
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 30 พ.ค. 69 - 08 มิ.ย. 69 | 169,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 25 ก.ค. 69 - 03 ส.ค. 69 | 169,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 08 ส.ค. 69 - 17 ส.ค. 69 | 169,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 23 ก.ย. 69 - 02 ต.ค. 69 | 169,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 11 ต.ค. 69 - 20 ต.ค. 69 | 169,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 19 ต.ค. 69 - 23 ต.ค. 69 | 169,900 บาท | 49,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
21.30 น. คณะผู้เดินทางพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ สายการบิน Thai Airways (TG) โดยมีเจ้าหน้าที่มืออาชีพคอยให้การต้อนรับ และ อำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิดตลอดกระบวนการเช็คอิน
00.50 น. นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก โดย สายการบิน Thai Airways (TG) เที่ยวบินที่ TG950 เดินทางเหนือระดับด้วยบริการระดับเวิลด์คลาสตลอดเส้นทาง
07.40 น. เดินทางถึง สนามบินโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและพิธีการทางศุลกากร จากนั้นนำท่านขึ้นรถโค้ชเพื่อเดินทางสู่ากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก กรุงโคเปนเฮเกน ตั้งอยู่ในตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่โดดเด่น ระหว่าง ทะเลบอลติก (Baltic Sea) และ ทะเลเหนือ (North Sea) รายล้อมด้วยผืนน้ำเกือบทุกด้าน จึงเปรียบเสมือนเมืองแห่งเกาะและคลองที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ ตัวเมืองมีทัศนียภาพที่งดงาม ผสานความกลมกลืนระหว่างธรรมชาติและสถาปัตยกรรมอย่างลงตัว จากนั้นนำท่านแวะชม พระราชวังคริสเตียนบอร์ก (Christiansborg Palace) อดีตที่ประทับของพระราชวงศ์เดนมาร์ก ซึ่งปัจจุบันได้ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็น ที่ทำการของรัฐสภาเดนมาร์ก (The Danish Parliament) รวมทั้งยังเป็นสถานที่ประกอบพิธีการ สำคัญของราชวงศ์และรัฐบาล พระราชวังแห่งนี้ยังเป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานความงดงามของประวัติศาสตร์และการใช้งานในปัจจุบันได้อย่างลงตัว จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ พระราชวังอมาเลียนบอร์ก (Amalienborg Palace) ซึ่งเป็นพระราชวังหลวงอันสง่างามใจกลางกรุงโคเปนเฮเกน ให้ท่านได้เก็บภาพความ ประทับใจของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งนี้อย่างใกล้ชิด จากนั้นนำท่านชม น้ำพุแห่งราชินีเกฟิออน (Gefion Fountain) หนึ่งในประติมากรรมน้ำพุที่ยิ่งใหญ่และวิจิตรตระการตาที่สุดในเดนมาร์ก น้ำพุแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อบอกเล่า ตำนานนอร์ส อันลึกซึ้ง โดยแสดงภาพของ ราชินีเกฟิออน (Gefion) ขับเคลื่อนฝูงวัวที่แท้จริงแล้วเป็นบุตรชายของเธอเองซึ่งถูกเปลี่ยนร่าง เพื่อไถพรวนผืนดินตามบัญชาของเทพเจ้า เพื่อสร้างดินแดนใหม่ ภาพของสายน้ำที่ไหลลดหลั่นลงมาอย่างสวยงาม สร้างบรรยากาศดุจสายน้ำตกกลางเมืองที่มีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง จากนั้นนำท่านชม รูปปั้นเงือกน้อยลิตเติ้ลเมอร์เมด (The Little Mermaid) สัญลักษณ์สำคัญแห่งกรุงโคเปนเฮเกน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมอ่าวทางฝั่งท่าเรือ รูปปั้นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเทพนิยายชื่อดังของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน (Hans Christian Andersen) โดย คาร์ล จาค็อบเซน (Carl Jacobsen) มหาเศรษฐีผู้มีใจรักศิลปะ ได้รับแรงบันดาลใจจากการชมบัลเล่ต์เรื่อง The Little Mermaid ปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก จากนั้นนำท่าน เดินเล่นและเก็บภาพความประทับใจบน ถนนสตรอยก์ (Stroget Street) ถนนคนเดินสายหลักและถนนช้อปปิ้งที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป มีความยาวประมาณ 1.1 กิโลเมตร เริ่มต้นจากบริเวณ ศาลาว่าการเมืองโคเปนเฮเกน (City Hall) ผ่านจัตุรัสสำคัญต่าง ๆ ไปจนถึงจัตุรัส Kongens Nytorv ถนนเส้นนี้มีความโดดเด่นในฐานะ ถนนปลอดรถยนต์ ซึ่งประกาศใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี ค.ศ. 1962 เพื่อให้ผู้คนสามารถเดินชมเมืองและช้อปปิ้งได้อย่างสะดวกสบาย เพลิดเพลินกับร้านค้าหลากหลายทั้งแบรนด์เนมระดับโลก ร้านดีไซน์เดนมาร์ก และของที่ระลึกพื้นเมือง
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หมายเหตุ : กรุณาเตรียมกระเป๋าเล็ก จัดเตรียมสัมภาระบางส่วน เพื่อใช้พักค้างคืนบนเรือ เนื่องจากกระเป๋าใหญ่จะอยู่ใต้ท้องเรือ
นำทุกท่านเดินทางสู่ ท่าเรือนูฮาวน์ (Nyhavn) สถานที่ท่องเที่ยวอันเลื่องชื่อและเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของกรุงโคเปนเฮเกน ท่าเรือแห่งนี้มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1670 โดยพระเจ้า Christian V เพื่อเชื่อมต่อเมืองกับทะเลและใช้เป็นจุดขนถ่ายสินค้าในอดีต ปัจจุบัน นูฮาวน์ได้กลายเป็น แหล่งท่องเที่ยวอันคึกคัก เรียงรายไปด้วยบ้านเรือนทรงทาวน์เฮาส์หลากสีสันในสถาปัตยกรรมดั้งเดิม ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างงดงาม ทั้งยังเต็มไปด้วย ร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ บรรยากาศริมคลองที่สวยงาม เหมาะแก่การเดินเล่นพักผ่อน หรือเลือกนั่งเรือชมวิวรอบเมือง พร้อมเก็บภาพความประทับใจในย่านประวัติศาสตร์ที่ยังคงมีชีวิตชีวาแห่งนี้ นำท่านออกเดินทางสู่ท่าเรือเพื่อเตรียมลงเรือสำราญ “DFDS” เรือสำราญขนาดใหญ่ที่พร้อมมอบประสบการณ์การเดินทางสุดหรูเหนือผืนน้ำ โดยเรือลำนี้ได้รับการออกแบบอย่างทันสมัย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นภัตตาคารหลากหลายสไตล์ บาร์และไนต์คลับสำหรับการพักผ่อนยามค่ำคืน รวมถึงร้านค้าปลอดภาษีให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเลือกชมสินค้าอย่างจุใจ เรือสำราญ DFDS จะนำท่าน ล่องสู่ทะเลเหนือ (North Sea) มุ่งหน้าสู่เส้นทางที่เชื่อมต่อกับ มหาสมุทรแอตแลนติก (Atlantic Ocean) ท่ามกลางบรรยากาศแสนโรแมนติกของท้องทะเล เพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า พร้อมสัมผัสความสะดวกสบายตลอดการเดินทางบนเรือสำราญลำนี้
หมายเหตุ : กรุณาเตรียมกระเป๋าเล็ก จัดเตรียมสัมภาระบางส่วน เพื่อใช้พักค้างคืนบนเรือ เนื่องจากกระเป๋าใหญ่จะอยู่ใต้ท้องเรือ
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในเรือ
บุฟเฟ่ต์อาหารทะเลเมนูพิเศษ “Scandinavian Seafood” ที่คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่จาก มหาสมุทรแอตแลนติก และ ทะเลเหนือ เสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่มหลากหลายชนิด ให้ท่านได้ดื่มด่ำกับรสชาติอาหารทะเลคุณภาพเยี่ยม ท่ามกลางบรรยากาศหรูหราและวิวท้องทะเลสุดโรแมนติก
ค่ำคืนนี้ เชิญท่านพักผ่อนอย่างสะดวกสบายบนเรือสำราญ DFDS พร้อมเพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวกบนเรือ ไม่ว่าจะเป็นบาร์ ไนต์คลับ หรือกิจกรรมผ่อนคลายต่าง ๆ ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์แห่งความประทับใจตลอดค่ำคืนกลางทะเล
ที่พัก : นำท่านเข้าพัก บนเรือ DFDS TOR LINE *** ห้องพักแบบวิวทะเล (Sea View) ***
*** หากท่านต้องการอับเกรดห้องพักเป็นห้องสวีท กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ ***
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่าเดินทางเข้าสู่ กรุงออสโล (Oslo) เมืองหลวงอันโอ่อ่าของประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 900 ปี แต่เดิมเคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรไวกิ้งโบราณ และเคยเปลี่ยนเมืองหลวงจากกรุงทรอนด์ไฮม์สู่เบอร์เกน ก่อนจะตั้งมั่นถาวรที่กรุงออสโลในปัจจุบัน ภายใต้การปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชในยุคของพระเจ้าฮาโรลด์ แฟร์แฮร์ นำท่านเดินทางสู่ อุทยานฟรอกเนอร์ (Frogner Park) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางกรุงออสโล จากนั้นนำท่านเข้าชม สวนประติมากรรมวิกเกอลันด์ (Vigeland Sculpture Park) ถือเป็นสวนประติมากรรมกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผลงานศิลปะกลางแจ้งอันยิ่งใหญ่ของ กุสตาฟ วิกเกอลันด์ (Gustav Vigeland) ปฏิมากรเอกชาวนอร์เวย์ ผู้ใช้เวลากว่า 40 ปีในการสร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่าท่านจะได้ชมประติมากรรมที่สื่อถึง “วัฏจักรชีวิตมนุษย์” ตั้งแต่วัยเยาว์จนถึงชรา ถ่ายทอดผ่านงานแกะสลักหินแกรนิตและรูปหล่อทองแดงจำนวนกว่า 200 ชิ้น กระจายอยู่ทั่วบริเวณสวนจุดเด่นของอุทยานคือ ประติมากรรม “โมโนลิธ” (Monolith) เสาหินแกรนิตขนาดมหึมาสูง 17 เมตร ที่แกะสลักลวดลายร่างมนุษย์จำนวนมากขึ้นสู่ยอดเสา อันเป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อมโยงและการเติบโตของชีวิตมนุษย์
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ “เมืองฟลัม” เมืองเล็ก ๆ อันเงียบสงบที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติอันงดงามทางตะวันตกของประเทศนอร์เวย์ โดยเมืองฟลัมตั้งอยู่ในเขตฟยอร์ดแลนด์ (Fjordland) บริเวณปลายสุดของ ออร์แลนด์ฟยอร์ด (Aurlandsfjord) ซึ่งเป็นฟยอร์ดย่อยของซอกเนอฟยอร์ด (Sognefjord) ฟยอร์ดที่ยาวและลึกที่สุดในนอร์เวย์ ระหว่างการเดินทาง ท่านจะได้ชมทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามตลอดสองข้างทาง ไม่ว่าจะเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน แม่น้ำที่ใสสะอาด และหมู่บ้านเล็ก ๆ ท่ามกลางหุบเขา ที่ล้วนให้บรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Fretheim Hotel, Flm หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ สถานีรถไฟฟลัม (Flm Railway Station) เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางสุดพิเศษบนเส้นทางรถไฟสายโรแมนติก “Flmsbana” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่สวยที่สุดในโลก พร้อมเปิดประสบการณ์การชมธรรมชาติของนอร์เวย์ในมุมที่น่าประทับใจที่สุด จากนั้นนำทุกท่านสัมผัสประสบการณ์แสนพิเศษกับการโดยสารรถไฟสายโรแมนติกชื่อดังระดับโลก ฟลัมสบานา(Flmsbana) เดินทางไป-กลับตามเส้นทาง ฟลัม – ไมดาล – วอส หนึ่งในเส้นทางรถไฟที่งดงามที่สุดในโลก โดยเริ่มต้นจากเทือกเขาสูงสู่ระดับน้ำทะเลที่หมู่บ้าน ฟลัม (Flm) ผ่านภูมิประเทศอันน่าทึ่งของ นอร์เวย์ฟยอร์ด ซึ่งมีทั้ง แม่น้ำที่ไหลผ่านหุบเขาลึก, น้ำตกที่พุ่งลงมาจากหน้าผาสูงชัน, และ ยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน ท่ามกลาง ฟาร์มเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา สะท้อนถึงวิถีชีวิตเรียบง่ายท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ รถไฟฟลัมสบานา
เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1940 และได้กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของประเทศนอร์เวย์ ระหว่างทาง รถไฟจะหยุดให้ทุกท่านได้สัมผัสความอลังการของ “น้ำตกคีออสฟอสเซ่น” (Kjosfossen) น้ำตกสูงกว่า 225 เมตร ที่ปล่อยสายน้ำตกกระแทกโขดหินเบื้องล่างอย่างทรงพลัง พร้อมให้ท่านได้เก็บภาพประทับใจและรับไอเย็นจากละอองน้ำตกอย่างใกล้ชิด เส้นทาง Flmsbana ในวันนี้จะเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์แห่งการเดินทาง ที่ท่านจะไม่มีวันลืม
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เมนูพิเศษ!!! อาหารไทยรสชาติถึงใจ
จากนั้นนำทุกท่านมุ่งหน้าสู่ “เมืองเบอร์เกน” (Bergen) หนึ่งในเมืองมรดกโลกที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างงดงาม สะท้อนกลิ่นอายแห่งประวัติศาสตร์ควบคู่กับเสน่ห์ของธรรมชาติ จากนั้นนำทุกท่านนั่งรถรางสาย Flibanen ขึ้นสู่ยอดเขาฟลอเยน (Flyen) ซึ่งตั้งอยู่ที่ความสูง 520 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เพื่อให้ท่านได้ดื่มด่ำกับวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาของเมืองเบอร์เกน ทะเลสาบ และแนวฟยอร์ดที่ทอดตัวไกลสุดสายตาย ทัศนียภาพอันงดงามเบื้องหน้า จะมอบความประทับใจไม่รู้ลืมแก่ทุกสายตา นำท่านเดินเที่ยวชม หมู่บ้านชาวประมงโบราณ บริกเกน (Bryggen) หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองเบอร์เกน ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์ สัมผัสบรรยากาศของสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ซึ่งยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างงดงาม อาคารไม้หลากสีสันที่เรียงรายตลอดแนวนี้มีอายุเกือบ 300 ปี สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตและสถาปัตยกรรมของชาวประมงยุคโบราณได้อย่างชัดเจน ด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันโดดเด่น บริกเกนจึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) และยังคงเป็นหัวใจของเมืองเก่าเบอร์เกนที่ไม่ควรพลาด มีเวลาให้ทุกท่านได้เพลิดเพลินกับการ เดินชมตลาดปลา (Fish Market) แหล่งรวมปลาทะเลน้ำลึกหลากชนิด ผักผลไม้สดตามฤดูกาล และอาหารท้องถิ่น ให้ท่านได้เลือกชม เลือกชิม และสัมผัสบรรยากาศวิถีชีวิตของชาวเมืองอย่างใกล้ชิด ตลาดปลามีประวัติความเป็นมายาวนาน และยังคงเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเลและจุดเชื่อมต่อด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญของภูมิภาคแห่งนี้
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Thon Hotel Orion หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางกลับสู่ “เมืองฟลัม” เมืองเล็ก ๆ อันเงียบสงบที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติอันงดงามทางตะวันตกของประเทศนอร์เวย์ โดยเมืองฟลัมตั้งอยู่ในเขตฟยอร์ดแลนด์ (Fjordland) บริเวณปลายสุดของ ออร์แลนด์ฟยอร์ด (Aurlandsfjord) ซึ่งเป็นฟยอร์ดย่อยของซอกเนอฟยอร์ด (Sognefjord) ฟยอร์ดที่ยาวและลึกที่สุดในนอร์เวย์ ระหว่างการเดินทาง ท่านจะได้ชมทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามตลอดสองข้างทาง ไม่ว่าจะเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน แม่น้ำที่ใสสะอาด และหมู่บ้านเล็ก ๆ ท่ามกลางหุบเขา ที่ล้วนให้บรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่าน เดินสู่ท่าเรือเมืองฟลัม (Flm) เมืองเล็กแสนสงบที่ตั้งอยู่สุดปลายทางของฟยอร์ด เปรียบเสมือนเมืองในฝันริมชายฝั่ง ซองน์ฟยอร์ด (Sognefjord) ฟยอร์ดที่ได้รับการขนานนามว่า “งดงามที่สุดในโลก” นำท่านล่องเรือเฟอร์รี่ เพื่อดื่มด่ำกับความงดงามของทิวทัศน์สองฟากฝั่งฟยอร์ด เรือจะค่อยๆ แล่นไปอย่างนุ่มนวล เปิดโอกาสให้ท่านได้ชื่นชม ภูเขาหินสูงตระหง่าน ที่ถูกธรรมชาติแกะสลักไว้ราวกับงานศิลป์ บนเนินเขาริมฝั่งเรียงรายไปด้วย บ้านพักฤดูร้อนแบบนอร์เวย์แท้ ที่สร้างด้วยไม้สนในสไตล์อบอุ่นน่าหลงใหล ท่ามกลางบรรยากาศแสนสงบ ยังมี สายธารน้ำตก ที่ไหลลดหลั่นลงมาจากหน้าผาสูง เรือล่องเข้าสู่เมือง กุดวันเก้น (Gudvangen) เมืองเล็กแสนสงบที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันงดงามของ ฟยอร์ดแห่งนอร์เวย์ โดดเด่นด้วยประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมอันยาวนาน ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยม สะท้อนถึงวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวนอร์สท่ามกลางภูมิประเทศที่งดงามราวภาพวาด นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองโกล”
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Pers Hotell, Gol หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางกลับสู่ “กรุงออสโล” (Oslo) เมืองหลวงอันโอ่อ่าของประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 900 ปี แต่เดิมเคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรไวกิ้งโบราณ และเคยเปลี่ยนเมืองหลวงจากกรุงทรอนด์ไฮม์สู่เบอร์เกน ก่อนจะตั้งมั่นถาวรที่กรุงออสโลในปัจจุบัน ภายใต้การปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชในยุคของพระเจ้าฮาโรลด์ แฟร์แฮร์ นำท่านเดินทางสู่ จุดชมวิวลานกระโดดสกีโฮเมนคอเลน (Holmenkollen Ski Jump) หนึ่งในสถานที่สำคัญของกรุงออสโล ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อรองรับการแข่งขันกระโดดสกีระดับนานาชาติ และถือเป็นสัญลักษณ์ด้านกีฬาฤดูหนาวของประเทศนอร์เวย์ จากบริเวณลานกระโดดนี้ ท่านสามารถชมทัศนียภาพอันงดงามของกรุงออสโลและอ่าวออสโลฟยอร์ดได้อย่างชัดเจน
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านผ่านชมด้านหน้าของ พระราชวังหลวง (Royal Palace) พระราชวังอันสง่างามที่สร้างขึ้นในสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิก มี พระบรมรูปพระเจ้าฟรเดอริกที่ 5 (Frederik V) ประทับบนหลังม้าประดิษฐานอยู่บริเวณด้านหน้า เมื่อมองจากบริเวณเนินพระราชวังลงมา ท่านจะเห็นสวน Slottsparken ที่ร่มรื่น นำท่านถ่ายภาพคู่กับ “ศาลาว่าการกรุงออสโล” ตัวอาคารมีความโดดเด่นด้วย สถาปัตยกรรมแบบนอร์เวย์สมัยใหม่ (Nordic Functionalism) ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างความเรียบง่ายและความมั่นคง มีลักษณะเป็นอาคารคู่หอคอยสีน้ำตาลแดงที่สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล ศาลาว่าการแห่งนี้ยังเป็นสถานที่สำคัญที่ใช้จัดงานมอบ รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ (Nobel Peace Prize) ในทุกวันที่ 10 ธันวาคมของทุกปี จากนั้นมีเวลาให้ท่านอิสระกับ ถนนสายหลัก Karl Johans Gate ซึ่งเป็นศูนย์กลางการช้อปปิ้งและวัฒนธรรมของเมือง ตลอดเส้นทางยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญ
14.30 น. นำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่สนามบินนานาชาติกรุงออสโล
17.20 น. นำท่านออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ โดย สายการบินฟินแอร์ Finnair (AY) เที่ยวบินที่ AY916
19.45 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ นำท่านออกเดินทางสู่ “กรุงเฮลซิงกิ” เมืองหลวงอันสง่างามของประเทศฟินแลนด์ ซึ่งโดดเด่นด้วย สถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างสไตล์นีโอคลาสสิกแบบนอร์ดิกและรัสเซีย จนได้รับสมญานามว่า “ธิดาแห่งทะเลบอลติก”
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก : Mercure Paris La Defense // Best Western M-Treize Paris Asnieres หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารนำท่านเข้าชม “โบสถ์เทมเปลิโอคิโอ” (Temppeliaukio Church) หรือมีอีกชื่อว่า “โบสถ์หิน” (Rock Church) โบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยการ ขุดเจาะเข้าไปในชั้นหินแกรนิตขนาดใหญ่ จนเกิดเป็นพื้นที่ใต้ดินขนาดมหึมา ก่อนจะถูกเนรมิตให้กลายเป็นโบสถ์ที่ผสมผสานความงามของธรรมชาติเข้ากับสถาปัตยกรรมสมัยใหม่อย่างกลมกลืนนอกจากความแปลกตาทางสถาปัตยกรรมแล้ว โบสถ์หินยังมีชื่อเสียงในด้านความเชื่อเรื่องความรักว่ากันว่า หากใครมาจุดเทียนอธิษฐานเรื่องความรักที่นี่ จะสมหวังในสิ่งที่ปรารถนา และคู่รักที่มาแต่งงานกันที่โบสถ์แห่งนี้ จะได้ ครองรักกันอย่างยืนยาว จึงมีผู้คนมากมายเลือกมาจัดพิธีแต่งงานที่นี่ในทุกปี จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม อนุสาวรีย์ซิเบลิอุส (Sibelius Monument) ซึ่งตั้งอยู่ใน สวนสาธารณะซิเบลิอุส (Sibelius Park) เพื่อรำลึกถึง ฌ็อง ซิเบลิอุส (Jean Sibelius) คีตกวีเอกชาวฟินแลนด์ผู้ประพันธ์บทเพลงรักชาติ “Finlandia” ที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม มหาวิหารอุสเปนสกี (Uspensky Cathedral) โบสถ์คริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันตก โดดเด่นด้วย สถาปัตยกรรมรัสเซีย หลังคาโดมทรงหัวหอมและหอคอยสีทองที่งดงาม ต่อด้วยการเดินชม จัตุรัสรัฐสภา (Senate Square) ใจกลางเมืองเก่าอันเปี่ยมมนต์เสน่ห์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ อนุสาวรีย์พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 2 และ มหาวิหารเฮลซิงกิ (Helsinki Cathedral) โบสถ์นิกายลูเธอรันสีขาวอันเป็นสัญลักษณ์ของเมือง นำท่านเดินทางสู่ “ตลาดปลาเฮลซิงกิ” หรือ “มาร์เก็ตสแควร์” (Market Square) เป็นตลาดกลางแจ้งริมท่าเรือ ที่มีอาหารทะเลสดใหม่ อาหารพื้นเมืองฟินแลนด์ และของที่ระลึกขายตลอดทั้งปี เป็นศูนย์กลางการค้าและกิจกรรมทางวัฒนธรรม ให้ท่านเพลิดเพลินกับการเดินเล่นและช้อปปิ้งใน ย่านถนนเอสปลานาดิ (Esplanadi) ถนนสายแฟชั่นอันโด่งดังใจกลางกรุงเฮลซิงกิ สองข้างทางเรียงรายไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมแบบ ฟินนิชผสมสวีดิช อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมเต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์ดีไซน์ชื่อดังจากสแกนดิเนเวีย เชิญเลือกชมสินค้าแฟชั่น ของตกแต่งบ้าน เครื่องประดับ และของฝากสุดเก๋ในสไตล์นอร์ดิก หรือแวะช้อปปิ้งที่ ห้างสรรพสินค้า Stockmann ห้างเก่าแก่ที่สุดของฟินแลนด์ ที่รวบรวมสินค้าแบรนด์เนมและของใช้หลากหลายไว้อย่างครบครัน อิสระให้ท่านเดินเที่ยวและเลือกซื้อของตามอัธยาศัย ท่ามกลางบรรยากาศแสนรื่นรมย์ของเมืองหลวงที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งยุโรปเหนือ นำทุกท่านเดินทางสู่ท่าเรือ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศการเดินทางด้วยการ ล่องเรือสำราญสุดหรู ซิลเลียไลน์ (Silja Line) เรือสำราญขนาดใหญ่ที่หรูหรา ซึ่งนับเป็นหนึ่งในเรือโดยสารที่ใหญ่ที่สุดแห่งภูมิภาคสแกนดิเนเวีย ออกเดินทางข้ามทะเลบอลติกมุ่งหน้าสู่ กรุงสต็อกโฮล์ม เมืองหลวงของประเทศสวีเดน ระหว่างการเดินทาง ท่านจะได้เพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวกและความบันเทิงอย่างครบครันบนเรือ ไม่ว่าจะเป็น ภัตตาคารหรู, ร้านอาหารนานาชาติ, บาร์และไนต์คลับ, ดิสโก้เธค, ศูนย์กิจกรรมสำหรับครอบครัว, ร้านค้าปลอดภาษี รวมถึง คาสิโนระดับพรีเมียม ให้ท่านได้เสี่ยงโชคอย่างเพลิดเพลิน ตลอดเส้นทางยังสามารถชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของ หมู่เกาะเล็กใหญ่, แก่งหินกลางทะเล, ท่าเรือต่างๆ และ บ้านไม้สไตล์โบราณในศตวรรษที่ 19 ที่เรียงรายสองฝั่งทะเล สร้างความประทับใจระหว่างการเดินทางระหว่างสองเมืองหลวงแห่งเสน่ห์ของสแกนดิเนเวีย กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ และ กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน อิสระให้ทุกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยบนเรือ ท่ามกลางบรรยากาศแสนโรแมนติกและน่าจดจำกลางทะเลบอลติก
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารภายในเรือสำราญ
พิเศษสำหรับค่ำคืนนี้ ขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์อันน่าประทับใจ กับ บุฟเฟ่ต์อาหารทะเลสไตล์สแกนดิเนเวียน (Scandinavian Seafood Buffet) ณ ภัตตาคารหรูภายในเรือ ดื่มด่ำไปกับเมนูอาหารทะเลสดใหม่จาก ทะเลเหนือและทะเลบอลติก ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็น ไข่ปลาคาร์เวีย ปลาแซลมอนในรูปแบบหลากหลาย พร้อมเพิ่มรสชาติความสมบูรณ์แบบด้วย ไวน์ชั้นเลิศ ที่คัดมาเพื่อเสริมรสชาติของอาหารทะเลอย่างลงตัว เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศอันหรูหรา วิวทะเลยามค่ำคืน ที่จะเติมเต็มค่ำคืนนี้ให้เป็นช่วงเวลาสุดพิเศษที่ยากจะลืมเลือน
ที่พัก : บนเรือสำราญซิลเลียไลน์: Silja Line *** ห้องพักแบบวิวทะเล (Sea View) ***
*** หากท่านต้องการอับเกรดห้องพักเป็นห้องสวีท กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ ***
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านขึ้นรถโค้ชเพื่อเดินทางสู่ “กรุงสต็อกโฮล์ม” เมืองหลวงอันสง่างามของประเทศสวีเดน ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเมืองหลวงที่สวยที่สุดในโลก ด้วยฉายา “ความงามบนผิวน้ำ” (Beauty on Water) และ “ราชินีแห่งทะเลบอลติก” (Queen of the Baltic) นับเป็นเอกลักษณ์อันทรงเสน่ห์ที่ไม่เหมือนที่ใดในโลก จากนั้นนำทุกท่านเข้าสู่ การเยี่ยมชม ศาลาว่าการเมืองสต็อกโฮล์ม (Stockholm City Hall) ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงอันทรงเกียรติสำหรับผู้ได้รับรางวัลโนเบลที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก พิธีมอบรางวัลโนเบลจะจัดขึ้นในเดือนธันวาคมของทุกปี ตัวอาคารแห่งนี้สร้างขึ้นจากอิฐแดงกว่า 8 ล้านก้อน ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานถึง 12 ปี แล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1911 ภายในอาคารมีห้องโถงที่ตกแต่งอย่างงดงาม โดยเฉพาะ “ห้องเต้นรำ” ที่ประดับผนังด้วยลวดลายหินโมเสกกว่า 19 ล้านชิ้น จากนั้นนำคณะเดินทางเข้าสู่การชม พิพิธภัณฑ์เรือวาซา (Vasa Museum) ซึ่งจัดแสดงเรือรบ “วาซาร์” (Vasa) เรือรบประจำราชอาณาจักรสวีเดนที่ได้รับพระราชโองการให้สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการสงครามกับเยอรมนี ถึงแม้จะได้รับการสร้างขึ้นอย่างวิจิตรและทรงพลัง แต่เรือลำนี้กลับจมลงสู่ก้นทะเลบอลติกภายในเวลาเพียง 30 นาที หลังการปล่อยลงน้ำ และจมอยู่นานถึง 333 ปี ก่อนจะได้รับการกู้ขึ้นมาและจัดแสดงให้ชมในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อย่างสมบูรณ์
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางสู่ เนินเขาฟยัลกาทัน (Fjllgatan) หนึ่งในจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดของกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เนินเขาแห่งนี้ตั้งอยู่ริมทะเลสาบบนความสูงที่เหมาะสม ทำให้สามารถมองเห็นทัศนียภาพโดยรอบได้อย่างเต็มตาในแบบ พาโนรามา 360 องศา ไม่ว่าจะเป็น ท่าเรือสตอกโฮล์ม อันคึกคัก เกาะเมืองโบราณสแกนเซน (Skansen) และ เขตเมืองเก่าแกมล่าสแตน (Gamla Stan) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "Old City" ซึ่งรายล้อมไปด้วยท้องน้ำ เกาะน้อยใหญ่ และอาคารบ้านเรือนที่สวยงามตามแบบฉบับสแกนดิเนเวีย เป็นอีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดในการเก็บภาพความประทับใจของเมืองหลวงแห่งนี้ นำทุกท่านแวะถ่ายภาพเป็นที่ระลึกบริเวณด้านหน้า พระราชวังหลวงสตอกโฮล์ม (Royal Palace) หนึ่งในพระราชวังที่สง่างามที่สุดแห่งยุโรปเหนือ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบ บาโรก (Baroque) อันเก่าแก่และทรงคุณค่า พระราชวังแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับ ย่านเมืองเก่า (Gamla Stan) ซึ่งเป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมือง จากนั้นนำทุกท่านเช็คอินและเดินเที่ยวภายใน ย่านเมืองเก่าแกมล่าสแตน (Gamla Stan) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในย่านเมืองเก่าที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดในยุโรป เต็มไปด้วยเสน่ห์ของถนนสายแคบที่ปูด้วยหิน อาคารบ้านเรือนสีสันสดใส และสิ่งปลูกสร้างที่มีความเก่าแก่ทรงคุณค่า โดยยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวสวีดิชในยุคก่อนอย่างแท้จริง
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร เมนูพิเศษ!!! อาหารไทยรสชาติถึงใจ
ที่พัก : Scandic Talk Hotel, Stockholm หรือระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ได้เวลานัดหมายอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานสต็อกโฮล์มอาร์ลันดา เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทางกลับสู่ประเทศไทย
13.50 น. ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย เที่ยวบินที่ TG961
05.50 น. เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ จบทริปสุดประทับใจ พร้อมความทรงจำอันงดงามจากการเดินทาง
46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา