14.30 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณชั้น 4 ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์เช็คอินสายการบิน ไทยเวียตเจ็ทแอร์ (Thai Vietjet Air) เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คอินรับบัตรโดยสาร
**หมายเหตุ** เนื่องจากตั๋วเครื่องบินของคณะเป็นตั๋วชั้นประหยัดพิเศษ ที่นั่งอาจจะไม่ได้นั่งติดกันและไม่สามารถเลือกช่วงที่นั่งบนเครื่องบินได้ในคณะซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขสายการบิน หากต้องการซื้อบริการเสริมโปรดติดต่อฝ่ายขาย
17.40 น. บินลัดฟ้าสู่ เมืองซีหนิง โดยสายการบิน ไทยเวียตเจ็ทแอร์ (Thai Vietjet Air) เที่ยวบินที่ VZ3690 ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง ไม่รวมบริการอาหารและเครื่องดื่ม บนเครื่อง
22.40 น. เดินทางถึงสนามบิน สนามบินนานาชาติซีหนิงเฉาเจียเป่า (Xining Caojiabao International Airport - XNN) เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง กรุณาปรับนาฬิกาเป็นเวลาท้องถิ่น เพื่อสะดวกในการนัดหมาย
เมืองซีหนิง (Xining) เป็นเมืองหลวงของมณฑลชิงไห่ ประเทศจีน และยังเป็นประตูสู่ที่ราบสูงทิเบตเป็นศูนย์กลาง การเดินทางที่สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการสำรวจภูมิภาคอันน่าทึ่งนี้ นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก ให้ท่านได้พักผ่อน ตามอัธยาศัย
ที่พัก Yonghe International Hotel ระดับ 4* หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมือง หวู่เวย (Wuwei,) เมืองโบราณบนเส้นทางสายไหมในมณฑลกานซู ประเทศจีน คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาดหวู่เวยเป็นหนึ่งในสี่เมืองหลักของระเบียงเหอซีซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมจีนแผ่นดิน ใหญ่กับเอเชียกลางในอดีต จึงเต็มไปด้วยเรื่องราวและโบราณวัตถุอันล้ำค่ามีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี ใน อดีตมีชื่อว่า เหลียงโจว (Liangzhou,) เป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่สำคัญสมัย ราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (Western Han Dynasty) จักรพรรดิฮั่นอู่ตี้ (Emperor Wu of Han) ทรงส่งกองทัพพิชิต ชนเผ่าซยงหนูและก่อตั้งเมืองนี้ขึ้นเพื่อแสดงแสนยานุภาพทางทหาร จึงเป็นที่มาของชื่อ "หวู่เวย" ที่แปลว่าแสนยานุภาพ ทางทหาร
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านชม วัดเหลยไถ (Leitai Temple,) เป็นวัดลัทธิเต๋าที่สร้างขึ้นบนเนินดินที่ชาวบ้านเคยใช้ เป็นแท่นบูชาเทพสายฟ้า ชื่อ “เหลยไถ” แปลว่า “แท่นสายฟ้า” ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1969 ขณะขุดหลุมหลบภัยชาวบ้าน ได้ค้นพบสุสานสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออกใต้บริเวณวัด จากนั้นนำท่านชม รูปปั้นทองสัมฤทธิ์ “ม้าเหยียบนกนางแอ่น” หรือ “หม่าท่าเฟยเอี้ยน” เป็นผลงานศิลปะที่มีชื่อเสียงระดับโลกและกลายเป็นสัญลักษณ์การท่องเที่ยวของจีน นำท่าน ชม สุสานโบราณราชวงค์ฮั่น สุสานแห่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในทางโบราณคดีเนื่องจากเป็นแหล่งค้นพบโบราณ วัตถุล้ำค่ามากมายเป็นหลักฐานที่สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมและชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสมัยราชวงศ์ฮั่น
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก Jinyang International Hotel ระดับ 4* หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง เมืองจางเย่ (Zhangye, ) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ของมณฑลกานซู่เป็นเมืองสำคัญที่เป็นทางผ่านของเส้นทางสายไหมโบราณ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง ระหว่าง ทางให้ท่านได้เพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์อันสวยงาม นำท่านชม วัดพระใหญ่จางเย่ (Zhangye Giant Buddha Temple,) หรือ วัดโบราณที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ที่สุดในจีนอายุกว่า 900 ปี วัดแห่งนี้สร้างขึ้น ในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1098 เป็นศูนย์กลางของศาสนาพุทธในเส้นทางสายไหมในอดีต ภายในวัดยังมีโบราณวัตถุ และภาพวาดฝาผนังที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมที่งดงามอีกด้วย
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเที่ยวชม นำท่านเที่ยวชม อุทยานภูเขาสายรุ้ง (Zhangye National Geopark,) รวมค่ารถเล็กนำเที่ยว เป็นเขตอุทยานมีภูเขาหินทรายสีแดงที่เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกที่กินเวลา นานหลายร้อยล้านปี จนกลายสภาพเป็นลักษณ์ภูมิประเทศที่มีรูปลักษณ์แปลกประหลาดและสีสันหลากสีราวสายรุ้งเป็น ประติมากรรมทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่สวยงามเหนือคำบรรยายพื้นที่อุทยานครอบคลุมพื้นที่ราว 300 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยภูเขาหินทรายสีแดงสดและสีแดงน้ำตาลที่มีระดับความเข้มของสีที่แตกต่างกันนับพันยอด นำท่านนั่ง รถกอล์ฟของอุทายานแวะเที่ยวตามจุด ชมวิวที่เป็นไฮไลต์สำคัญต่างๆ ในอุทยานโดยในจุดชมวิวทุกจุดจะมีทางบันได ขึ้นลงและระเบียงทางเดินเพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมและถ่ายภาพได้อย่างสะดวกปลอดภัย
จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง เมืองเจียยวี่กวน (Jiayuguan, ) ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 3 ชั่วโมง
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก Chengfeng Grand Hotel ระดับ 4* หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ด่านเจียยวี่กวน จุดสิ้นสุดและจุดเริ่มต้นของกำแพงเมืองจีนด้านทิศตะวันตก นำท่านชม ป้อมปราการเจียยวี่กวน (Jiayuguan Fort,) เป็นด่านปราการที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของ จีนเป็นด่านตะวันตกสุดของกำแพงเมืองจีนในสมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368-1644) ที่มีความแข็งแกร่งและได้รับการ อนุรักษ์ ไว้อย่างดีป้อมปราการแห่งนี้มีความสำคัญในด้านการป้องกันการรุกรานจากชาวฮั่นและมองโกลและการควบคุม เส้นทางการค้าบนเส้นทางสายไหม
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองตุนหวง (Dunhuang,) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ระหว่างให้ท่าน ได้เพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์อันสวยงามระหว่างทาง นำท่านสัมผัสความยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์บนเส้นทางสายไหม กับแลนด์มาร์คที่ผสมผสานศิลปะและธรณีวิทยาอย่างลงตัว นำท่านแวะชมประติมากรรมหินทรายสีแดงขนาดยักษ์ รูปปั้นจักรพรรดิฮั่นอู่ตี้ (Emperor Wu of Han,) พระองค์คือผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขยายอำนาจของ อาณาจักรฮั่นไปยังดินแดนตะวันตกและเป็นผู้ริเริ่มเปิดเส้นทางสายไหมอันโด่งดัง ซึ่งสื่อถึงความทะเยอทะยาน วิสัยทัศน์ และความยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่แผ่ขยายไปทั่วดินแดนอันกว้างใหญ่ นำท่านแวะชม ประติมากรรมทารกหลับ (Dadi Zhizi,) เป็นประติมากรรมขนาดใหญ่ที่ สร้างขึ้นในปี 2019 โดยศิลปินและศาสตราจารย์ตง ชูปิน (Dong Shubin) จากสถาบันศิลปะและการออกแบบมหาวิทยาลัยชิงหัว (Tsinghua University) ประติมากรรมนี้ตั้ง อยู่ในทะเลทรายโกบี มณฑลกานซู ประเทศจีน โดยมีความยาว 15 เมตร และสูง 9 เมตร ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยว ยอดนิยมที่สื่อถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างมนุษย์ กับธรรมชาติ
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก Shangyu International Hotel ระดับ 4* หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านชม ถ้ำหินมั่วเกาคู (Mogao Caves,) รวมบัตรเข้าชมประเภท B และรถเล็กนำเที่ยว ถ้ำหินแห่งนี้เป็นหนึ่งในแหล่ง ศิลปกรรมพุทธศิลป์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกโดย ยูเนสโก (UNESCO World Heritage) ตั้งแต่ปี 1987 เป็นกลุ่มถ้ำทางพระพุทธศาสนาที่ตั้งอยู่ในเมืองตุนหวงถูก สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ฉิน(Qin) ในศตวรรษที่ 4 และได้รับการต่อเติมและขยายในสมัยราชวงศ์ต่อๆมาอีกกว่า 1,000 ปี ประกอบด้วยถ้ำมากกว่า 700ถ้ำ เป็นแหล่งรวบรวมงานศิลปะทางพระพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดและมีคุณค่าทาง ประวัติศาสตร์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
นำท่านชม เจดีย์ม้าขาว (Baimata,) อนุสรณ์สถานทางพุทธศาสนาอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ตั้งอยู่บน เส้นทางสายไหมโบราณทางตะวันตกของเมืองตุนหวง เจดีย์ม้าขาวมีชื่อเสียงที่สุดจากตำนานที่เชื่อมโยงกับพระภิกษุ ผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์จีนถูกสร้างขึ้นโดย พระกุมารชีพ (Kumarajiva, ) หรือ นักแปล พระสูตรที่ยิ่งใหญ่ ที่สุดของจีน ซึ่งเป็นพระสงฆ์ชาวกุจิ (Kucha) ที่เดินทางจากเอเชียกลางเข้าสู่ประเทศจีน ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 4-5 เจดีย์นี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐิของม้าขาวคู่ใจของพระกุมารชีพ ซึ่งได้ล้มป่วยและเสียชีวิตลงเมื่อมาถึงเมืองตุนหวง ม้าตัวนี้ได้แบกพระสูตรและคัมภีร์มาตลอดการเดินทางที่แสนยากลำบากข้าม ทะเลทรายการสร้างเจดีย์จึงเป็นการแสดง ความเคารพต่อความภักดีและความเสียสละของสัตว์ที่ช่วยนำพาพระพุทธศาสนาเข้าสู่จีน ตัวเจดีย์มีประวัติการบูรณะ หลายครั้ง โดยเฉพาะในช่วงราชวงศ์ชิง (Qing Dynasty) ถึงแม้จะเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติมากมายแต่เจดีย์ก็ ยังคงดำรงอยู่เป็นสัญลักษณ์ของความยั่งยืนทางศรัทธา
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านชม เนินทรายหมิงซาซาน (Mingsha Sand Dunes,) เป็นเนินทรายที่ทอดตัวยาวหลาย กิโลเมตรมีลักษณะพิเศษคือเมื่อลมพัดผ่านจะเกิดเสียงดังคล้ายเสียงดนตรีหรือเสียงกำแพงเมืองจีนด่านสุดท้ายของทิศตะวัน ตกยังร้องครวญ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "หมิงซา" ที่แปลว่า "เนินทรายร้อง" นำท่านชม สระน้ำวงพระจันทร์ (Crescent Lake,) เป็นโอเอซิสขนาดเล็กที่มีรูปร่างคล้ายพระจันทร์เสี้ยวตั้งอยู่กลางเนินทรายหมิงซาซาน
OPTION TOUR เลือกซื้อบริการเสริม สัมผัสบรรยากาศแบบย้อนยุคของเส้นทางสายไหมโบราณ ด้วยการขี่อูฐ เดินไปตามสันทรายราวกับขบวนคาราวาน ที่ลำเลียงสินค้าของพ่อค้าในยุคโบราณ ให้ท่านได้ซึมซับ และถ่ายรูป ภาพแห่งความประทับใจอย่างเต็มอิ่ม : ขี่อูฐ (ค่าบริการ 130 หยวน ต่อท่าน ต่อรอบ) / ถุงเท้ากันทราย (ค่าบริการ 5 หยวน ต่อท่าน) / รถไฟฟ้า (ค่าบริการ 10 หยวน ต่อท่าน ต่อเที่ยว)
จากนั้นให้ท่านได้อิสระช้อปปิ้งซื้อของฝาก ตลาดซาโจว (Shazhou Night Market,) ตลาดกลางคืนที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา กลิ่นอายวัฒนธรรมซินเจียง–กานซู่ และความอบอุ่นของผู้คนที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่ตลาด ขายของแต่คือ “จิตวิญญาณของตุนหวง”สถานที่ที่สะท้อนเสน่ห์ของเส้นทางสายไหมอย่างมีชีวิตชีวาการมาเยือน ตุนหวงจะไม่สมบูรณ์หากไม่ได้มาดื่มด่ำกับบรรยากาศที่คึกคักมีชีวิตชีวาและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของอาหารและสินค้าจากหลายเชื้อชาติโซนหลักของตลาด ตลาดแบ่งออกเป็นหลายโซน แต่ละโซนมีเสน่ห์เฉพาะตัวได้แก่
1. โซนอาหารพื้นเมือง (Local Food Street) เต็มไปด้วยร้านอาหารและแผงลอยกว่า 200 ร้าน ที่นำเสนอรสชาติแบบ ซินเจียงและกานซู่แท้ๆ เช่น เนื้อแกะย่าง(Yang Rou Chuan Chuan),ข้าวหมกแกะ(Zhua Fan),ขนมปังอบ (Kao Nang), โยเกิร์ตนมวัวสด และชานมเค็ม
2. โซนของฝากและงานฝีมือ (Handicraft & Souvenir Zone) ท่านจะได้พบกับงานศิลปะและของที่ระลึกสไตล์ ตุนหวง เช่น ผ้าพันคอและพัดลาย “ (เทพเหาะ)” จากจิตรกรรม ถ้ำโมเกา เครื่องประดับเงินและหินเทอร์ควอยซ์ พวงกุญแจและโปสการ์ดลวดลายทะเลทราย–พระจันทร์ครึ่งเสี้ยวของ ตกแต่งบ้านที่ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะพุทธ ในตุนหวงทุกชิ้นมีเรื่องราวบางร้านเป็นช่างฝีมือที่สืบทอดศิลปะจากรุ่นสู่รุ่น
3. โซนศิลปะร่วมสมัย (Art & Creative Market)
นอกจากของเก่าและของพื้นบ้าน ยังมีงานออกแบบร่วมสมัย เช่นภาพวาดศิลปะ “โมเดิร์น–ตุนหวง”เสื้อยืดและกระเป๋า ผ้าที่สกรีนภาพถ้ำโมเกาผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและชาในบรรจุภัณฑ์สวยงามพื้นที่นี้ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่และครีเอเตอร์
อิสระอาหารเย็นเพื่อสะดวกแก่การท่องเที่ยว
ที่พัก Shangyu International Hotel ระดับ 4* หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเกอเอ่อมู่ (Ge'ermu,) หรือ โกลมุด(Golmud) ประตูสู่ที่ราบสูงทิเบต และ ขุมทรัพย์แห่งชิงไห่ เป็นเมืองระดับ อำเภอที่ตั้งอยู่ในเขตปกครอง ตนเองไห่ซี (Haixi Mongol and Tibetan Autonomous Prefecture) มณฑลชิงไห่ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมืองนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในฐานะศูนย์กลาง การขนส่งและเป็นจุดแวะพักหลักสำหรับผู้ที่เดินทางบนเส้นทางรถไฟ ชิงไห่-ทิเบต (Qinghai-Tibet Railway) ซึ่งเชื่อมโยงจีนแผ่นดินใหญ่เข้ากับนครลาซาในทิเบต นอกจากนี้เกอเอ่อมู่ ยังเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นประตูสู่ทิวทัศน์ธรรมชาติอันน่าทึ่ง ของที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง 30 นาที
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบเกลือฉาเอ่อฮั่น มหัศจรรย์แห่งผลึกเกลือบนหลังคาโลก นำท่านชม ทะเลสาบ เกลือฉาเอ่อฮั่น (Chaerhan Salt Lake,) รวมค่ารถเล็กนำเที่ยว ตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเอง ไห่ซี มองโกลและทิเบต มณฑลชิงไห่ สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นหนึ่งในทะเลสาบเกลือที่ใหญ่ที่สุดในโลกและใหญ่ที่สุดใน ประเทศจีน ด้วยพื้นที่กว่า 5,856 ตารางกิโลเมตร หรือที่รู้จักกันในชื่อ"ฉาเอ่อร์ฮั่นเหยียน"ซึ่งมีความหมายตามภาษา มองโกเลียว่า "โลกแห่งเกลือ" ทะเลสาบแห่งนี้ไม่เพียงเป็นแหล่งทรัพยากรเกลือและแร่ธาตุที่สำคัญ แต่ยังเป็นจุดหมาย ปลายทางที่น่าทึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสกับความงามอันแปลกตาของธรรมชาติความยิ่งใหญ่และ อลังการที่สร้างสรรค์ขึ้นจากเกลือความโดดเด่นของทะเลสาบเกลือฉาเอ่อฮั่นคือผืนน้ำและผลึกเกลือเป็นสิ่งที่ทำให้ทะเลสาบฉาเอ่อฮั่นมีทิวทัศน์ของผืนน้ำสีเขียวมรกตที่กว้างใหญ่ไพศาลตัดกับผลึกเกลือสีขาวโพลนที่ก่อตัวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ บ้างก็มีรูปร่างแปลกตาบ้างก็เป็นสะพานเกลือที่ทอดยาวบางช่วงเวลาผิวน้ำใสราวกับกระจกสะท้อนท้องฟ้าและ ภูเขาโดยรอบสร้าง ภาพที่งดงามและน่าประทับใจ
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก Geermu Yilong Hotel ระดับ 4* หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองฉาข่า (Caka Town,) เมืองแห่งผลึกเกลือและกระจกเงาฝังผืนฟ้าแห่ง ชิงไห่ตั้งอยู่ในอำเภออูลัน แคว้นไห่ซี มณฑลชิงไห่ คำว่า "ฉาข่า" (Caka) เป็นภาษาทิเบต แปลว่า "บ่อเกลือ" เมืองนี้ตั้ง อยู่บนขอบตะวันออกของแอ่งไฉ่ต๋าหมู่และอยู่คู่กับการทำนาเกลือมานานนับพันปี จนกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวสาย ธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ใครมาเยือนมณฑลชิงไห่ก็ต้องแวะเช็กอิน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านชม ทะเลสาบเกลือฉาข่า (Chaka Salt Lake,) กระจกแห่งท้องฟ้า แห่งมณฑลชิงไห่ สวรรค์ของนักถ่ายภาพ ตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองไห่ซี มองโกลและทิเบต มณฑลชิงไห่ ประเทศจีนเป็นหนึ่งในทะเล สาบเกลือธรรมชาติที่มีชื่อเสียงระดับโลกและได้รับการยกย่องว่าเป็น "กระจกแห่งท้องฟ้า" (Mirror of the Sky) ด้วย ทัศนียภาพอันน่าทึ่งของผิวน้ำที่ใสราวคริสตัลสะท้อนภาพท้องฟ้าก้อนเมฆและภูเขาโดยรอบได้อย่างสมบูรณ์แบบราวกับภาพวาดที่นี่จึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวและนักถ่ายภาพที่ต้องการเก็บภาพความ งามอันเป็นเอกลักษณ์ สิ่งที่ทำให้ทะเลสาบฉาข่าโดดเด่นคือความสามารถในการสะท้อนภาพ ซึ่งเกิดจากความใสของน้ำ และความเข้มข้นของเกลือที่สูงมาก เมื่อน้ำตื้นๆ ท่วมทับพื้นผิวเกลือที่แข็งตัวมันจะกลายเป็นผืนกระจกเงาขนาดใหญ่ ที่สะท้อนทุกสิ่งที่อยู่ด้านบนทำให้คุณสามารถถ่ายภาพที่เหมือนกำลังยืนอยู่กลางท้องฟ้าได้เลยทีเดียว
แนะนำกิจกรรมและประสบการณ์ห้ามพลาด
- ถ่ายภาพ "กระจกแห่งท้องฟ้า": นี่คือเหตุผลหลักที่ผู้คนเดินทางมาที่นี่ เดินลงไปบนผืนน้ำที่ตื้น (แนะนำให้ใส่รองเท้า กันน้ำหรือรองเท้าแตะ) แล้วปล่อยใจไปกับการโพสท่าถ่ายรูปกับเงาสะท้อนของท้องฟ้า ก้อนเมฆและแม้กระทั่งตัวคุณ เองบนผิวน้ำที่นิ่งสงบ ภาพที่ได้จะสวยงามและแปลกตาไม่เหมือนใคร ไม่รวมค่าเช่ารองเท้ากันน้ำ
- ชมประติมากรรมเกลือ: ตลอดทางเดินและบริเวณรอบๆ ทะเลสาบคุณจะได้พบกับประติมากรรมและสิ่งก่อสร้าง ที่ทำจากเกลือ ซึ่งเป็นผลงานศิลปะที่สะท้อนถึงทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของที่นี่
- เดินบนพื้นผิวเกลือ: ในบางพื้นที่ของทะเลสาบที่น้ำแห้งสนิท คุณสามารถเดินบนพื้นผิวเกลือที่ขาวโพลนและ แข็งตัว ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนลานน้ำแข็งสีขาวขนาดมหึมา ไม่รวมค่าเช่ารองเท้ากันน้ำ
OPTION TOUR : นั่งรถไฟเล็กชมวิว ( ค่าบริการ 100 หยวน ต่อท่าน )
ภายในเขตท่องเที่ยวของทะเลสาบมีบริการรถไฟ ขนาดเล็กสีขาวฟ้าสดใส วิ่งเลียบทะเลสาบ พาคุณชมทัศนียภาพ อันกว้างใหญ่และจอดให้ลงไปถ่ายรูปตามจุดไฮไลต์ ต่างๆ เป็นวิธีที่สะดวกสบายในการสำรวจพื้นที่
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก Chaka Huacheng Grand Hotel ระดับ 4* หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซีหนิง (Xining,) ระหว่างทางผ่านชมวิวถนนเลียบ ทะเลสาบชิงไห่ (Qinghai Lake,) เป็นอัญมณี สีน้ำเงินที่ตั้งตระหง่านอยู่บนที่ ราบสูงชิงไห่-ทิเบตเป็น ทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่ ที่สุดในประเทศจีน และเป็นหนึ่งในสถานที่ ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของมณฑลชิงไห่ ชื่อ "ชิงไห่" ในภาษาจีนหมายถึง "ทะเลสีเขียว" ซึ่งตั้ง ตามชื่อทะเลสาบแห่งนี้โดยทะเลสาบมีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลทาง นิเวศวิทยาของภูมิภาคตะวันตกของจีน นำท่านแวะชม ทุ่งดอกไม้สีทอง (Rapeseed Menyuan,) ดอกไม้รอบชายฝั่งทะเลสาบจะเพิ่งเริ่มผลิบานและอวดความงดงามอย่างเต็มที่คุณจะได้เห็นภาพอันน่าทึ่งของผืนน้ำสีน้ำเงินครามเข้มจรดขอบฟ้า ตัดกับทุ่งอกน้ำมันสีเหลืองอร่ามยาวสุดลูกหูลูกตา เป็นความต่างของเฉดสี "น้ำเงิน-เหลือง" ที่งดงามและตระการตาจนแทบลืมหายใจ
หมายเหตุ: ช่วงเวลาการบานและสีสันของ ทุ่งดอกไม้สีทอง (Rapeseed Menyuan) ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและปัจจัย ธรรมชาติในแต่ละปี ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือร่วงโรยก่อนกำหนดได้ ทัศนียภาพ ณ วันเดินทางจริงจึงอาจ แตกต่างกันไปตามสภาพธรรมชาติขณะนั้น ทางผู้จัดฯ ขออภัยที่ไม่สามารถควบคุมปัจจัยดังกล่าวได้
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางต่อเพื่อกลับสู่ เมืองซีหนิง (Xining,) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นนำเที่ยวชมด้านนอก มัสยิดตงกวน (Dongguan Mosque,) เป็นหนึ่งในมัสยิดที่ใหญ่และสำคัญ ที่สุดในประเทศจีนมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 600 ปีและเป็นศูนย์กลางของชุมชนมุสลิมในภูมิภาคนี้โครงสร้างของ มัสยิดสะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิมและสไตล์อิสลามมัสยิดตงกวานมีความสำคัญต่อชุมชนมุสลิมในซีหนิงเป็นอย่างมากเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและวัฒนธรรม มัสยิดแห่งนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ของความหลาก หลายทางวัฒนธรรมในประเทศจีนและเป็นตัวอย่างของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขระหว่างชาวมุสลิมและชาว พุทธ
นำท่านเดินทางสู่ ถนนคนเดินลี่เหมิง (Limeng Commercial Pedestrian Street,) ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองซีหนิง มณฑลชิงไห่เป็นแหล่งรวมความทันสมัยวัฒนธรรมท้องถิ่นและอาหารเลิศรสที่สำคัญ คือได้รับการจัดอันดับให้เป็นเขตท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมระดับ AAAA ของประเทศจีนและเป็น "ถนนการค้าที่มีชื่อเสียง ของจีน" ที่นี่เป็นศูนย์รวมการท่องเที่ยวที่ครบวงจรที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับวัฒนธรรมของชาวซีหนิง และชิงไห่ได้อย่างแท้จริงถนนคนเดินลี่เหมิงเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการลิ้มลองรสชาติอาหารประจำภูมิภาค ชิงไห่และอาหารพื้นเมืองของชาวมุสลิม (Hui Nationality) ที่อาศัยอยู่ในซีหนิง
อิสระอาหารเย็นเพื่อสะดวกแก่การท่องเที่ยว
สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ สนามบินซีหนิงเฉาเจียเป่า เพื่อเดินทางกลับสู่ ประเทศไทย
23.40 น. ออกเดินทางบินลัดฟ้ากลับสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสายการบิน ไทยเวียตเจ็ทแอร์ (Thai Vietjet Air) เที่ยวบินที่ Z3691 ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง 5 นาที ไม่รวมบริการอาหารและเครื่องดื่ม บนเครื่อง
02.45 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ พร้อมด้วยความประทับใจ

46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา