| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 21 มิ.ย. 69 - 27 มิ.ย. 69 | 75,900 บาท | 14,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 26 ก.ค. 69 - 01 ส.ค. 69 | 79,900 บาท | 14,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 20 ก.ย. 69 - 26 ก.ย. 69 | 72,900 บาท | 14,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 04 ต.ค. 69 - 10 ต.ค. 69 | 69,900 บาท | 14,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 18 ต.ค. 69 - 24 ต.ค. 69 | 69,900 บาท | 14,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 01 พ.ย. 69 - 07 พ.ย. 69 | 69,900 บาท | 14,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 15 พ.ย. 69 - 21 พ.ย. 69 | 69,900 บาท | 14,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 27 ธ.ค. 69 - 02 ม.ค. 70 | 79,900 บาท | 14,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 24 ม.ค. 70 - 30 ม.ค. 70 | 69,900 บาท | 14,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
| 08 ก.พ. 70 - 14 ก.พ. 70 | 69,900 บาท | 14,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
16.00 น. สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 เคาร์เตอร์สายการบินกาต้าร์แอร์เวย์(เคาเตอร์ Q) เจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง
20.00 น. ออกเดินทางสู่กรุงโรมโดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR835
23.00 น. เดินทางถึงกรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์
01.50 น. ออกเดินทางสู่กรุงโรม โดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR059
06.50 น. เดินทางถึงสนามบินฟูมิชิโน่ ประเทศอิตาลี หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว
นำท่านออกเดินทางสู่กรุงโรม ซึ่งเป็นศูนย์กลางของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม มีชื่อเสียงไปทั่วโลกในด้านความมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะจากยุคบาโรก เข้าสู่ “นครรัฐวาติกัน” สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งในศาสนาคริสต์ เป็นหลักฐานยืนยันถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าสองพันปี เป็นที่ตั้งของหลุมฝังศพของนักบุญปีเตอร์ ซึ่งเป็นสุสานแห่งแรกของพระสันตะปาปาแห่งโรมที่ครองราชย์ต่อเนื่องกันมา เข้าชมมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ อาคารทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ชมประติมากรรม “พระแม่มารีในชุดคลุมพร้อมพระเยซูที่สิ้นพระชนม์อยู่ในอ้อมแขน” หรือรู้จักกันในฃื่อ “ความสงสารของนักบุญปีเตอร์” (The Piet of Saint Peter’s) ซึ่งอาจเป็นประติมากรรมทางศาสนาที่โด่งดังที่สุดในโลก ที่มีความงามและความสมบูรณ์แบบเหนือมนุษย์ ปั้นขึ้นในปี ค.ศ. 1498 โดยไมเคิลแองเจโล (ขอสงวนสิทธิ์ในการงดการเข้าชมภายในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ในกรณี มีการจัดงานพิธีต่างๆ ซึ่งไม่อาจเข้าชมได้ หรือในกรณีคิวต่อ แถวในการเข้าชมยาวมากเพื่อไม่ให้เป็นผลกระทบกับรายการท่องเที่ยวอื่นๆ ในโปรแกรมทัวร์) จากนั้นเดินทางสู่ สัญลักษณ์ของกรุงโรม “อัฒจันทร์ฟลาเวียน” (Flavian Amphitheatre) หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ “โคลอสเซียม” (Colosseum) เป็นโรงละครกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในอาณาจักรโรมันหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก จักรพรรดิเวสปาเซียนได้เริ่มสร้างโคลอสเซียม ในปีค.ศ. 70-72 ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความยิ่งใหญ่และอำนาจของจักรวรรดิโรมัน โคลอสเซียมซึ่งได้รับการจัดให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ยังได้รับการรับรองจาก UNESCO ให้เป็นแหล่งมรดกโลกอีกด้วย ชม “ประตูชัยคอนสแตนติน” (The Arch of Constantine) ซุ้มประตูโค้งที่สวยงามแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 315 เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของจักรพรรดิคอนสแตนตินเหนือแม็กเซนติอุส ในยุทธการที่สะพานมิลเวียน ประตูชัยตั้งอยู่ระหว่างโคลอสเซียมและเนินพาลาไทน์
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านออกเดินทางสู่ “น้ำพุเทรวี” (Trevi Fountain) เป็นน้ำพุที่สวยที่สุดและใหญ่ที่สุดในกรุงโรม น้ำพุ เทรวีมีความกว้างประมาณ 20 เมตรและสูง 26 เมตร การออกแบบน้ำพุแห่งนี้เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างประติมากรรมและน้ำ แสดงให้เห็นถึงความงามของยุคบาโรก น้ำพุแห่งนี้สร้างขึ้นโดย Nicola Salvi และสร้างเสร็จในปี 1762 โดยเป็นภาพของโอเชียนัส เทพเจ้าแห่งน้ำ ล้อมรอบด้วยรูปปั้นแห่งความอุดมสมบูรณ์ ไทรทัน แล ะฮิปโปแคมปัส ซึ่งแกะสลักอย่างประณีตงดงาม น้ำพุแห่งนี้ถือเป็นเรื่องเล่าที่มีชีวิตของวิวัฒนาการของกรุงโรม ซึ่งเป็นตัวแทนของมรดกอันยั่งยืนของกรุงโรม จากนั้นเดินทางสู่ “บันไดสเปน” ซึ่งมีอายุเกือบ 300 ปี ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม บันไดสเปนมีทั้งหมด 138 ขั้น ทำให้บันไดแห่งนี้เป็นบันไดที่กว้างที่สุดในยุโรป บันไดนี้ได้รับการออกแบบในปี ค.ศ. 1723 โดย Francesco De Sanctis ซึ่งเชื่อมระหว่างสถานทูตสเปนในกรุงโรมกับ Trinita Dei Monti บันไดได้รับการออกแบบเป็นพิเศษด้วยส่วนโค้ง ระเบียง และองค์ประกอบพิเศษอื่นๆ ซึ่งทำให้บันไดนี้กลายเป็นสถานที่ที่งดงามตระการตา สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่เมืองปิซ่า
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ : GALILEI HOTEL PISA หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางสู่ “เมืองปิซ่า” เมืองที่มีชื่อเสียงในด้านสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์อันยาวนานและวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวา เมืองปิซาเคยเป็นท่าเรือโรมันที่เจริญรุ่งเรือง นำท่านเช้าสู่ Piazza dei Miracoli (จัตุรัสแห่งปาฏิหาริย์) อันเป็นเอกลักษณ์ของเมือง ซึ่งเป็นมรดกโลกของยูเนสโก และเป็นที่ตั้งของ “หอเอนแห่งเมืองปิซ่า” 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลาง สร้างด้วยหินอ่อน สูง 181 ฟุต มี 8 ชั้น เริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 1173 ความพยายามในการแก้ไขความเอียงของหอเอน กินเวลานานกว่า 180 ปี ซึ่งอาจเป็นความผิดพลาดทางสถาปัตยกรรมที่โด่งดังที่สุดในโลก จนทำให้เกิดการเอียงอันเป็นเอกลักษณ์มาจนถึงปัจจุบัน ชมภายนอกมหาวิหารปิซา หรือ อาสนวิหารซานตามาเรีย อัสซุนตา (Cathedral di Santa Maria Assunta) มหาวิหารแห่งนี้อยู่ติดกันและถือเป็นอัญมณีทางประวัติศาสตร์ในตัวของมันเอง อาคารสไตล์โรมันที่สวยงามนี้สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ภายนอกของอาสนวิหารสร้างความประทับใจด้วยลายทางสีดำและสีขาวที่มีต้นกำเนิดจากอาหรับ ใกล้กับอาสนวิหารคือ “หอศีลจุ่มบัทติสเทโร ดิ ซาน โจวานนี” (Battistero di San Giovanni) อาคารทรงวงกลมสูง 54 เป็นหอศีลจุ่มที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1152
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมือง “เวนิส” หนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในประเทศอิตาลี เป็นเมืองที่รู้จักกันในด้านของความเจริญรุ่งเรืองทางประวัติศาสตร์และศิลปะที่ได้รับฉายาว่า ราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก เมืองแห่งสายน้ำ นำท่านลงเรือล่องสู่เกาะเวนิส เมืองเวนิสเป็นเมืองที่อยู่เหนือกาลเวลาและเต็มไปด้วยมนต์ขลัง ประกอบด้วยเกาะ 118 เกาะที่เชื่อมถึงกันด้วยสะพานมากกว่า 400 แห่งในบริเวณทะเล สาบเวนิเทียทะเลสาบน้ำเค็มนี้ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งระหว่างปากแม่น้ำโปกับแม่น้ำพลาวิ ในภาคเหนือของประเทศอิตาลี โดยทั้งเมืองและทะเลสาบได้ถูกประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี 1987 ชม “สะพานถอนหายใจ” สะพานแห่งตำนานและสะพานที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองเวนิส ชม “ปาลาซโซ ดูคาเล” (Palazzo Ducale) หรือ “พระราชวังดอจ” อาคารสไตล์โกธิกที่สวยงามเป็นสถานที่บริหารของสาธารณรัฐเวนิสที่ยิ่งใหญ่ แต่กลับเป็นอาคารสไตล์เวนิสที่สวยงามอย่างแท้จริง นอกเหนือจากเสาหินเรียงแถวอันวิจิตรงดงามและด้านหน้าอาคาร เข้าสู่ “จัตุรัสซานมาร์โก” (หรือจัตุรัสเซนต์มาร์ก) ที่มีอายุกว่า 1200 ปี ชมภายนอก “มหาวิหารซานมาร์โก” มหาวิหารแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 9 เพื่อเก็บศพของนักบุญมาร์ก ด้านหน้าของมหาวิหารเซนต์มาร์กมีริ้วคลื่นและยอดแหลมเหมือนคลื่น โดยมีประตูโค้ง 5 บานที่มีช่องเปิดปิดด้วยกระเบื้องโมเสกที่ระยิบระยับและซุ้มหินโค้ง ซึ่งเป็นโบสถ์แบบไบเซ็นไทน์ที่ “ใหญ่ที่สุด” ในยุโรปตะวันตก สมควรแก่เวลา เดินทางล่องเรือกลับสู่ท่าเรือทรอนเค็ตโต ฝั่งเมสเตร้
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ : BELSTAY VENEZIA MESTRE HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านออกเดินทางสู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผ่านชมเมืองต่างๆระหว่างทาง นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือเมืองโคโม่
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านล่องเรือชมความงดงามของทะเลสาบโคโม่ (Como Lake Cruise) และหมู่บ้านริมทะเลสาบ เมืองโคโมนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะด้วยสภาพภูมิอากาศที่ไม่รุนแรงและภูมิทัศน์อันน่าทึ่งที่มีเฉดสีหลายพันเฉด ไม่ว่าจะเป็นสีฟ้าของน้ำทะเลที่ใสสะอาด สีเขียวของป่าไม้และสวนสาธารณะอันเขียวชอุ่ม สีเทาของภาพนูนต่ำนูนสูงของหิน และหมู่บ้านหินที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบและภูเขา อุดมไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ชมวิวที่สวยงามริมฝั่งทะเลสาบโคโม ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดในอิตาลีแล้วยังเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสามของอิตาลีอีกด้วย จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองซูริค Zurich ศูนย์กลางการเงิน,เศรษฐกิจและ การธนาคารของยุโรปซึ่งมอบชีวิตชีวาให้แก่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่ง “แม่น้ำลิมแม็ท” และทะเลสาบซูริค ตัวเมืองอุดมไปด้วยมีป่าไม้เขียวชอุ่ม แซมด้วยสถาปัตยกรรม อาคาร โรงแรม ร้านค้า บ้านพักตากอากาศกระจายตามบริเวณริมฝั่งทะเลสาบซูริค
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ : Intercity Hotel Zrich Airport หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางเข้าสู่ “หมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนน” ท่านจะได้ชมวิวหมู่บ้านที่น่ารักระหว่างเส้นทางนำท่านชมวิวน้ำตกชเตาบ์บาค (Staubbach Waterfall) ที่ไหลลงมาจากหน้าผาเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านแห่งนี้ นำท่านเข้าสู่สถานีรถไฟเลาเทอร์บรุนเนน โดยสารรถไฟฟันเฟือง สายท่องเที่ยวขบวนพิเศษ ที่มีกระจกกว้างกว่าปกติเพื่อชมธรรมชาติของเทือกเขาแอล์ปชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อนำท่านพิชิต “ยอดเขาจุงเฟรา” ที่ได้ชื่อว่า “สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป” เป็นพื้นที่ “มรดกโลก” ทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป นำท่านเปลี่ยนขบวนรถไฟ (Cog Wheel) ณ “สถานีไคลน์ไชเด็ค” รถไฟที่จะนำท่านเดินทางลอดอุโมงค์ที่ชาวสวิสฯได้ขุดเจาะไว้ที่ความสูงถึง 3,454 เมตร สู่ “สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป” บนยอดเขาจุงเฟราที่มีความหมายว่า “สาวน้อย” ที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุต ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น Top of Europe เมื่อขบวนรถไฟเดินทางถึงสถานีจุงเฟราแล้ว จากนั้นนำท่านเข้าชม “ถ้ำน้ำแข็ง 1,000 ปี” ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี ชมงานแกะสลักน้ำแข็งที่สวยงามอยู่ใต้ธารน้ำแข็ง 30 เมตร ให้ท่านเก็บภาพเป็นที่ระลึก จากนั้นนำท่านโดยสารลิฟต์ขึ้นสู่ชั้นบนของอาคารเพื่อเดินออกสู่ลานหิมะด้านนอก “ชมกลาเซียร์ หรือ ธารน้ำแข็ง” ให้ท่านได้เก็บภาพ ความสวยงามและยิ่งใหญ่ของของธารน้ำแข็ง Aletsch ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์(มรดกโลกทางธรรมชาติ) มีเวลาให้ทุกท่านสนุกสนานบนลานหิมะอย่างเต็มที่ สำหรับภายในตัวอาคารจุงเฟรายังมีห้องนิศรรษการเกี่ยวกับประวัติการสร้างทางรถไฟจุงเฟรา, ร้านจำหน่ายช็อคโกแลตลินน์, ร้านนาฬิกาและร้านจำหน่ายของที่ระลึก ท่านสามารถส่งโปรการ์ดถึงคนพิเศษเพื่อเป็นที่ระลึกจากยอดเขาแห่งนี้ได้อีกด้วย
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร บนยอดเขา Panorama Restaurant
บ่าย ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางลงเขาด้วยรถไฟ ฟันเฟืองสู่สถานีไอเกอร์ (Eiger) เปลี่ยนการเดินทางเป็นกระเช้าไฟฟ้า “นำท่านโดยสารกระเช้าชมวิวเทือกเขาแอล์ป ( THE V-CABLEWAY)” ลงสู่สถานีกริลเดลวาล์วกรุนด์ ซึ่งใช้เวลาเพียง 12 นาทีเท่านั้น นำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ “เมืองอินเทอร์ลาเก้น” เมืองหลวงของแบร์นเนอร์โอเบอร์ลันด์ประเทศสวิสเซอร์แลนด์เมืองตากอากาศสวยงามพร้อมทะเลสาบ 2 แห่งกลางเมือง ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบสองแห่งคือ Thunersee และ Brienzersee ท่ามกลางเทือกเขาน้อยใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านจะได้เห็นเขาจุงเฟราอันลือชื่อ , นาฬิกาดอกไม้ , สถานคาสิโน ฯลฯ ให้ท่านได้อิสระกับการเลือกซื้อสินค้าสวิสฯ อาทิเช่น นาฬิกาแบรนด์เนมชื่อดัง มีดพับ, ช็อคโกแลต ฯลฯ และเดินเล่นถ่ายภาพกับบรรยากาศอันโรแมนติก จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองซูริค
ค่ำ อิสระอาหารค่ำเพื่อความสะดวกในการช้อปปิ้ง
พักที่ : Intercity Hotel Zrich Airport หรือที่พักระดับใกล้เคียง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านชม “กรุงซูริค” (Zurich) ศูนย์กลางการเงิน,เศรษฐกิจและการธนาคารของยุโรปซึ่งมอบชีวิตชีวาให้แก่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่ง “แม่น้ำลิมแม็ท” และทะเลสาบซูริค ตัวเมืองอุดมไปด้วยมีป่าไม้เขียวชอุ่ม แซมด้วยสถาปัตยกรรม อาคาร โรงแรม ร้านค้า บ้านพักตากอากาศกระจายตามบริเวณริมฝั่งทะเลสาบซูริค...นำให้ท่านได้อิสระ เดินเล่นเที่ยวชมบรรยากาศเรียบแม่น้ำลิมแม็ท บริเวณถนน “ลิมแม็ทคีย์” หากมีเวลาให้ท่านได้เดินเล่นเที่ยวชมบรรยากาศรอบๆ เมือง พร้อมช้อปปิ้งแบรนด์เนมและของที่ระลึกพื้นเมืองของสวิตเซอร์แลนด์ จากนั้นเดินทางเข้าสู่ “เมืองซาฟเฮาส์เซ่น” Schaffhausen เมืองชายแดนเยอรมัน-สวิสฯ ชมความสวยงามของ “น้ำตกไรน์” ซึ่งเกิดจากแม่น้ำไรน์สายน้ำนานาชาติที่สำคัญที่สุดในยุโรปแม่น้ำแห่งนี้เกิดขึ้นจากการละลายของหิมะจากเทือกเขาแอลป์เริ่มจากเป็นลำธารเล็กๆ ผ่านลิคเท่ นสไตน์เข้าสู่ทะเลสาบคอนสแตนท์ที่กั้นพรหมแดนระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับเยอรมันนี ส่วนที่ล้นไหลออกจากทะเลสาบคอนสแตนท์ก่อกำเนิดแม่น้ำไรน์สายใหญ่ ไหลผ่านหน้าผาสูงชันที่เมืองซาฟเฮาส์เซ่นเกิดเป็น “น้ำตกไรน์ที่สวยงามที่สุดในยุโรปกลาง” ได้เวลานัดหมาย เดินทางเข้าสู่สนามบิน
16.40 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯโดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์เที่ยวบินที่ QR096
23.25 น. เดินทางถึงกรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ (แวะพักเปลี่ยนเครื่อง)
02.05 น. เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯโดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR834
12.55 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ / โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา