02.30 น. สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 อาคารผู้โดยสารขาออก เคาน์เตอร์สายการบิน DRUK AIR / BHUTAN AIRLINES โดยเจ้าหน้าที่คอยจัดเตรียมเอกสารการเดินทางสำหรับทุกท่านและนำท่านโหลดสัมภาระ
05.00 น. นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติพาโร ประเทศภูฏาน โดยสายการบิน DRUK AIR หรือ BHUTAN AIRLINE เที่ยวบินที่ KB-153 หรือ B3-701 (สายการบิน Full Service บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) (ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชม.)
(ใช้เวลาเดินทางถึงประเทศภูฏานประมาณ 4 ชั่วโมง เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง กรุณาปรับนาฬิกาของท่านเป็นเวลาท้องถิ่นเพื่อสะดวกในการนัดหมาย)
สายการบิน DRUK AIR หรือ BHUTAN AIRLINES จะมีการแวะพักเครื่องเพื่อเติมเชื้อเพลิงและเช็คสภาพอากาศก่อนทำการลงจอด ณ สนามบินนานาชาติพาโร
เนื่องจากสนามบินนานาชาติพาโรเป็นสนามบินที่ต้องใช้ทัศนวิสัยที่ปลอดโปร่ง แต่ผู้โดยสารไม่ต้องลงจากเครื่อง โดยเส้นทางประเทศที่แวะอาจแตกต่างกันในแต่ละวันเดินทาง
07.15 น. ถึง สนามบินนานาชาติพาโร ประเทศภูฏาน
หลังจากผ่านพิธีศุลกากรและตรวจคนเข้าเมืองแล้วพร้อมรับกระเป๋าสัมภาระ ไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถรอรับ ณ จุดนัดพบ หลังจากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่เมืองหลวงทิมพู (48 กม. / ใช้เวลาประมาณ 1.30 น.) ระหว่างทางแวะถ่ายรูปกับ Chuzom จุดบรรจบของแม่น้ำพาโรและแม่น้ำวังชู ก่อนจะไหลไปตามโตรกของหุบเขาผ่านเมืองทิมพู โดยตามความเชื่อของชาวภูฏานเมื่อแม่น้ำมาบรรจบกัน ณ จุดใด สถานที่นั้นย่อมเกิดความศักดิ์สิทธิ์แสดงถึงการรวมเป็นหนึ่ง ความสมดุลของธรรมชาติ ชาวภูฏานจึงได้สร้างสถูปขึ้น ณ จุดนี้ โดยสถูปมี 3 องค์ แต่ละองค์สร้างตามรูปแบบสถาปัตยกรรมแตกต่างกัน ได้แก่ สถูปแบบทิเบต สถูปแบบเนปาล และสถูปแบบภูฏาน นับเป็นแห่งเดียวในภูฏานที่ทุกท่านจะได้เก็บภาพสถูปทั้ง 3 รูปแบบในสถานที่เดียวกัน จากนั้นออกเดินทางต่อสู่เมืองทิมพู
นำทุกท่านสักการะ พระใหญ่ศรีสัจธรรม The Great Buddha Dordenma พระพุทธรูปองค์ใหญ่สูง 51.5 เมตร จากทองสัมฤทธิ์ตั้งอยู่บนยอดเขาทางด้านใต้ของเมืองทิมพู เสมือนว่าทั้งเมืองได้รับการปกปักรักษาจากพระพุทธองค์ นับเป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดและสร้างอยู่บนจุดที่สูงที่สุดในโลก เป็นสัญลักษณ์แห่งความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ ใต้ฐานขององค์พระเป็นอาคารภายในบรรจุพระพุทธรูปขนาดเล็กกว่าแสนองค์ เรียงรายล้อมรอบองค์พระโพธิสัตว์และภาพเขียนอันศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นงานช่างฝีมือภูฎานโดยแท้ ให้ทุกท่านได้ทำสมาธิหรือเดินทักษิณาวัตรเพื่อเป็นสิริมงคล หรือจะเดินชมถ่ายรูปวิวที่มองเห็นเมืองทิมพูแบบพาโนรามาตามอัธยาศัย
จากนั้น นำทุกท่านเดินทางสู่ ศูนย์อนุรักษ์ทาคิน ตัวทาคิน Takin เป็นสัตว์ประจำชาติของประเทศภูฏาน มีลักษณะเด่นคือรูปร่างใหญ่เหมือนวัว มีเขาและหน้าคล้ายแพะ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง เมื่อโตเต็มวัยจะมีน้ำหนักประมาณ 250 กิโลกรัม ให้ทุกท่านได้เก็บภาพและชื่นชมความน่ารักของทาคินอย่างจุใจ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์วิถีชีวิตชาวภูฏาน ภายในอาคารจำลองรูปแบบของบ้านที่อยู่อาศัยและข้าวของเครื่องใช้ของชาวภูฏาน ให้ทุกท่านได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้านอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทุกท่านจะได้ลองชิม Arra สุราหมักจากข้าวของพื้นเมืองขึ้นชื่อที่นำมาเสริฟพร้อมการร้องรำต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยไมตรี ให้ทุกท่านได้ลองเปลี่ยนชุดประจำชาติภูฏาน (ไม่มีค่าใช้จ่าย) และเก็บภาพเป็นที่ระลึก จากนั้น นำทุกท่านเดินทางเข้าชม ทิมพูซอง หรือตาชิโชซอง Tashichho Dzong ป้อมปราการและวัดสำคัญ หัวใจของเมืองทิมพูตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ปัจจุบันยังคงเป็นที่ทำการรัฐบาลและเป็นที่ตั้งของสำนักงานของพระมหากษัตริย์แห่งภูฏาน รวมไปถึงภายในยังมีอุโบสถที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมสำคัญระดับประเทศ นับเป็นสถานที่สำคัญทั้งทางด้านการปกครองและศาสนา
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ที่พัก เพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
LHAYUL HOTEL หรือเทียบเท่า
กรณีเข้าพักห้องละ 3 ท่าน ทางโรงแรมจะจัดเป็น เตียงใหญ่ และทำการเสริมเตียงเป็น ROLL AWAY BED ทางโรงแรมจะดำเนินการเสริมเตียงให้ตามนโยบายของแต่ละโรงแรม ทั้งนี้ รูปแบบและประเภทของเตียงเสริมอาจแตกต่างกันไปตามมาตรฐานของโรงแรม หากท่านไม่ประสงค์พักแบบเสริมเตียง สามารถแจ้งเพิ่มห้องพักเดี่ยวได้ โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามเงื่อนไขที่กำหนดค่ะ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำทุกท่านชมสถูปอนุสรณ์ National Memorial Chorten สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1974 เพื่อระลึกถึงองค์กษัตริย์ Jigme Dorji Wangchuck พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 3 ของราชวงค์ Wangchuck ตัวสถูปมีสถาปัตยกรรมแบบทิเบต เมื่อเข้ามาในบริเวณของอนุสรณ์เราจะพบชาวภูฏานมานั่งทำสมาธิ สวดมนต์ภาวนา หรือแม้แต่ทำการกราบแบบอัษฎางคประดิษฐ์เพื่อแสดงถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างสูงสุดตลอดทั้งวัน
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่เมืองพูนาคา Punakha (ระยะทาง 72 กม. / ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชม.) โดยเส้นทางที่ตัดเลียบภูเขาสูงมีป่าสนขึ้นเต็มแน่นขนัดแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์
ระหว่างทางท่านจะได้ชมบรรยากาศของเทือกเขาหิมาลัยที่สลับซับซ้อน นำชม โดชูล่าพาส Dochula Pass จุดชมวิวที่ตั้งอยู่บนเส้นทางเชื่อมระหว่างเมืองทิมพูและพูนาคา ในวันที่อากาศแจ่มใสนักท่องเที่ยวจะได้ชมวิวยอดเขาของเทือกเขาหิมาลัยได้อย่างชัดเจน ในบริเวณเดียวกัน มีการสร้างสถูป 108 องค์ เพื่อเป็นอนุสรณ์ระลึกถึงเหตุการณ์การสู้รบเพื่อปราบปรามกบฎในปี ค.ศ. 2003 โดยสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมภูฏาน นำทุกท่านเดินทางต่อสู่เมืองพูนาคา
พูนาคา Punakha อดีตเมืองหลวงเก่าของประเทศภูฏานจนถึงปี ค.ศ. 1955 ตั้งอยู่บนความสูง 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นที่ราบลุ่มของแม่น้ำ 2 สาย เหมาะแก่การเพาะปลูก และมีอุณหภูมิที่อบอุ่นมากกว่าเมืองอื่นๆไม่หนาวจัดในฤดูหนาว จึงทำให้พูนาคาเป็นราชธานีมาอย่างยาวนานกว่าเกือบ 300 ปี
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำทุกท่านเดินผ่านทุ่งข้าวเพื่อเดินไปชม วัดชิมิลาคัง Chimi Lhakhang อารามพุทธในเมืองพูนาคา ตามตำนานเล่าว่ามีลามะนามว่า Drukpa Kunley หรือที่รู้จักกันในนาม ลามะเทวะคลั่ง Divine Madman พระลามะที่มีชื่อเสียงด้านการสั่งสอนศาสนาที่ไม่เหมือนใครโดยใช้เรื่องทางเพศเป็นนัยยะแฝง ตำนานเล่าว่าท่านกำจัดปีศาจที่อาศัยอยู่ตรงโดชูล่าพาสและขังมันไว้ที่นี้ด้วย “ลึงค์” ทำให้ตลอดสองข้างทางระหว่างเดินมายังวัด นักท่องเที่ยวจะเห็นรูปวาดและรูปสลักองคชาติอยู่มากมาย และกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์และโชคลาภ โดยผู้หญิงที่ต้องการมีบุตรจะเดินทางมาที่วัดชิมิลาคังนี้เพื่อทำพิธีขอบุตรจากพระลามะกัน
จากนั้นนำทุกท่านชม ป้อมพูนาคา Punakha Dzong สร้างอยู่ตรงบริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำ Pho Chhu และ Mo Chhu สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1637 เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการปกครองและศาสนา และเป็นป้อมปราการเพื่อป้องกันการรุกรานจากทิเบต พูนาคาซองเป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์สะท้อนสถาปัตยกรรมแบบซองของภูฏานได้อย่างดี ด้วยโครงสร้างที่มีความโดดเด่นและไม่มีการใช้ตะปูในการก่อสร้างแม้แต่ตัวเดียว กำแพงสูงใหญ่สร้างจากหินและดินเผาที่มีความคงทน ภายในประกอบด้วยห้องหับ อาคารและลานเชื่อมอาคารต่างๆ เพื่อใช้ในการบริหารราชการและกิจของสงฆ์ พูนาคาซองเคยถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญ เช่น พิธีอภิเษกสมรสของสมเด็๗พระราชธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก กับสมเด็จพระราชินีเจ็ตซุน เพมา ในปี ศ.ศ. 2011 นอกจากนั้นยังเป็นที่ประทับของพระสังฆราช (Je Khenpo) ผู้ซึ่งเป็นประมุขสูงสุดทางศาสนาของภูฏาน ซึ่งท่านและพระสงฆ์ผู้ติดตามจะย้ายจากตาชิโชซองในทิมพู มาจำพรรษาที่พูนาคาซองในช่วงฤดูหนาว (ประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน)
ไม่ไกลกัน นำทุกท่านชม สะพานแขวนพูนาคา Punakha Suspension Bridge เป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในประเทศ ยาว 180 เมตร สร้างเพื่อเป็นทางเชื่อมหุบเขาข้ามแม่น้ำ Po Chhu เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเพื่อชมวิวอันสวยงามและเก็บภาพกันอย่างเพลิดเพลิน
จากนั้นได้เวลาอันสมควร นำทุกท่านเดินทางสู่ที่พัก
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
LOBEZA HOTEL หรือเทียบเท่า
กรณีเข้าพักห้องละ 3 ท่าน ทางโรงแรมจะจัดเป็น เตียงใหญ่ และทำการเสริมเตียงเป็น ROLL AWAY BED ทางโรงแรมจะดำเนินการเสริมเตียงให้ตามนโยบายของแต่ละโรงแรม ทั้งนี้ รูปแบบและประเภทของเตียงเสริมอาจแตกต่างกันไปตามมาตรฐานของโรงแรม หากท่านไม่ประสงค์พักแบบเสริมเตียง สามารถแจ้งเพิ่มห้องพักเดี่ยว
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางกลับสู่เมืองทิมพูโดยเส้นทางเดิม (ระยะทางประมาณ 72 กม. / ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชม.)
นำทุกท่านชม ไปรษณีย์กลางทิมพู ทุกท่านจะได้เรียนรู้ประวัติและระบบการส่งไปรษรณีย์ของประเทศตั้งแต่สมัยโบราณจนมาถึงยุคปัจจุบัน รวมไปถึงสำหรับท่านที่สนใจที่นี้มียังจำหน่ายแสตมป์ที่มีความสวยงามและหาซื้อได้เฉพาะที่ประเทศภูฏานเท่านั้น รวมไปถึงมีบริการถ่ายรูปของท่านเพื่อแสตมป์เฉพาะบุคคลอีกด้วย (ค่าบริการไม่รวมค่าทำแสตมป์ส่วนบุคคล)
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำทุกท่านออกเดินทางต่อสู่เมืองพาโร (ระยะทาง 48 กม. / ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม.) นำทุกท่านชม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่ตั้งอยู่ ณ อาคารตรงข้ามกับ Ta Dzong ส่วนหนึ่งของพาโรซองที่ใช้เป็นหอสังเกตุการณ์ยามมีข้าศึกรุกราน อาคารแบ่งออกเป็น 9 แกลลอรี่ รวบรวมและจัดแสดงวัตถุโบราณที่เกี่ยวข้องกับวัตนธรรม ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ศิลปะและศาสนาของภูฏาน จากนั้นนำทุกท่านชม พาโรซอง Paro Dzong หนึ่งศาสนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และสำคัญทางประวัติศาสตร์ของภูฏาน ชื่อเต็มว่า รินปุงซอง Rinpung Dzong แปลว่า ป้อมปราการแห่งกองอัญมณี อีก 1 เหตุผลที่ทำให้พาโรซองเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยว เพราะที่นี้คือสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง Little Buddha ในปี ค.ศ. 1993 จึงทำให้ภาพของอาคารสีขาวหลังคาแดงกลายซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขา กลายเป็นภาพจำของนักท่องเที่ยวที่ต้องมาเห็นด้วยตาสักครั้ง นำทุกท่านเก็บภาพ สะพานไม้โบราณที่เชื่อมต่อระหว่างตัวเมืองกับพาโรซอง ซึ่งเป็นจุดที่เมื่อมาเยือนแล้วต้องห้ามพลาด
ได้เวลาอันสมควร นำทุกท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
GOLDEN PADDY FIELD PARO HOTEL หรือเทียบเท่า
กรณีเข้าพักห้องละ 3 ท่าน ทางโรงแรมจะจัดเป็น เตียงใหญ่ และทำการเสริมเตียงเป็น ROLL AWAY BED ทางโรงแรมจะดำเนินการเสริมเตียงให้ตามนโยบายของแต่ละโรงแรม ทั้งนี้ รูปแบบและประเภทของเตียงเสริมอาจแตกต่างกันไปตามมาตรฐานของโรงแรม หากท่านไม่ประสงค์พักแบบเสริมเตียง สามารถแจ้งเพิ่มห้องพักเดี่ยวได้ โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามเงื่อนไขที่กำหนดค่ะ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังรับประทานอาหารเช้า นำทุกท่านเที่ยวชมวัดทักซัง Tiger’s Nest หนึ่งในสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศภูฏาน วัดพุทธศาสนานิกายวัชรยานเส้นทางแห่งศรัทธาบนหน้าผาสูง 3,120 เมตรจากระดับน้ำทะเล ที่นักท่องเที่ยวต้องเดินเท้าระยะทางกว่า 4.5 กิโลเมตร (ไปกลับ 9 กิโลเมตร มีบริการขี่ม้า 30USD/ท่าน โดยขี่ม้าเฉพาะขาเดินขึ้นเท่านั้น และขี่ม้าจากจุดจอดรถจนถึงกลางทางที่ Taksang Cafeteria เท่านั้น หลังจากนั้นทุกท่านต้องเดินเท้าต่อ) ตามตำนานเล่าว่า พระคุรุรินโปเช ได้ขี่เสือเหาะข้ามหุบเขามาจากทิเบตและมาบำเพ็ญภาวนาที่ถ้ำบนหน้าผาเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อปราบปีศาจและเผยแพร่พุทธศาสนาในภูฏาน ตัววัดสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1692 บริเวณหน้าที่ผาที่เชื่อว่าเป็นสถานที่ที่องคุรุรินโปเชได้มาปฏิบัติธรรมตามตำนานนั้นเอง การเดินขึ้นไปชมวัด ต้องใช้เวลาเดินประมาณรวม 4-6 ชม. ระหว่างทางมีจุดพักกลางทางและวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม เมื่อมาถึงบริเวณวัดจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแห่งความศักดิ์สิทธิ์และความสงบ ซึ่งด้านบนสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของหุบเขาพาโรและป่าอันอุดมสมบูรณ์ได้อย่างพาโนรามา โดยชาวภูฏานเชื่อกันว่าการมาแสวงบุญที่วัดทักซังนั้น นำมาซึ่งบุญกุศล การบำเพ็ญเพียร และการชำระจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (ร้านอาหารตั้งอยู่ระหว่างทางเดินขึ้นเขาทักซัง)
หลังจากนั้นนำทุกท่านเดินเท้าลงจากเขาทักซัง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง หรือขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
นำทุกท่านเที่ยวชม ถนนพาโร แหล่งรวมร้านค้าที่จำหน่ายของที่ระลึกและของพื้นเมือง เพื่อให้ทุกท่านได้ซื้อเป็นของฝากก่อนกลับ ได้เวลาอันสมควรนำทุกท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
GOLDEN PADDY FIELD PARO HOTEL หรือเทียบเท่า
กรณีเข้าพักห้องละ 3 ท่าน ทางโรงแรมจะจัดเป็น เตียงใหญ่ และทำการเสริมเตียงเป็น ROLL AWAY BED ทางโรงแรมจะดำเนินการเสริมเตียงให้ตามนโยบายของแต่ละโรงแรม ทั้งนี้ รูปแบบและประเภทของเตียงเสริมอาจแตกต่างกันไปตามมาตรฐานของโรงแรม หากท่านไม่ประสงค์พักแบบเสริมเตียง สามารถแจ้งเพิ่มห้องพักเดี่ยวได้ โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามเงื่อนไขที่กำหนดค่ะ
เช้า รับประทานอาหารเช้า แบบ Box set
สมควรแก่เวลา นำทุกท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติพาโร
08.00 น. นำท่านออกเดินทางจาก สนามบินนานาชาติพาโร ประเทศภูฏาน โดยสารการบิน DRUK AIR หรือ BHUTAN AIRLINE เที่ยวบินที่ KB-150 หรือ B3-700 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม.)
12.10 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา