| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 19 ก.ย. 69 - 26 ก.ย. 69 | 89,900 บาท | 15,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 03 ต.ค. 69 - 10 ต.ค. 69 | 89,900 บาท | 15,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 17 ต.ค. 69 - 24 ต.ค. 69 | 89,900 บาท | 15,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 31 ต.ค. 69 - 07 พ.ย. 69 | 89,900 บาท | 15,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 14 พ.ย. 69 - 21 พ.ย. 69 | 89,900 บาท | 15,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 28 พ.ย. 69 - 05 ธ.ค. 69 | 89,900 บาท | 15,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 19 ธ.ค. 69 - 26 ธ.ค. 69 | 89,900 บาท | 15,000 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
19:30 นัดพบคณะที่ สนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) อาคารผู้โดยสาร ชั้น 4 (ขาออก) ทางเข้าประตู 7 เจ้าหน้าที่บริษัทคอยต้อนรับ และช่วยเหลือในการเช็คอินที่ เคาน์เตอร์สายการบินรอยัล จอร์แดนเนียน (RJ)
(น้ำหนักกระเป๋าสัมภาระสูงสุดท่านละ 1 ใบ ไม่เกิน 23 กิโลกรัม และถือขึ้นเครื่องท่านละ 1 ใบ ไม่เกิน 7 กิโลกรัม)
22:30 ออกเดินทางสู่กรุงอัมมาน โดย สายการบินรอยัล จอร์แดนเนียน เที่ยวบินที่ RJ 183 (บริการอาหาร และเครื่องดื่มระหว่างเที่ยวบิน)
04:35 เดินทางถึงสนามบินนานาชาติควีน อาเลีย (Queen Alia International Airport) ประตูสู่ราชอาณาจักรฮัชไมต์แห่งจอร์แดน หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าสัมภาระ นำท่านมุ่งหน้าสู่ เมืองมาดาบา (Madaba) ระยะทางประมาณ 23 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที เมืองโบราณที่ได้รับสมญานามว่า “เมืองแห่งโมเสก” (City of Mosaics) มีชื่อเสียงระดับโลกจากงานศิลปะโมเสกยุคไบแซนไทน์และยุคคริสต์ศาสนายุคแรก และยังเป็นศูนย์กลางชุมชนคริสต์ที่สำคัญของประเทศ
นำท่าน เข้าชมโบสถ์เซนต์จอร์จ สถานที่เก็บรักษา ชมแผนที่โมเสกศักดิ์สิทธิ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก (Madaba Mosaic Map) ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 6 แผนที่โมเสกนี้ประกอบด้วยชิ้นหินสีมากกว่าสองล้านชิ้น แสดงรายละเอียดของนครเยรูซาเล็ม แม่น้ำจอร์แดน ทะเลเดดซี และเมืองสำคัญต่าง ๆ ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์สำคัญในพระคัมภีร์ ทำให้นักโบราณคดีสามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการศึกษาภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ของภูมิภาคตะวันออกกลางได้จนถึงปัจจุบัน
นำท่านเดินทางต่อสู่ เขาเนโบ (Mount Nebo) ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที หนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของโลกคริสต์ เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ที่ศาสดาโมเสสได้ทอดสายตามองเห็นดินแดนพันธสัญญาก่อนสิ้นชีวิต ภายในบริเวณยังมีโบสถ์โบราณและงานโมเสกอันงดงามอายุกว่าพันปี จากจุดชมวิวสามารถมองเห็นหุบเขาจอร์แดน ทะเลเดดซี เมืองเจริโค และในวันที่อากาศแจ่มใสสามารถมองไกลไปถึงนครเยรูซาเล็มได้
เที่ยง บริการอาหาร ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
จากนั้นเดินทางสู่ ป้อมคาสร์ อัล ควาตรานา (Qasr Al-Qatrana) ระยะทางประมาณ 85 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ป้อมคาราวานยุคออตโตมันที่ตั้งอยู่บนเส้นทางแสวงบุญโบราณจากดามัสกัส สู่นครเมกกะ สถานที่แห่งนี้เคยเป็นจุดพักสำคัญของพ่อค้าและผู้แสวงบุญที่เดินทางข้ามทะเลทราย ท่านจะได้ชมสถาปัตยกรรมหินแบบออตโตมัน ระบบกักเก็บน้ำ และเรียนรู้เรื่องราวของเส้นทางคาราวานในอดีต
จากนั้นเดินทางสู่ เมืองวาดีมูซา เมืองวาดีมูซา (Wadi Musa) เมืองที่ได้รับการตั้งชื่อตามศาสดาโมเสส และเป็นประตูสู่มหานครเพตราระยะทางประมาณ 170 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง
ค่ำ บริการอาหารแบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
ที่พัก PETRA MOON LUXURY HOTEL, PETRA ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่าในราคาระดับเดียวกัน
Optional Tour: Petra by Night ช่วงเวลา 20:30 – 22:30 น. (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมไม่รวมในค่าทัวร์ ประมาณ 40JOD ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของหน่วยงานบริหารนครเพตรา) สำหรับท่านที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษยามค่ำคืน ณ นครเพตรา เดินผ่านช่องเขา Siq ท่ามกลางแสงเทียนนับพันดวง ก่อนปรากฏภาพอันน่าตื่นตาของมหาวิหารเอลคาซเนห์ (The Treasury) ภายใต้แสงดาว พร้อมรับฟังบทเพลงสไตล์เบดูอินแบบดั้งเดิม และเรื่องเล่าแห่งอาณาจักรนาบาเทียนในบรรยากาศที่เปี่ยมมนต์ขลัง
เช้า บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ ลิตเติลเพตรา (Little Petra) หรือ (Siq al-Barid) ซึ่งมีความหมายว่า “หุบเขาเย็น” เมืองโบราณขนาดเล็กที่สร้างขึ้นโดยชาวนาบาเทียนเมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน เคยทำหน้าที่เป็นจุดพักคาราวานและศูนย์กลางการค้าสำคัญบนเส้นทางเชื่อมโยงคาบสมุทรอาหรับ อียิปต์ และดินแดนเมดิเตอร์เรเนียน ก่อนเข้าสู่มหานครเพตรา เมืองหลวงอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรนาบาเทียน
นำท่านเดินผ่านช่องเขาหินทรายสีชมพูอันเงียบสงบ ชมห้องพักพ่อค้า โรงเก็บสินค้า และร่องรอยของชุมชนโบราณที่เคยรองรับกองคาราวานนับพันชีวิต พร้อมสัมผัสบรรยากาศที่ยังคงความดั้งเดิมและสงบงดงามกว่ามหานครเพตรา
จากนั้นนำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์เพตรา (Petra Museum) พิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ที่รวบรวมเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรนาบาเทียน ผ่านการจัดแสดงโบราณวัตถุอันทรงคุณค่า โมเดลจำลองเมือง ระบบการจัดการน้ำอันล้ำสมัย ตลอดจนเทคโนโลยีมัลติมีเดียที่ช่วยถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของเพตราได้อย่างน่าสนใจ
และนำท่านเข้าสู่ มหานครเพตรา (Petra) เมืองหินสีชมพูอันเลื่องชื่อ หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ และมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก (UNESCO) นครเพตราเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรนาบาเทียน ซึ่งรุ่งเรืองจากการควบคุมเส้นทางการค้ากำยาน เครื่องเทศ และสินค้าล้ำค่าระหว่างอาระเบีย อียิปต์ ซีเรีย และดินแดนเมดิเตอร์เรเนียน ก่อนที่จะเสื่อมถอยและถูกซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขาและหน้าผาหินทรายอันสูงชัน จนแทบไม่เป็นที่รู้จักของโลกภายนอกนานหลายศตวรรษ ก่อนที่นักสำรวจชาวสวิส โยฮันน์ ลุดวิก บวร์กฮาร์ดท์ (Johann Ludwig Burckhardt) จะค้นพบอีกครั้งในปี ค.ศ. 1812
นำท่านเดินจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวสู่ปากทางเข้าช่องเขาซิค (Siq) สำหรับท่านที่ไม่ประสงค์เดิน สามารถเลือกใช้บริการขี่ม้า โดยราคาทัวร์รวมค่าบริการม้า แต่ไม่รวมค่าทิปคนจูงม้าตามธรรมเนียมท้องถิ่น (ขั้นต่ำประมาณ 2 JOD ต่อท่าน) นอกจากนี้ยังมีบริการรถกอล์ฟ รถม้า ขี่ลา และขี่อูฐ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม สามารถสอบถามรายละเอียดจากหัวหน้าทัวร์หรือไกด์ท้องถิ่นได้
นำท่านเดินเท้าผ่านช่องเขาซิค (Siq) ช่องเขาธรรมชาติอันน่าตื่นตาตื่นใจ ความยาวกว่า 1.2 กิโลเมตร รายล้อมด้วยหน้าผาหินทรายสูงกว่า 80 เมตร ซึ่งเกิดจากการแยกตัวของเปลือกโลกและการกัดเซาะตามธรรมชาตินานหลายล้านปี ระหว่างทางท่านจะได้ชมร่องรอยระบบส่งน้ำโบราณ รางน้ำแกะสลักบนหน้าผา รูปสลักเทพเจ้า และสัญลักษณ์ทางศาสนาของชาวนาบาเทียน ซึ่งสะท้อนถึงภูมิปัญญาและความก้าวหน้าทางวิศวกรรมของอารยธรรมแห่งทะเลทราย ก่อนที่ช่องเขาซิคจะค่อย ๆ เปิดออกสู่ภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจของ เอลคาซเนห์ (Al-Khazneh) หรือ มหาวิหารคลังสมบัติ (The Treasury) อาคารแกะสลักจากหน้าผาหินทรายสีชมพูสูงกว่า 40 เมตร ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมหินแกะสลักที่งดงามที่สุดในโลก และเป็นสัญลักษณ์อันทรงคุณค่าของประเทศจอร์แดน
เที่ยง บริการอาหารแบบบุฟเฟต์ ณ ภัตตาคาร Basin ภายในเขตอุทยานเพตรา
นำท่านเดินชมความยิ่งใหญ่ของมหานครเพตราต่อ ชมสุสานหลวง (Royal Tombs) อันยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่ฝังพระศพของกษัตริย์และชนชั้นสูงแห่งอาณาจักรนาบาเทียน โดดเด่นด้วยการแกะสลักหน้าผาขนาดมหึมาและลวดลายที่ผสมผสานศิลปะกรีก โรมัน และตะวันออกเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โรงละครโรมัน (Roman Theatre) ที่สามารถรองรับผู้ชมได้มากกว่า 8,000 คน สะท้อนถึงอิทธิพลของจักรวรรดิโรมันที่เข้ามามีบทบาทในภูมิภาคแห่งนี้ภายหลังการผนวกอาณาจักรนาบาเทียนเข้าสู่จักรวรรดิโรมัน ถนนคาร์โด (Cardo Street) ผ่านชมซากวิหารใหญ่ (Great Temple Complex) และอาคารราชการสำคัญที่เคยเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและการปกครองของนครเพตราในยุครุ่งเรือง และระบบบริหารจัดการน้ำอันล้ำสมัย ซึ่งล้วนสะท้อนถึงความรุ่งเรืองของอาณาจักรนาบาเทียนเมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน
อิสระให้ท่านเก็บภาพความประทับใจ ณ หนึ่งในแหล่งมรดกโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งตะวันออกกลาง ท่ามกลางภูมิทัศน์หินทรายสีชมพูอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งได้รับการยกย่องจากนักเดินทางทั่วโลกว่าเป็นหนึ่งในสถานที่มหัศจรรย์ที่สุดที่ควรมาเยือนสักครั้งในชีวิต
กระทั่งถึงเวลานัดหมาย นำท่านเดินทางออกจากเขตอุทยานเพตรา
ค่ำ บริการอาหารแบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
ที่พัก PETRA MOON LUXURY HOTEL, PETRA ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่าในราคาระดับเดียวกัน
เช้า บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ เมืองอควาบา (Aqaba) ระยะทางประมาณ 125 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง อควาบาเป็นเมืองท่าสำคัญแห่งทะเลแดง และเป็นเมืองชายฝั่งทะเลเพียงแห่งเดียวของประเทศจอร์แดน ด้วยตำแหน่งที่ตั้งอันโดดเด่นบริเวณปลายสุดของอ่าวอควาบา (Gulf of Aqaba) ซึ่งเป็นจุดบรรจบของจอร์แดน อิสราเอล อียิปต์ และซาอุดีอาระเบีย ทำให้เมืองแห่งนี้มีบทบาทสำคัญทั้งในด้านการค้า การเดินเรือ และการท่องเที่ยวมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
นำท่านชมเมืองอควาบา สัมผัสบรรยากาศเมืองท่าริมทะเลแดงอันมีชีวิตชีวา พร้อมชมทัศนียภาพอันงดงามของอ่าวอควาบา ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ทางทะเลที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของตะวันออกกลาง
จากนั้นนำท่าน ล่องเรือท้องกระจก (Glass Bottom Boat) สัมผัสความงดงามของโลกใต้ทะเลแดง โดยไม่ต้องดำน้ำ ผ่านพื้นกระจกใสของเรือที่เปิดโอกาสให้ชมแนวปะการังธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ฝูงปลาหลากสี และระบบนิเวศทางทะเลที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ ทะเลแดงบริเวณอ่าวอควาบาถือเป็นหนึ่งในจุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงที่สุดของตะวันออกกลาง ด้วยน้ำทะเลใสราวคริสตัลและแนวปะการังที่ยังคงความสมบูรณ์ตลอดแนวชายฝั่ง
เที่ยง บริการอาหารกลางวันแบบซีฟู้ดบาร์บีคิวบนเรือ พร้อมชมทัศนียภาพอันงดงามของทะเลแดง
บ่าย หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เขตอนุรักษ์วาดิรัม (Wadi Rum Protected Area) ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง วาดิรัมได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) เมื่อปี ค.ศ. 2011 และได้รับสมญานามว่า “Valley of the Moon” หรือ “หุบเขาแห่งดวงจันทร์” ด้วยภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ที่ประกอบไปด้วยภูเขาหินทรายสีแดง หน้าผาสูงตระหง่าน หุบเขาลึก และผืนทะเลทรายกว้างใหญ่สุดสายตา
นำท่านเช็คอินเข้าสู่ที่พักแบบโดมกลางทะเลทราย ท่ามกลางภูมิทัศน์อันเงียบสงบและงดงามของผืนทะเลทรายวาดิรัม
อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย พร้อมเก็บภาพความงดงามของพระอาทิตย์ตกเหนือผืนทะเลทรายสีแดง ซึ่งแต่งแต้มท้องฟ้าด้วยเฉดสีทอง ส้ม และแดงอย่างงดงาม ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่สวยที่สุดของวัน
เมื่อยามค่ำคืนมาถึง ท่านจะได้สัมผัสท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวนับล้านดวง ท่ามกลางความเงียบสงบของทะเลทรายอาหรับ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในประสบการณ์การชมดาวที่น่าประทับใจที่สุดแห่งหนึ่งของตะวันออกกลาง
ค่ำ บริการอาหารแบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารของแคมป์ที่พัก
ที่พัก LUXURY RUM MAGIC, WADIRUM หรือเทียบเท่าในราคาระดับเดียวกัน
สัมผัสประสบการณ์ พักห้องแบบโดมเต็นท์ (Martian Tent) พร้อมเครื่องปรับอากาศ ห้องน้ำส่วนตัว และวิวทะเลทรายแบบพาโนรามา
05:00 นำท่านสัมผัสวิถีชีวิตแบบชาวเบดูอิน ด้วย กิจกรรมขี่อูฐ (รวมในค่าทัวร์) รับแสงแรกแห่งวัน ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบของทะเลทรายวาดิรัม สัมผัสภาพพระอาทิตย์ค่อย ๆ โผล่พ้นขอบฟ้าเหนือภูเขาหินทรายสีแดง พร้อมแสงสีทองยามเช้าที่สาดส่องไปทั่วผืนทะเลทราย สร้างภาพความประทับใจอันงดงามที่หาได้ยากจากสถานที่อื่นในโลก
เช้า บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของแคมป์ที่พัก
หลังอาหาร นำท่านสัมผัสอีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลต์ของวาดิรัมด้วยการ นั่งรถปิคอัพขับเคลื่อนสี่ล้อ ออกสำรวจภูมิประเทศอันน่ามหัศจรรย์ของทะเลทรายวาดิรัม (4WD Desert Safari) ระหว่างทางนำท่านแวะชมสถานที่สำคัญ อาทิ • Lawrence's House • Khazali Canyon • Little Bridge • Um Frouth Rock Arch ท่านจะได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ของภูเขาหินทรายสีแดง ซุ้มหินธรรมชาติขนาดมหึมา ช่องเขาแคบ และภาพสลักโบราณบนผนังหินที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้คนในภูมิภาคแห่งนี้เมื่อหลายพันปีก่อน
วาดิรัมได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในภูมิประเทศทะเลทรายที่งดงามที่สุดในโลก และด้วยภูมิประเทศที่มีลักษณะคล้ายพื้นผิวของดาวอังคารอย่างน่าทึ่ง วาดิรัมจึงได้รับฉายาว่า “ดาวอังคารบนโลก” และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในภูมิประเทศทะเลทรายที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ความโดดเด่นของวาดิรัมทำให้สถานที่แห่งนี้ได้รับเลือกให้เป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลกหลายเรื่อง อาทิ Lawrence of Arabia, The Martian, Star Wars, Transformers, Dune และ Aladdin ซึ่งล้วนใช้ภูมิทัศน์อันแปลกตาของวาดิรัมเป็นตัวแทนของดินแดนต่างดาวและโลกแห่งจินตนาการ
จากนั้นอำลาทะเลทรายวาดิรัม ดินแดนแห่งภูเขาหินสีแดงและเรื่องราวของชนเผ่าเบดูอิน และออกเดินทางสู่ทะเลเดดซี มหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ระยะทางประมาณ 337 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง 30 นาที
เที่ยง บริการอาหาร ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเดินทางต่อสู่ ทะเลเดดซี (Dead Sea) หนึ่งในมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียง และเป็นจุดที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลมากที่สุดบนพื้นผิวโลก โดยมีระดับต่ำกว่าน้ำทะเลประมาณ 430 เมตร ทะเลเดดซีเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่มีความเข้มข้นของแร่ธาตุสูงกว่าทะเลทั่วไป เกือบ 10 เท่า จึงทำให้ผู้ลงเล่นน้ำสามารถลอยตัวบนผิวน้ำได้โดยแทบไม่ต้องออกแรงว่ายน้ำ จนได้รับสมญานามว่า “ทะเลที่ไม่มีวันจม” ระหว่างทางนำท่านแวะเลือกชมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามที่สกัดจากแร่ธาตุธรรมชาติของทะเลเดดซี อาทิ โคลนแร่ สบู่ธรรมชาติ ครีมบำรุงผิว และผลิตภัณฑ์สปาชื่อดัง ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ทั้งนี้โปรแกรมนี่ ไม่มีการบังคับซื้อสินค้า ท่านสามารถเลือกซื้อได้ตามอัธยาศัย หรือนั่งรออยู่ที่รถ ไม่มีกำหนดเวลาเคร่งครัด ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของลูกค้า
จากนั้นนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 5 ดาว ริมทะเลเดดซี
อิสระให้ท่านพักผ่อนภายในโรงแรม และสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษของทะเลเดดซี ท่านสามารถลงเล่นน้ำเพื่อพิสูจน์ปรากฏการณ์การลอยตัวตามธรรมชาติบนผิวน้ำ หรือเลือกพอกโคลนแร่ธรรมชาติจากทะเลเดดซี ซึ่งขึ้นชื่อในด้านคุณสมบัติในการบำรุงและฟื้นฟูผิวพรรณ ช่วงเวลานี้ถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการเดินทาง นักท่องเที่ยวหลายท่านนิยมเก็บภาพความประทับใจด้วยการนอนอ่านหนังสือกลางผิวน้ำ ซึ่งกลายเป็นภาพสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงของทะเลเดดซีไปทั่วโลก
หมายเหตุ : การลงเล่นน้ำในทะเลเดดซีมีข้อควรระวังด้านความปลอดภัย กรุณาปฏิบัติตามคำแนะนำของหัวหน้าทัวร์ ไกด์ท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ของโรงแรมอย่างเคร่งครัด
ค่ำ บริการอาหารแบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
ที่พัก HOLIDAY INN RESORT BY IHG, DEAD SEA ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่าในราคาระดับเดียวกัน
เช้า บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
อิสระพักผ่อนยามเช้าที่โรงแรม หรือเลือกสัมผัสประสบการณ์ลอยตัวกลางทะเลเดดซียามเช้า พร้อมพอกโคลนแร่ธรรมชาติที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่เชื่อว่ามีคุณประโยชน์ต่อผิวพรรณ
กระทั่งถึงเวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ ป้อมอัจลูน (Ajloun Castle) ระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที ป้อมอัจลูนเป็นหนึ่งในป้อมปราการทางทหารที่สำคัญที่สุดของโลกอาหรับ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1184 โดยแม่ทัพของสุลต่านซาลาดิน วีรบุรุษผู้มีบทบาทสำคัญในการต่อสู้กับกองทัพครูเสด ป้อมถูกสร้างขึ้นบนยอดเขาสูงเพื่อใช้เป็นฐานสังเกตการณ์ป้องกันการรุกรานของกองทัพครูเสด และเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของโลกอิสลามในยุคสงครามครูเสด อีกทั้งยังใช้ควบคุมเส้นทางการค้าระหว่างซีเรีย จอร์แดน และปาเลสไตน์
นำท่านชมกำแพงป้อม หอคอยเฝ้าระวัง อุโมงค์ทางเดินโบราณ และจุดชมวิวอันงดงามที่สามารถมองเห็นเทือกเขาและผืนป่าเขียวขจีทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งแตกต่างจากภาพจำของจอร์แดนที่เป็นดินแดนทะเลทรายอย่างสิ้นเชิง
เที่ยง บริการอาหาร ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
นำท่านเข้าชม เมืองโรมันโบราณ เจราข (Jerash) ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที
เจราชได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเมืองโรมันโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และได้รับฉายาว่า “นครพันเสาแห่งตะวันออกกลาง” (The City of a Thousand Columns) ในอดีตเมืองแห่งนี้เคยเป็นหนึ่งในนครสำคัญของกลุ่มนครเดคาโปลิส (Decapolis) ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการค้า การปกครอง และวัฒนธรรมของจักรวรรดิโรมันในภูมิภาคตะวันออกกลาง นำท่านเดินชมโบราณสถานสำคัญ อาทิ
ประตูเฮเดรียน (Hadrian's Arch) อนุสรณ์แห่งการเสด็จเยือนของจักรพรรดิเฮเดรียน
ลานวงรี (Oval Plaza) จัตุรัสขนาดใหญ่ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนเมืองโรมันแห่งใดในโลก
ถนนคาร์โด (Cardo Maximus) ถนนสายหลักที่เรียงรายด้วยเสาหินโรมันโบราณกว่า 500 ต้น
วิหารอาร์เทมิส (Temple of Artemis) วิหารศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพีอาร์เทมิส เทพีผู้พิทักษ์เมือง
โรงละครโรมัน (South Theatre) โรงละครขนาดใหญ่ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์และสามารถใช้งานได้จริงมาจนถึงปัจจุบัน
โบราณสถานอันยิ่งใหญ่เหล่านี้สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของจักรวรรดิโรมันในดินแดนตะวันออกกลางเมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน และถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่สุดของการเดินทางในประเทศจอร์แดน
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงอัมมาน (Amman) เมืองหลวงของประเทศจอร์แดน ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
ที่พัก DOUBLETREE BY HILTON HOTEL & RESIDENCE AMMAN ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
เช้า บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
หลังอาหาร นำท่านออกสำรวจ กรุงอัมมาน (Amman) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจอร์แดน ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่มีประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานต่อเนื่องยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีหลักฐานการอยู่อาศัยย้อนหลังมากกว่า 7,000 ปี นำท่านชม ป้อมปราการแห่งอัมมาน (Amman Citadel) โบราณสถานสำคัญที่ตั้งอยู่บนเนินเขาใจกลางเมือง ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของอารยธรรมหลายยุคสมัย ทั้งอัมโมไนต์ กรีก โรมัน ไบแซนไทน์ และอิสลาม ภายในบริเวณท่านจะได้ชม ซากวิหารเฮอร์คิวลีส (Temple of Hercules) พระราชวังสมัยอุมัยยะฮ์ (Umayyad Palace) และจุดชมวิวแบบพาโนรามาที่สามารถมองเห็นกรุงอัมมานและบ้านเรือนสีครีมที่เรียงตัวลดหลั่นไปตามเนินเขาได้อย่างสวยงาม
จากนั้นนำท่านชม โรงละครโรมันแห่งอัมมาน (Roman Theatre) โรงละครกลางแจ้งขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 2 ในสมัยจักรพรรดิแอนโทนินุส ปิอุส สามารถรองรับผู้ชมได้มากกว่า 6,000 คน และถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของกรุงอัมมานในปัจจุบัน
ต่อด้วยการเดินเล่นในย่าน ดาวน์ทาวน์ซูก (Downtown Souk) ศูนย์กลางการค้าดั้งเดิมของเมือง สัมผัสบรรยากาศวิถีชีวิตของชาวจอร์แดน ชมร้านค้า เครื่องเทศ ขนมพื้นเมือง และสินค้าหัตถกรรมท้องถิ่นที่สะท้อนเอกลักษณ์ของตะวันออกกลาง
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่าน เข้าชม พิพิธภัณฑ์จอร์แดน (The Jordan Museum) พิพิธภัณฑ์แห่งชาติที่สำคัญที่สุดของประเทศ ซึ่งรวบรวมเรื่องราวประวัติศาสตร์ของจอร์แดนตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ อารยธรรมโบราณ จนถึงยุคปัจจุบัน
ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงโบราณวัตถุอันทรงคุณค่ามากมาย รวมถึงสำเนาบางส่วนของม้วนหนังสือเดดซี (Dead Sea Scrolls) และหลักฐานสำคัญที่สะท้อนบทบาทของจอร์แดนในฐานะแหล่งกำเนิดอารยธรรมของมนุษยชาติ
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ถนนเรนโบว์ (Rainbow Street) ถนนสายวัฒนธรรมอันมีชื่อเสียงที่สุดของกรุงอัมมาน ซึ่งผสมผสานเสน่ห์ของเมืองเก่าเข้ากับวิถีชีวิตร่วมสมัยได้อย่างลงตัว อิสระให้ท่านเดินเล่น ถ่ายภาพ เลือกซื้อของที่ระลึก หรือพักผ่อนตามอัธยาศัย ณ ร้านกาแฟ และคาเฟ่ บรรยากาศดีที่เรียงรายอยู่ตลอดสองฝั่งถนน พร้อมสัมผัสบรรยากาศชีวิตประจำวันของชาวจอร์แดนยุคใหม่ ช่วงเวลานี้ถือเป็นโอกาสอันดีในการซึมซับเสน่ห์ของกรุงอัมมานเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนอำลาดินแดนแห่งอารยธรรมโบราณอันน่าหลงใหล
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย
หลังอาหาร ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติควีน อาเลีย (Queen Alia International Airport)
22:00 เดินทางถึงสนามบิน และดำเนินการเช็คอิน เคาน์เตอร์สายการบิน รอยัล จอร์แดนเนียน กลับประเทศไทย
(กระเป๋าสัมภาระสูงสูดท่านละ 1 ใบ ไม่เกิน 23 กิโลกรัม ถือขึ้นเครื่องท่านละ 1 ใบ ไม่เกิน 7 กิโลกรัม)
03:10 ออกเดินทางกลับสู่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ (BKK) ประเทศไทย โดย สายการบิน รอยัล จอร์แดนเนียน เที่ยวบินที่ RJ 182
(บริการอาหาร และเครื่องดื่มระหว่างเที่ยวบิน)
15:35 เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา