| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 17 มิ.ย. 69 - 26 มิ.ย. 69 | 139,900 บาท | 32,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 22 ก.ค. 69 - 31 ก.ค. 69 | 149,900 บาท | 32,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 05 ส.ค. 69 - 14 ส.ค. 69 | 145,900 บาท | 32,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 16 ก.ย. 69 - 25 ก.ย. 69 | 139,900 บาท | 32,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 06 ต.ค. 69 - 15 ต.ค. 69 | 139,900 บาท | 32,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 21 ต.ค. 69 - 30 ต.ค. 69 | 139,900 บาท | 32,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 21 พ.ย. 69 - 30 พ.ย. 69 | 129,900 บาท | 32,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
20.30 น. คณะผู้เดินทางพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ F สายการบิน Austrian Airlines โดยมีเจ้าหน้าที่มืออาชีพคอยให้การต้อนรับ และ อำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิดตลอดกระบวนการเช็คอิน
23.40 น ออกเดินทางสู่ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เที่ยวบินที่ OS 008
05.35 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและพิธีการทางศุลกากร และนำท่านขึ้นรถโค้ชเพื่อเดินทางสู่ เมืองกราซ Graz เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศออสเตรีย (รองจากเวียนนา) เมืองนี้มีเสน่ห์ที่ เป็นเอกลักษณ์จากการผสมผสานอย่างลงตัว ระหว่าง "ความเก่าขลัง" ของประวัติศาสตร์ยุโรปกลาง และ "ความล้ำสมัย" ของศิลปะและการออกแบบ จนได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นเมืองมรดกโลก ระหว่างทางให้ท่านได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามของธรรมชาติสองข้างทาง นำท่านเที่ยวชมเขตเมืองเก่าดั้งเดิม ซึ่งมีประวัติความเป็นมายาวนานหลายศตวรรษ อันเป็นศูนย์รวมของสถาปัตยกรรมหลากหลายยุคสมัยที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ทั้งศิลปะเรอเนซองส์ บารอก และสมัยใหม่ ให้ท่านได้สัมผัสเสน่ห์แห่งอดีตท่ามกลางบรรยากาศอันคลาสสิก
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่พรมแดน เพื่อข้ามเข้าสู่ประเทศสโลเวเนีย ดินแดนแห่งธรรมชาติอันงดงาม จากนั้นเดินทางต่อสู่ เมืองเบลด Bled ตั้งอยู่บริเวณหุบเขาที่มีชื่อว่า Julian Alps อีกทั้งยังป็นเมืองตากอากาศชื่อดังที่โอบล้อมด้วยขุนเขาและทะเลสาบสีมรกตใส ให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศแสนโรแมนติกและความเงียบสงบอันน่าประทับใจ นำท่านล่องเรือ เพลตนะ โบ๊ต เรือที่เป็นสัญลักษณ์ของทะเลสาบเบลด เป็นเรือไม้พายแบบดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 มีหลังคาสีสดใส พายโดยฝีพายมืออาชีพ (Pletnari) ซึ่งต้องเป็นตระกูลที่ได้รับสืบทอดใบอนุญาตเท่านั้น นำท่านล่องไปยัง เกาะกลางทะเลสาบ เกาะเบลด (Bled Island) เพื่อไปชมโบสถ์ อะซัมพ์ชัน ออฟ แมรี่ Assumption of Mary โบสถ์เก่าแก่ที่ตั้งโดดเด่นอยู่บนเกาะเล็กกลางทะเลสาบเบลด โอบล้อมด้วยทัศนียภาพอันงดงามของขุนเขาและผืนน้ำสีมรกต
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : PARK HOTEL BLED หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ กรุงลูบลิยานา (Ljubljana) เมืองหลวงแสนมีเสน่ห์ของประเทศสโลเวเนีย ที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์บาโรกและอาร์ตนูโว ผสานความทันสมัยอย่างลงตัว พร้อมแม่น้ำลูบลิยานาที่ไหลผ่านใจกลางเมือง สร้างบรรยากาศโรแมนติกและมีชีวิตชีวา นำท่านชมบริเวณภายนอกของ ปราสาทลูบลิยานา Ljubljana Castle ปราสาทเก่าแก่ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาเหนือใจกลางเมือง อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงลูบลิยานา ให้ท่านได้ชื่นชมความงดงามของสถาปัตยกรรมและทัศนียภาพโดยรอบ พร้อมเก็บภาพความประทับใจของเมืองจากมุมสูงตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านชม สะพานมังกร Dragon Bridge สะพานอันเป็นเอกลักษณ์ของกรุงลูบลิยานา โดดเด่นด้วยรูปปั้นมังกรทั้ง 4 ตัวที่ตั้งตระหง่านอยู่ทั้งสี่มุม สื่อถึงสัญลักษณ์แห่งพลังและการปกป้องของเมือง ให้ท่านได้เก็บภาพความประทับใจกับแลนด์มาร์กสำคัญแห่งนี้ตามอัธยาศัย
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านออกเดินทางเข้าชม ปราสาทเพร็ดยามา Predjama Castle ปราสาทที่ได้ชื่อว่า ปราสาทในถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยได้รับการบันทึกจาก Guinness World Records ปราสาทเก่าแก่แห่งนี้ตั้งตระหง่านอยู่ปากถ้ำท่ามกลางหน้าผาสูงชัน โดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งอันน่าทึ่งและสถาปัตยกรรมอันแปลกตา ผสานธรรมชาติและประวัติศาสตร์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นติดกับหน้าผาหินปูนสูงกว่า 123 เมตร โดยส่วนหนึ่งของปราสาทฝังลึกลงไปในปากถ้ำอย่างกลมกลืน ให้ท่านได้สัมผัสความยิ่งใหญ่และเรื่องราวแห่งอดีตกาล
จากนั้นนำท่านเข้าชมความยิ่งใหญ่อลังการของ ถ้ำโพสโตยนา Postojna Cave หนึ่งในถ้ำหินงอกหินย้อยที่มีชื่อเสียงที่สุดของยุโรปและในโลกเป็น้ำที่มี ระบบถ้ำที่ยาวที่สุดในสโลวีเนีย ภายในท่านจะตื่นตาตื่นใจกับความงดงามของธรรมชาติใต้พิภพที่ถูกสรรสร้างมาอย่างยาวนานนับล้านปี โดยเฉพาะ Brilliant หินงอกสีขาวบริสุทธิ์สูง 5 เมตร ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของถ้ำโพสโตยนา ให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศอันน่าพิศวงของอุโมงค์ถ้ำขนาดมหึมาและประติมากรรมหินงอกหินย้อยอันวิจิตรตระการตาอย่างใกล้ชิด นำท่านนั่งรถไฟชมความงดงามของภายในตัวถ้ำ ถือได้ว่าเป็นไฮไลท์ที่สนุกที่สุด ของการมาเที่ยวถ้ำโพสโตยนา ท่านจะผ่านอุโมงค์แคบๆ ที่เห็นหินงอกหินย้อยอยู่ใกล้แค่เอื้อม จากนั้นนำท่านข้ามพรมแดนออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ประเทศโครเอเชียเพื่อเดินทางไปยัง เมืองปูล่า Pula เมืองชายฝั่งอันเก่าแก่ทางตอนใต้ของคาบสมุทรอิสเตรีย ประเทศโครเอเชีย ซึ่งโดดเด่นด้วยเสน่ห์แห่งประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมยุคโรมันอันเก่าแก่กว่า 2,000 ปี นำท่านเข้าชม ปูล่า อารีนา Pula Arena มรดกอันล้ำค่าของเมืองปูล่า และถือเป็นหนึ่งในอัฒจันทร์โรมันที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก 1 ใน 6 แห่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่ โดยมีเอกลักษณ์โดดเด่นคือผนังหินด้านนอกทั้ง 4 ด้านที่ยังคงตั้งตระหง่านอย่างสมบูรณ์ ให้ท่านได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมโบราณที่สะท้อนอารยธรรมอันรุ่งเรืองในอดีต
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Park Plaza Histria Pula หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ เมืองโอพาเทีย Opatija เมืองตากอากาศเก่าแก่ที่สุดของประเทศโครเอเชีย ริมทะเลเอเดรียติกทางตอนเหนือของโครเอเชีย ซึ่งได้รับฉายาว่า "ไข่มุกแห่งทะเลอาเดรียติค" ซึ่งมีชื่อเสียงด้านบรรยากาศหรูหราเงียบสงบตั้งแต่ยุคจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี รายล้อมด้วยทิวทัศน์ทะเลเอเดรียติกอันงดงามและสถาปัตยกรรมสไตล์วิลล่าโบราณ นำท่านถ่ายภาพคู่กับ รูปปั้นหญิงสาวกับนกนางนวล Maiden with the Seagull สัญลักษณ์อันโดดเด่นของเมืองโอพาเทีย ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลเอเดรียติก ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกของทะเลและลมทะเลอ่อนๆ รูปปั้นนั้นถูกสร้างขึ้นในปี 1956 โดยประติมากรชาวโครเอเชียชื่อ Zvonko Car นำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ กรุงซาเกรบ Zagreb เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศโครเอเชีย ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เป็นศูนย์กลางการบริหาร วัฒนธรรม และเศรษฐกิจที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมยุโรปกลางแบบคลาสสิกกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ซึ่งตัวเมืองนั้นถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน ได้แก่ เมืองด้านบน (Upper Town) ที่ยังคงกลิ่นอายความเก่าแก่ เต็มไปด้วยอาคารประวัติศาสตร์ ถนนหิน และแลนด์มาร์กสำคัญที่สะท้อนเรื่องราวในอดีต และเมืองด้านล่าง (Lower Town) ที่มีความคึกคัก ทันสมัย รายล้อมด้วยร้านค้า คาเฟ่ และสวนสาธารณะอันร่มรื่น
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม โบสถ์เซนต์มาร์ค St. Mark’s Church ตั้งอยู่ใจกลาง จัตุรัสเซนต์มาร์ก (St. Mark’s Square) โดดเด่นด้วยหลังคากระเบื้องสีสันสดใสที่เรียงตัวเป็นลวดลายตราอาร์มของประเทศโครเอเชียและเมืองซาเกรบอย่างสวยงาม ตัวอาคารสะท้อนสถาปัตยกรรมแบบโกธิคผสมผสานกับศิลปะแบบโรมาเนสก์อย่างลงตัว ภายในเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ นำท่านชม ประตูหิน Stone Gate สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงซาเกรบ ตั้งอยู่ในย่านเมืองด้านบน (Upper Town) โดยเป็นซุ้มประตูหินโบราณที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของกำแพงเมืองในอดีต และยังคงหลงเหลือไว้ให้เห็นถึงความรุ่งเรืองในยุคกลางของเมืองได้อย่างชัดเจน ภายในประตูหินเป็นที่ประดิษฐานภาพวาดพระแม่มารี ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวเมืองอย่างมาก ทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นทั้งจุดท่องเที่ยวและศูนย์รวมจิตใจของผู้คน บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ เต็มไปด้วยแสงเทียนและข้อความคำอธิษฐานที่ผู้คนมักนำมาถวายไว้ นำท่านชม มหาวิหารเซนต์สตีเฟน หรือ มหาวิหารซาเกร็บ Zagreb Cathedral สัญลักษณ์สำคัญคู่เมืองที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบนีโอโกธิคอันงดงาม หอคอยคู่สูงตระหง่านที่มองเห็นได้จากแทบทุกมุมของเมือง ภายในวิหารตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา เต็มไปด้วยงานศิลปะ กระจกสี และแท่นบูชาที่สะท้อนถึงความศรัทธาและประวัติศาสตร์อันยาวนาน นำท่านชม ตลาดกลางเมือง โดแลค มาร์เก็ต Dolac Market ตลาดสดกลางแจ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของกรุงซาเกรบ ตั้งอยู่ใกล้จัตุรัสหลักของเมือง เปรียบเสมือนหัวใจของวิถีชีวิตชาวเมืองที่ยังคงคึกคักมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตลาดแห่งนี้เต็มไปด้วยสีสันของแผงขายผักผลไม้สดใหม่ ดอกไม้ท้องถิ่น ชีส เนื้อสัตว์ รวมถึงสินค้าพื้นเมืองหลากหลายชนิด โดยเฉพาะโซนหลังคาแดงอันเป็นเอกลักษณ์ที่เรียงรายอย่างมีเสน่ห์ นำท่านชม จัตุรัสเจลาซิค Jelacic Square ศูนย์กลางและหัวใจสำคัญของกรุงซาเกรบ สถานที่นัดพบยอดนิยมที่เต็มไปด้วยความคึกคักตลอดทั้งวัน รายล้อมด้วยอาคารสถาปัตยกรรมสวยงาม ร้านค้า คาเฟ่ และบรรยากาศเมืองยุโรปที่มีชีวิตชีวา บริเวณกลางจัตุรัสโดดเด่นด้วย อนุสาวรีย์ของบัน โยซิป เยลาชิช วีรบุรุษของชาวโครเอเชีย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : NOVOTEL ZAGREB EAST GATE หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ Plitvice Lakes National Park เป็นหนึ่งในอุทยานที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO เนื่องด้วยความโดดเด่นของทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์ 16 แห่งที่ไหลลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ ผ่านโขดหินปูนจนเกิดเป็นน้ำตกที่สวยงามราวกับภาพวาด อุทยานแห่งนี้โดดเด่นด้วยทะเลสาบสีมรกตนับสิบแห่งที่ลดหลั่นเชื่อมต่อกันด้วยสายน้ำตกน้อยใหญ่ สร้างทัศนียภาพงดงามราวภาพวาด ระหว่างการเดินทาง ท่านจะได้สัมผัสเส้นทางเดินไม้ที่ทอดยาวผ่านผืนน้ำใสราวกระจก รายล้อมด้วยผืนป่าเขียวขจีและอากาศบริสุทธิ์ สดชื่นเกินคำบรรยาย เสียงน้ำไหลและธรรมชาติรอบตัวจะช่วยเติมเต็มความผ่อนคลาย
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่าน ล่องเรือไฟฟ้าข้ามทะเลสาบ โคซยัค Kozjak Lake ซึ่งเป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่และลึกที่สุดของ อุทยานพลิตวิเช่ โอบล้อมด้วยขุนเขาและผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังเป็นทะเลสาบที่เชื่อมต่อระหว่างโซนทะเลสาบตอนบนและตอนล่าง ระหว่างการล่องเรือ ท่านจะได้ดื่มด่ำกับผืนน้ำสีเขียวมรกตใสสะท้อนเงาธรรมชาติรอบด้าน บรรยากาศเงียบสงบแสนผ่อนคลาย พร้อมสัมผัสความงดงามของอุทยานจากอีกมุมมองหนึ่งที่น่าประทับใจ จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองซาดาร์ Zadar เมืองชายฝั่งทะเลเอเดรียติกที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์แห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนาน โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมโบราณผสมผสานกับศิลปะสมัยใหม่อย่างลงตัว นำท่านชม ซี ออร์แกน Sea Organ เครื่องดนตรีทางธรรมชาติที่โด่งดังที่สุดในโลก สถาปัตยกรรมสุดสร้างสรรค์ริมทะเลแห่งเมืองซาดาร์ ที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติและศิลปะได้เข้ากันอย่างลงตัว และยังโดดเด่นด้วยการออกแบบให้คลื่นทะเลกระทบช่องท่อใต้บันไดหิน เกิดเป็นเสียงดนตรีธรรมชาติอันไพเราะไม่ซ้ำกันในแต่ละช่วงเวลา ให้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ ฟังเสียง “บทเพลงจากท้องทะเล” ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกของชายฝั่งเอเดรียติก นำท่านชม โรมันฟอรัมแห่งซาดาร์ Zadar Roman Forum หัวใจทางประวัติศาสตร์ของเมือง และเป็นเครื่องยืนยันถึงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมันในอดีต โบราณสถานสำคัญใจกลางเมือง ที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองในยุคจักรวรรดิโรมัน สร้างขึ้นตั้งแต่ก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 1ภายในบริเวณท่านจะได้พบกับซากเสา หินโบราณ และร่องรอยสิ่งก่อสร้างที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ท่ามกลางบรรยากาศคลาสสิกอันทรงคุณค่า เปรียบเสมือนได้ย้อนเวลากลับไปสู่ยุคอดีต นำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ เมืองซิเบนิค Sebenik
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Hotel Panorama หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม เมืองซิเบนิค Sebenik เป็นเมืองที่ก่อตั้งโดยชาวโครแอต (Croats) แท้ๆ อีกทั้งยังเป็นเมืองเก่าแก่ริมชายฝั่งทะเลเอเดรียติกที่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ทางประวัติศาสตร์ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมหินโบราณและบรรยากาศเมืองยุคกลางอันทรงคุณค่า นำท่านชม มหาวิหารเซนต์เจมส์ Cathedral of St. James มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO มหาวิหารแห่งนี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบเรอเนซองส์ที่สร้างขึ้นจากหินล้วนอย่างประณีตงดงาม ภายในตกแต่งอย่างวิจิตร พร้อมรายละเอียดงานแกะสลักที่สะท้อนถึงความสามารถอันยอดเยี่ยมของช่างฝีมือในอดีต สำหรับแฟนซีรีส์ Game of Thrones มหาวิหารแห่งนี้และจัตุรัสรอบๆ ถูกใช้เป็นฉากของเมือง Braavos (โดยเฉพาะอาคาร Iron Bank) ซึ่งบรรยากาศของหินสีขาวตัดกับแสงแดดทำให้ที่นี่ดูขรึมและทรงพลังเหมือนในหนัง ให้ท่านได้ชม ศาลาว่าการเมืองหลังเก่า The Old Town Hall ศาลาว่าการเมืองหลังเก่าอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองเก่า อาคารสถาปัตยกรรมหินสไตล์เรอเนซองส์ที่ยังคงเอกลักษณ์ความงดงามดั้งเดิมไว้อย่างสมบูรณ์ ท่านจะได้ชื่นชมความละเอียดอ่อนของงานสถาปัตยกรรมโบราณที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของเมืองในอดีต รายล้อมด้วยบรรยากาศเมืองเก่าที่เงียบสงบและมีเสน่ห์ จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองทรอเกียร์ Trogir ได้รับฉายาว่าเป็น "เมืองพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต" เพราะอาคารบ้านเรือนแทบทั้งหมดในเขตเมืองเก่าถูกอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์จน UNESCO ประกาศให้เป็นมรดกโลกทั้งเกาะ เมืองมรดกโลกริมชายฝั่งทะเลเอเดรียติกที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์แห่งยุคกลาง โดดเด่นด้วยผังเมืองโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ นำท่านชม มหาวิหารเซนต์ลอว์เรนซ์ Cathedral of St. Lawrence มหาวิหารที่สำคัญของเมือง และยังโดดเด่นไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ผสมผสานโกธิกอย่างงดงาม และได้รับการยกย่องให้เป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกโดย UNESCO ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ประตูทางเข้าซึ่งแกะสลักอย่างวิจิตรโดยช่างฝีมือเอกในยุคกลาง ที่แกะสลักหินเป็นรูปสิงโต, อาดัมกับอีฟ, และเรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิลอย่างละเอียดประณีตจนถือเป็นงานประติมากรรมโรมาเนสก์ที่สวยที่สุดในแถบนี้เลยก็ว่าได้
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ เมืองสปลิท Split เมืองท่าริมชายฝั่งทะเลเอเดรียติกที่มีชีวิตชีวาและเปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน ผสมผสานความงดงามของสถาปัตยกรรมโบราณเข้ากับวิถีชีวิตสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ระหว่างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพของทะเลสีครามและแนวชายฝั่งเสน่ห์เฉพาะตัว เมืองที่สร้างล้อมรอบและซ้อนทับอยู่บน พระราชวังโรมันโบราณ ทำให้ที่นี่มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร นำท่านชม พระราชวังดึโอเคลเทียน Diocletian's Palace พระราชวังโบราณอันยิ่งใหญ่ใจกลางเมือง Split ที่สร้างขึ้นในสมัยจักรวรรดิโรมันโดยจักรพรรดิ Diocletian และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ภายในพระราชวัง ท่านจะได้สัมผัสสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง ทั้งกำแพงหินโบราณ ซุ้มประตู วิหาร และลานกว้างที่ยังคงความงดงามและมีชีวิตชีวา เปรียบเสมือนเมืองเล็กๆ ที่ผสมผสานประวัติศาสตร์เข้ากับวิถีชีวิตปัจจุบันอย่างลงตัว ณ เมืองเก่า แห่งนี้ ยังคงมีผู้คนอาศัยอยู่จริง มีร้านค้า ร้านอาหาร และบ้านคนแทรกตัวอยู่ในกำแพงวังโรมันอายุเกือบ 1,700 ปี จากนั้นนำท่านชม มหาวิหารเซนต์ดอมนิอุส Cathedral of St. Domnius มหาวิหารเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง แห่งนี้นั้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในมหาวิหารที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในโลกอีกแห่งหนึ่ง เดิมเคยเป็นสุสานของ จักรพรรดิดิโอเคลเทียน Diocletian ก่อนจะถูกดัดแปลงเป็นศาสนสถานในภายหลัง และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ภายในมหาวิหารท่านจะสามารถชื่นชมสถาปัตยกรรมอันงดงาม ทั้งเสาหินโบราณ งานแกะสลัก และรายละเอียดศิลปะที่ทรงคุณค่า นำท่านชม รูปปั้นกริกอร์ นินสกี Gregory of Nin รูปปั้นสำริดขนาดมหึมาของนักบุญผู้ต่อสู้เพื่อใช้ภาษาท้องถิ่นในพิธีกรรมทางศาสนา ตรงรูปปั้นของนักบุญนั้น มีความเชื่อว่าถ้าได้ "ลูบนิ้วหัวแม่เท้าซ้าย" ของท่านแล้วจะโชคดีและจะได้กลับมาที่สปลิทอีกครั้ง นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองนีอุม Neum (ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา) ซึ่งเป็นเมืองชายทะเลเพียงแห่งเดียวของ ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ที่โอบล้อมด้วยผืนน้ำสีครามของทะเลเอเดรียติก อีกทั้งยังมีความโดดเด่นไปด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบและความเป็นส่วนตัว
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Grand Hotel Neum หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ เมืองมอสตาร์ Mostar (ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา) เมืองแห่งประวัติศาสตร์อันทรงเสน่ห์ อีกทั้งยังโดดเด่นไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบออตโตมันที่ผสมผสานกับวัฒนธรรมยุโรปได้อย่างลงตัว นำท่านชมสัญลักษณ์สำคัญของเมือง สตารี มอสต์ (สะพานเก่า) Stari Most สะพานหินโบราณอายุกว่า 400 ปี ที่ทอดข้ามแม่น้ำเนเรตวา ด้วยรูปทรงโค้งอันงดงาม ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO เป็นสะพานหินโค้งสไตล์ออตโตมันในศตวรรษที่ 16 ที่ทอดข้ามแม่น้ำเนเรตวา เดิมได้รับการสั่งสร้างโดยสุลต่านสุไลมานมหาราช และสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1566 สะพานแห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างสถาปัตยกรรมอิสลามที่โดดเด่นที่สุดในภูมิภาคบอลข่าน และเป็นสัญลักษณ์สำคัญของความสามัคคีและความยืนหยัดของผู้คนในพื้นที่
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านชม เมืองสตอน Ston เมืองเล็กอันเงียบสงบในแคว้นดัลเมเชียของประเทศโครเอเชีย โดดเด่นด้วยประวัติศาสตร์ยาวนานและทัศนียภาพธรรมชาติอันงดงาม นำท่านชมความยิ่งใหญ่ของ กำแพงเมืองสโตน Ston Walls ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “กำแพงเมืองที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป” (European Great Wall) เดิมมีความยาวถึง 7 กิโลเมตร ปัจจุบันบูรณะและเหลือให้ชมประมาณ 5.5 กิโลเมตร สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคกลางเพื่อป้องกันแหล่งผลิตเกลืออันล้ำค่าของเมือง ให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศเมืองเก่า เดินชมตรอกซอกซอยอันเงียบสงบ นำท่านเดินทางสู่ มาลี สตอน Mali Ston หมู่บ้านเล็กริมชายฝั่งทะเลอันเงียบสงบของประเทศโครเอเชีย สัมผัสบรรยากาศแสนโรแมนติกท่ามกลางธรรมชาติบริสุทธิ์ เพลิดเพลินกับทัศนียภาพของอ่าวน้ำใสที่โอบล้อมด้วยขุนเขาอย่างงดงาม นำท่าน ล่องเรือสู่ฟาร์มหอยนางรม อันเลื่องชื่อ ของเมืองมาลีสตอน พร้อมลิ้มลองหอยนางรมสดรสเลิศ อาหารขึ้นชื่อระดับโลกจากแหล่งกำเนิดแท้ ๆ หอยนางรมที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นสายพันธุ์ยุโรปแท้ที่หาทานได้ยากในที่อื่น รสชาติจะมีความ "หวานละมุนและมีกลิ่นอายทะเลที่เข้มข้น" เนื่องจากน้ำในอ่าวมาลี สตอน มีความสมดุลระหว่างน้ำเค็มและแร่ธาตุจากแหล่งน้ำจืดใต้ดินอย่างลงตัวที่สุด นำท่านล่องเรือไม้แบบดั้งเดิมออกไปกลางอ่าว เพื่อดูวิธีการเพาะเลี้ยงหอยนางรมและหอยแมลงภู่ที่แขวนไว้กับเชือกใต้ทะเล ชาวประมงจะดึงหอยขึ้นมาแกะให้คุณ ชิมสดๆ บนเรือ พร้อมจิบไวน์ขาวท้องถิ่น
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น เมนูพิเศษ!!! ทูน่าสเต็กแห่งท้องทะเลอาเดรียติค
ที่พัก : Grand Hotel Neum หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ เมืองดูบรอฟนิค (Dubrovnik) เป็นเมืองท่าประวัติศาสตร์ทางตอนใต้ของประเทศโครเอเชีย ได้ฉายาว่า "ไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติก" เมืองมรดกโลกริมทะเลเอเดรียติกที่งดงามราวภาพฝัน โดดเด่นด้วยกำแพงเมืองโบราณอันยิ่งใหญ่และสถาปัตยกรรมหินสีอ่อน โอบล้อมเมืองเก่าพร้อมทั้งหลังคาสีส้มอิฐ อันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองแห่งนี้ ที่สะท้อนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันยาวนาน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ตั้งแต่ปี 1979 และเป็นสถานที่ถ่ายทำหลักของเมืองคิงส์แลนดิ้งในซีรีส์ดัง Game of Thrones นำท่านเดิน ขึ้นกำแพงเมืองโบราณ !!!กิจกรรมห้ามพลาด (หมายเหตุกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมแถมจากทางบริษัทฯ หากท่านไม่ต้องการทำกิจกรรมนี้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทุกกรณีเนื่องจากเป็นกิจกรรมที่ทางบริษัทแถมให้) การเดินบนกำแพงเมืองนั้น มีความยาวโดยประมาณเกือบ 2 กิโลเมตร ถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการชมความสวยงามของตัวเมืองเกือบทั้งหมดจากวิวมุมสูง ท่านจะได้เห็นวิวมุมสูงของตรอกซอกซอยที่คดเคี้ยว ป้อมปราการต่าง ๆ และวิวทะเลที่กว้างสุดลูกหูลูกตา จากนั้นนำท่านเดินเข้าสู่ เมืองเก่าผ่าน ประตูพาย Pile Gate ประตูหินโบราณอันสง่างาม ซึ่งเป็นประตูทางเข้าหลักสู่เมืองเก่า เป็นสะพานหินข้ามคูเมืองโบราณ เมื่อเดินผ่านประตูนี้เข้าไป คุณจะรู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปในยุคกลาง นำท่านชม น้ำพุโอโนฟริโอ Onofrio's Large Fountain เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่โดดเด่นที่สุดอีกแห่งหนึ่งของเมืองดูโบรฟนิก สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1438 โดยสถาปนิกชาวอิตาลีชื่อ โอโนฟริโอ เดลลา คาวา (Onofrio della Cava) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของระบบประปาที่ทันสมัยมากในสมัยนั้น โดยส่งน้ำมาจากแม่น้ำที่อยู่ห่างออกไปถึง 12 กิโลเมตร ตัวน้ำพุมีรูปทรง 16 เหลี่ยมและมีหลังคาโดม แม้จะได้รับความเสียหายหนักจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1667 จนรูปปั้นมังกรที่เคยอยู่บนยอดหายไป แต่โครงสร้างหลักยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน จากนั้นนำท่านชม พระอารามฟรานซิสกัน Franciscan Monastery โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ผสมโกธิกอันงดงาม สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 14 ภายในยังเป็นที่ตั้งของหนึ่งในร้านขายยาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปอีกแห่งหนึ่ง อีกทั้งอารามแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่รวมทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวิทยาการเข้าด้วยกันอย่างลง นำท่านชม พระราชวังเร็กเตอร์ส Restor’s Palace พระราชวังเก่าแก่ใจกลางเมือง อดีตที่พำนักของผู้ปกครองและอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความรุ่งเรืองในอดีตของสาธารณรัฐดูโบรฟนิก (Ragusa) ในอดีตอีกด้วย พระราชวังแห่งนี้นั้น โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างโกธิก, เรอเนซองส์ และบาโรกอย่างงดงามและลงตัว จากนั้นมีเวลาให้ท่านได้อิสระเดินเล่นหรือช้อปปิ้ง บนถนนสตราดุน Stradun ถนนสายหลักที่ตัดผ่านใจกลางเมืองเก่า ถนนที่ถูก ปูด้วยหินปูนที่ผ่านการใช้งานจนเรียบเนียนเงางามราวกับมุกสะท้อนแสงอาทิตย์และเงาวับราวกับกระจก สองข้างทางรายล้อมด้วยร้านค้า คาเฟ่ และอาคารสถาปัตยกรรมสไตล์เรเนซองส์และบาโรกอันงดงาม ให้ท่านได้ดื่มด่ำบรรยากาศเมืองเก่าระดับมรดกโลกอย่างเต็มอิ่มตามอัธยาศัย
สำหรับแฟนซีรีส์ Game of Thrones มีเวลาให้ท่านได้เดินเล่นเพื่อตามรอยซีรีส์ที่ท้านชื่นชอบ โดย เมืองดูโบรฟนิกแห่งนี้นั้นคือสถานที่ถ่ายทำหลักของ "King’s Landing" คุณจะสามารถเห็นจุดถ่ายทำสถานที่สำคัญๆต่างๆ อาทิเช่น บันได Jesuit Stairs (ฉาก Walk of Shame) และ ป้อม Lovrijenac (Red Keep)
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านล่องเรือไปยัง เกาะโลครุม Lokrum Island เป็นเกาะสำหรับท่องเที่ยวบบธรรมชาติซึ่งมีพื้นที่อนุรักษ์ที่งดงาม ตั้งอยู่ห่างจากท่าเรือเก่าของเมืองดูบรอฟนิค ไม่ไกลมากนักเพียง 600 เมตร ใช้เวลาในการนั้งเรือประมาณ 10-15 นาที ซึ่งเกาะแห่งนี้นั้น เป็นเขตปลอดรถยนต์ มีเวลาให้ท่านได้เดินเล่นชม อารามเก่า, สวนพฤกษศาสตร์, นกยูงป่า, และสถานที่ที่เคยใช้ถ่ายทำซีรีส์ชื่อดัง Game of Thrones นำท่านนั่ง กระเช้าไฟฟ้า Dubrovnik Cable Car สู่ยอดเขา MOUNT SRD วิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาแบบ 360 องศา จากความสูง 412 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ท่านจะมองเห็นเมืองเก่าดูโบรฟนิกทั้งเมืองที่มีลักษณะเป็นคาบสมุทร ล้อมรอบด้วยกำแพงหินและหลังคาสีส้มที่ตัดกับน้ำทะเลสีน้ำเงินเข้มของทะเลเอเดรียติก รวมถึงเกาะโลครุม ท่านสามารถชม พิพิธภัณฑ์สงครามแห่งความรักชาติ Homeland War Museum ตั้งอยู่ภายใน ป้อมอิมพีเรียล (Fort Imperial) ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยนโปเลียน ที่นี่จัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ช่วงที่เมืองดูโบรฟนิกถูกล้อมกรอบและสู้รบในช่วงต้นทศวรรษ 1990 เพื่ออิสรภาพของโครเอเชีย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Hotel Lero หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ได้เวลาอัสมควรนำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่สนามบิน
13.00 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เที่ยวบินที่ OS 624
14.20 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเวียนนา
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ กรุงเวียนนา (Vienna) เมืองหลวงแห่งประเทศออสเตรีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม ศิลปะ ดนตรี และสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าแห่งยุโรป เต็มเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ของเมืองเก่าอันคลาสสิก นำท่านเดินทางสู่ ถนนคาร์ทเนอร์ (Krntner Strasse) ถนนสายประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ซึ่งมีต้นกำเนิดย้อนไปถึงสมัยจักรวรรดิโรมัน ปัจจุบันถนนสายนี้ได้รับการพัฒนาให้เป็นถนนคนเดินอย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีการปูพื้นด้วยหินอย่างประณีต สวยงามกลมกลืนกับบรรยากาศของเมืองเก่า รายล้อมด้วยอาคารสถาปัตยกรรมอันงดงาม ร้านค้าชั้นนำ และคาเฟ่บรรยากาศดีมากมาย ถนนคาร์ทเนอร์สตรีทจึงเป็นทั้งแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยม และจุดท่องเที่ยวยอดฮิตที่สะท้อนกลิ่นอายของวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์แห่งกรุงเวียนนา
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
หลังอาหารได้เวลานัดหมายอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ สนามบินเวียนนา ประเทศออสเตรีย เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทางกลับสู่ประเทศไทย
23.35 น. นำท่านออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดย สายการบิน Austrian Airlines เที่ยวบินที่ OS 007 เดินทางเหนือระดับด้วยบริการระดับเวิลด์คลาสตลอดเส้นทาง
14.50 น. เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ จบทริปสุดประทับใจ พร้อมความทรงจำอันงดงามจากการเดินทาง
46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา