในโดโลไมท์
ภาพที่ระบุในโปรแกรม เป็นภาพถ่ายในช่วงฤดูร้อน-ฤดูใบไม้ร่วง
ภาพบรรยากาศในฤดูหนาว จะมีความแตกต่างจากภาพในโปรแกรมการเดินทาง
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบเบรียส (Lago di Braies) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นทะเลสาบที่สวยงามตั้งอยู่ในเทือกเขาโดโลไมท์ ทางตอนเหนือของอิตาลี ทะเลสาบนี้มีน้ำสีเขียวมรกตใสสะอาดล้อมรอบด้วยยอดเขาสูง อิสระให้ท่านได้เดินถ่ายรูปภาพเก็บความประทับใจบริเวณทะเลสาบบนเส้นทางธรรมชาติที่สวยงามจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ชุมชน Val di Funes ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ชุมชนเล็กๆ ทางภาคตะวันตกของอุทยานโดโลไมต์ ประกอบไปด้วยหมู่บ้านเล็กๆ 6 หมู่บ้าน โดยมีชื่อเสียงจากการมีวิวทิวทัศน์ที่สวยที่ในเขต South Tyrol อิสระให้ท่านเก็บภาพความประทับใจ จากนั้นนำท่านเก็บภาพความประทับใจอีกหนึ่งสถานที่ ณ โบสถ์ Santa Maddalena โบสถ์ที่ถือเป็นสถานที่ไฮไลท์ที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดในอุทยานโดโลไมต์ มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมีฉาหหลังเป็นเทือกเขา Odles (การเดินขึ้นไปเก็บภาพความประทับใจนี้ ท่านจะต้องเดินขึ้นลงเนินไปและกลับประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อไปเก็บภาพ)
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก
Hotel Krone หรือเทียบเท่า (โรงแรมระดับ 4 ดาว)
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองออร์ติเซ่ (Ortisei) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที เมืองแห่งศูนย์กลางของการท่องเที่ยวในแถบอุทยานโดโลไมท์ เป็นเมืองรีสอร์ทเล็กๆที่ตั้งอยู่ในหุบเขา Dolomites Val Gardena โดยมีเทือกเขาต่างๆอยู่รายล้อม ที่นี่จัดได้ว่าเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวโดโลไมท์ในด้านตะวันตก จึงมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนตลอดทั้งปี นำท่านขึ้นกระเช้าไปยังยอดเขา Seceda หนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่สวยงามและมีชื่อเสียงในแถบ Dolomites ความสูงของ Seceda อยู่ที่ประมาณ 2,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล เพื่อสัมผัสบรรยากาศเย็นสบายและทิวทัศน์ที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากทุกมุมมอง ท่านจะได้ชมความงามของภูเขา Dolomites ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก
ภาพที่ระบุในโปรแกรม เป็นภาพถ่ายในช่วงฤดูร้อน-ฤดูใบไม้ร่วง
ภาพบรรยากาศในฤดูหนาว จะมีความแตกต่างจากภาพในโปรแกรมการเดินทาง
ถึงเวลาอันสามควรนำท่านเดินทางกลับลงมาที่ตัวเมืองออติเซ่
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบคาเรซซ่า Carezza Lake ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง หรือในภาษาอิตาเลี่ยนเรียกว่า “Lec de ergobando” แปลได้ว่า ทะเลสาบสายรุ้ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทะเลสาบที่มีชื่อเสียงในอุทยานโดโลไมท์ น้ำในทะเลสาบมีหลายเฉดสีตั้งแต่ เขียว,เทอร์ควอยซ์,ฟ้าและน้ำเงิน ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้ถูกเรียกว่าทะเลสาบสายรุ้ง มีฉากหลังเป็นเทือกเขา Latmar ด้วยวิวทะเลสาบสีเขียวทองที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยเขาสูงปลายแหลม สะท้อนสีสันหลากหลายของธรรมชาติ หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเบรสชา (Brescia) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง เป็นเมืองสำคัญในแคว้นลอมบาร์เดีย ทางตอนเหนือของอิตาลี ตั้งอยู่ใกล้เทือกเขาแอลป์ และอยู่ทางตะวันออกของมิลาน (เมืองเบรสชา เป็นเมืองที่ใช้ในการพักค้างคืนเท่านั้น อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้หากไม่มีที่พักว่างในช่วงวันเดินทางนั้นๆ โดยทางบริษัทจะเปลี่ยนไปยังเมืองอื่นแทนโดยยังคงซึ่งความสะดวกสบายในการเดินทาง)
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก
Novotel Brescia 2 หรือเทียบเท่า (โรงแรมระดับ 4 ดาว)
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ Fidenza Village Outlet ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นเอาท์เลทที่อยู่ในเครือของ The Bicester Collection ซึ่งจะมีสินค้ามากมายไม่ว่าเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และอื่นๆ ซึ่งจะมีราคาถูกกว่าตามร้านทั่วไป โดยภายในเอาท์เลทจะมีแบรนด์ต่างๆมากมาย อาทิเช่น Armani, Adidas, Coach, Dolce&Gabbana, Furla, Hugo, Lacoste, Nike, Prada, Samsonite Tommy Hilfiger เป็นต้น อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองมิลาน (MILAN) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง เมืองสำคัญในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ในแคว้นที่ราบลอมบาร์ดีเป็น เมืองที่มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ ซึ่งมิลานถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชั่นในลักษณะเดียวกับ นิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน และ โรม
จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ มหาวิหารมิลาน (Milan Duomo) มหาวิหารประจำเมืองขนาดใหญ่แห่งนี้คือโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอิตาลีเด่นด้วยศิลปะแบบโกธิค ใช้เวลาในการก่อสร้างทั้งสิ้น 579 ปี ตั้งอยู่ในระดับความสูง 108.5 เมตรจากพื้นดินราย ล้อมด้วยยอดแหลมอีก135ยอดทำให้อาสนวิหารดูสง่าและแปลกพร้อมด้วยรูปแกะสลักจากหินอ่อนที่ประดับอยู่โดยรอบสลักอย่างวิจิตรบรรจงด้วยรูปปั้นนักบุญรูปเรื่องราวในพระคัมภีร์จำนวนมากประดับโดยรอบ จากนั้นอิสระช้อปปิ้ง ที่ Galleria Vittorio Emanuele II ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งขวาของมหาวิหารมิลานเป็นห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่ที่สุดในอิตาลีโดยสร้างขึ้นในปี1877 มากมายด้วยร้านค้า ร้านอาหารมากมายในอาคารขนาด 4 ชั้น สองข้างทางเดินกว้างที่โดดเด่นมากก็คือหลังคาทรงโดมเป็นกระจกใส ทำให้สามารถช้อปปิ้งได้ในทุกสภาพอากาศ ได้เวลาอันสมควรนำท่านสู่สนามบิน
22.15 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK092 ( บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
06.20 น. เดินทางถึง เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง
09.40 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK372 ( บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
19.25 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา