03.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบิน IndiGo หัวหน้าทัวร์และเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน
05.55 น. ออกเดินทางสู่ เมืองโกลกาตา (Kolkata) โดยสายการบิน IndiGo เที่ยวบินที่ 6E 1058 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
07.20 น. เดินทางถึง สนามบินเนตาจี ซูภาส จันทร โบส (Netaji Subhas Chandra Bose Airport) นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว รอรับกระเป๋าเพื่อเดินทางไปสนามบินภายในประเทศ เพื่อต่อเครื่องไปเมืองดีมาปุระ
13.45 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดีมาปุระ (Dimapur) โดยสายการบิน IndiGo เที่ยวบินที่ 6E 6103 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
15.15 น. เดินทางถึง สนามบินดีมาปุร์ (Dimapur Airport) (เวลาอินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชม.) หลังจากรับกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่ เมืองโกฮิมา (Kohima) (ระยะทาง 64 กม. / 1.40 ชม.) ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาของเทือกเขาจัปฟู (Japfu) ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,444 เมตร ซึ่งเป็นภูเขาที่มีความสูงและสวยงามและอากาศเย็นสบายตลอดปี โดยเฉพาะฤดูหนาวจะมีอุณหภูมิลดต่ำลงมาก เป็นศูนย์กลางของชนเผ่านาคา ซึ่งมีวัฒนธรรมและประเพณีเฉพาะตัว โดยมีเทศกาลที่มีชื่อเสียงคือ Hornbill Festival จัดขึ้นทุกปีในเดือนธันวาคม เป็นงานเฉลิมฉลองวัฒนธรรมของชนเผ่าต่าง ๆ ในรัฐนาคาแลนด์
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
นำท่านเข้าสู่ Hotel Pine หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางไปชม Nagaland Heritage Village หรือ Naga Heritage Village คือหมู่บ้านวัฒนธรรมที่จัดแสดงวิถีชีวิต ประเพณี และศิลปวัฒนธรรมของชนเผ่านาคาในรัฐนาคาแลนด์ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านคิซามา (Kisama) ใกล้เมืองโกฮิมา เปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับวัฒนธรรมอันหลากหลายของชนเผ่านาคาอย่างใกล้ชิด โดยรวบรวมบ้านแบบดั้งเดิมของแต่ละชนเผ่าไว้ในที่เดียว พร้อมจัดแสดงข้าวของ เครื่องมือ เครื่องแต่งกาย และประเพณีต่าง ๆ มีการแสดงดนตรี การเต้นรำ และกิจกรรมพื้นเมืองที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละชนเผ่า อีกทั้งยังเป็นสถานที่จัดงาน Hornbill Festival (เทศกาลนกเงือก) ซึ่งเป็นเทศกาลวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของรัฐนาคาแลนด์ จัดขึ้นทุกปีในช่วงต้นเดือนธันวาคม ท่านจะเห็นหลังคามุงจากบ้านที่สร้างขึ้นแบบดั้งเดิม ผนังไม้และประติมากรรมแกะสลักอย่างประณีตอันเป็นเอกลักษณ์ของนาคาแลนด์...จากนั้นไปชมวิว ณ Kohima View Point และ Shurho View Point จุดชมวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาที่สามารถมองเห็นเมืองโกฮิมา ภูเขา ทุ่งนา ได้โดยรอบ
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย นำท่านชม Nagaland State Museum พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมสิ่งของโบราณวัตถุ เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับศีรษะ และอาวุธของชนเผ่าต่างๆ ในรัฐนาคาแลนด์ ชม สุสานทหารอังกฤษและอินเดีย (Kohima War Cemetery) สร้างขึ้นในปี 1944 เพื่อเป็นอนุสรณ์การเสียชีวิตของทหารกองกำลังพันธมิตรของอังกฤษที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นสถานที่เงียบสงบและมีความหมายทางประวัติศาสตร์...
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
นำท่านเข้าสู่ Hotel Pine หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองนากาโอน (Nagaon) (ระยะทาง 234 กม. / 4.55 ชม.) เป็นเมืองสำคัญในรัฐอัสสัม
เพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ตลอดสองข้างทาง...
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย นำท่านชม วัดมหามฤตยูชัย (Maha Mrityunjay Temple) วัดฮินดูที่อุทิศให้แก่พระศิวะในปาง “มหามฤตยูชัย” (Mahamrityunjay) ซึ่งเป็นปางที่เชื่อว่ามีอำนาจในการเอาชนะความตายและมอบอายุยืนให้แก่ผู้ศรัทธา ตัววัดสร้างขึ้นในรูปทรงของ ศิวลึงค์ (Shivling) ขนาดใหญ่ ถือเป็นหนึ่งในศิวลึงค์ที่ใหญ่และสูงที่สุดในโลก สูงถึง 126 ฟุต ล้อมรอบด้วยทุ่งดอกพีดี...จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองจอร์ฮัต (Jorhat) (ระยะทาง 184 กม. / 3.55 ชม.)
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Jaanki Farm & Resort หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองศิวสาคร (Sivasagar) (ระยะทาง 58 กม. / 1.35 ชม.) ระหว่างทางเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ตลอดสองข้างทาง... เมืองศิวสาคร (Sivasagar) เดิมชื่อ สิบสาคร Sibsagar หมายถึง มหาสมุทรของพระศิวะ อดีตเมืองหลวงของอาณาจักรอาหม Ahom Kingdom ที่เคยรุ่งเรืองมาก่อน เป็นผู้ปกครองดินแดนอัสสัมมากว่า 600 ปี ก่อนที่อังกฤษจะเข้ามายึดครองในปี ค.ศ.1826... นำท่านเดินทางสู่ จุดชมวิวรอบบ่อน้ำศิวสาคร หรือทะเลสาบเทียมโบรปุคุรีในใจกลางเมืองอันเงียบสงบและร่มเย็น โดยมีฉากหลังเป็นวัดพระศิวะที่สูงที่สุด อิสระให้ท่านเดินเล่นและ เซลฟี่กับมุมฮิต “I Sivanagar’ ตามอัธยาศัย...จากนั้นไปชม วัดศิวดล (Siva Dol) ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบเทียมโบรปุคุรี และใกล้กันนั้นยังมี วิษณุโดล และเทวิโดล ซึ่งเป็นวัดฮินดูสามแห่ง สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่เทพเจ้าหลักสามองค์ของศาสนาฮินดู คือ ศิวะ วิษณุ และทุรคา ตามลำดับ วัดเหล่านี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1734 โดยพระราชินีบาร์ ราชา อัมบิกาแห่งราชวงศ์อาหม เป็นหนึ่งในวัดที่สูงที่สุดในอินเดีย โดยมีความสูงประมาณ 32 เมตร (104 ฟุต) และมีเทศกาลสำคัญที่รู้จักกันดีคือ มหาศิวราตรี (Mahashivaratri) เป็นเทศกาลที่มีผู้แสวงบุญจำนวนมากเดินทางมาสักการะที่วัดแห่งนี้... (คำว่า "dol" ในภาษาอัสสัมหมายถึง วิหาร)
นำท่านเข้าสู่ พิพิธภัณฑ์อัสสัม (Assam Tai Museum) พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมที่ตั้งอยู่ในเมืองศิวสาคร ซึ่งจัดแสดงประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของชาวไทในภูมิภาคอัสสัม เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมไท-อาหม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ของรัฐอัสสัม ภายในมีการจัดแสดงครื่องแต่งกายดั้งเดิม เสื้อผ้าและเครื่องประดับที่สะท้อนเอกลักษณ์ของชาวไทในอัสสัม, เครื่องดนตรีพื้นบ้าน จัดแสดงเครื่องดนตรีที่ใช้ในพิธีกรรมและงานเฉลิมฉลอง, อุปกรณ์จับปลาและเครื่องมือในชีวิตประจำวัน เช่น เบ็ด แห และเครื่องมือทำครัว, แบบจำลองราชสำนักอาหม จัดแสดงภาพจำลองของราชสำนักในยุคอาหม ซึ่งเป็นราชวงศ์ที่มีเชื้อสายไทและเคยปกครองอัสสัม...
จากนั้นชม พระราชวังอาหม หรือ พระราชวังเก่า (Tai Ahom Royal Palace) คือกลุ่มสถาปัตยกรรมโบราณที่สร้างโดยราชวงศ์อาหม ซึ่งเคยปกครองรัฐอัสสัม ประเทศอินเดียมานานกว่า 600 ปี โดยมีพระราชวังสำคัญ เช่น Talatal Ghar, Kareng Ghar, Rang Ghar ตั้งอยู่ในเมืองศิวสาคร โดย Kareng Ghar เป็นพระราชวังหลักของราชวงศ์อาหม สร้างด้วยอิฐและไม้ มีหลายชั้น ใช้เป็นที่ประทับของกษัตริย์และศูนย์กลางการปกครอง, Talatal Ghar เป็นพระราชวังใต้ดินที่มีอุโมงค์ลับและห้องหลบภัย สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 โดยกษัตริย์ Rudra Singha มีโครงสร้างซับซ้อนและถือเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่ใหญ่ที่สุดของอาณาจักรอาหม, Rang Ghar อาคารรูปวงรี ใช้เป็นอัฒจันทร์สำหรับชมการแข่งขันกีฬาและพิธีต่าง ๆ ถือเป็นหนึ่งในอาคารกีฬาเก่าแก่ที่สุดในอินเดีย ปัจจุบันพระราชวังเหล่านี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของรัฐอัสสัม...
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เชรายดอย มายด้ำ (Charaideo Maidam) (ระยะทาง 28 กม. / 55 นาที) รายดอยเป็นราชธานีแห่งแรกของอาณาจักรอาหม ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาติดชายแดนรัฐนาคาแลนด์ เป็นกลุ่มสุสานโบราณของกษัตริย์และราชวงศ์อาหมในรัฐอัสสัม ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยยูเนสโกในปี 2024 (Charaideo มาจากภาษาไท-อาหมว่า Che-Rai-Doi แปลว่า “เมืองสว่างบนเนินเขา” Maidam มาจากคำว่า Phrangmai-dam หมายถึง “การฝังศพของผู้ล่วงลับ” โดย Phrangmai แปลว่า “ฝัง” และ dam หมายถึง “วิญญาณ”) เป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของราชวงศ์อาหม กษัตริย์และสมาชิกในราชวงศ์ถูกฝังไว้ที่นี่ตามพิธีกรรมไทดั้งเดิม มีลักษณะเป็นเนินดินขนาดใหญ่คล้ายสุสานแบบพีระมิด ภายในมีห้องฝังศพและสิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวันของผู้ล่วงลับ สะท้อนถึงความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายของชาวไทอาหม...
จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองดีบูรกาห์ (Dibrugarh) (ระยะทาง 84 กม. / 1.55 ชม.) อยู่ริมแม่น้ำพรหมบุตรเป็นเมืองสำคัญในรัฐอัสสัมซึ่งได้รับฉายาว่า “เมืองชาแห่งอินเดีย” เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกใบชาที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
นำท่านเข้าสู่ Sarova Portico Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ ไทผาเก (Tai Phake) (ระยะทาง 55 กม. / 1.35 ชม.) นำท่านชม หมู่บ้านไทผาเก ชุมชนของชาวไทผาเก ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไทที่อาศัยอยู่ในรัฐอัสสัมและอรุณาจัลประเทศของอินเดีย โดยมีรากเหง้ามาจากอาณาจักรฉานในประเทศเมียนมา และยังคงรักษาภาษาและวัฒนธรรมไทไว้ได้อย่างเข้มแข็ง มีบ้านเรือนไม้แบบไท บ้านของชาวไทผาเกสร้างด้วยไม้ยกพื้นสูง มีลักษณะคล้ายบ้านไทในไทยและลาว...
ชม พิพิธภัณฑ์ไทผาเก เป็นแหล่งรวบรวมประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ไทผาเก รวมถึงเครื่องใช้พื้นบ้าน เสื้อผ้า เครื่องดนตรี และเอกสารเกี่ยวกับการอพยพของชาวไทจากเมียนมาเข้าสู่อินเดีย มีการจัดแสดงภาษาไทผาเก ซึ่งยังคงใช้ในชีวิตประจำวัน และมีความคล้ายคลึงกับภาษาไทยและลาว เป็นสถานที่เรียนรู้เกี่ยวกับราชวงศ์อาหม ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับชาวไทในภูมิภาคนี้... จากนั้นชม วัดน้ำผาเก ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านผาเก เป็นวัดพุทธนิกายเถรวาทที่ชาวไทผาเกใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เช่น สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัว และวันเข้าพรรษา มีพระสงฆ์ผู้ทรงศีล เช่น หลวงพระญาณะปาละมหาเถระ ซึ่งเป็นผู้นำจิตวิญญาณของชุมชน วัดมีสถาปัตยกรรมแบบไทดั้งเดิม เช่น หลังคาทรงจั่วและการตกแต่งด้วยไม้แกะสลัก...
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองดีบูรกาห์ (Dibrugarh) แวะ ตลาดธิเบต (Tibetan Market) เพื่อเลือกซื้อของฝากและสัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรมทิเบตในเมืองแห่งชาแห่งนี้ อิสระให้ท่านเลือกซื้อของฝาก เช่น เสื้อผ้าแฟชั่น กางเกงยีนส์ เสื้อกันหนาว ผ้าพันคอ เครื่องประดับเงินและของตกแต่งสไตล์ทิเบต สินค้าหัตถกรรมพื้นเมืองและของที่ระลึกต่าง ๆ...จากนั้นแวะช้อปปิ้ง ณ ห้าง Veshall Mega Mart อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้านานาชนิดตามอัธยาศัย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า เครื่องประดับ ชาพื้นเมือง สินค้าแบรนด์พื้นเมืองต่าง ๆ จากนั้นนำท่าน ลงเรือล่องแม่น้ำพรหมบุตร ณ ริมฝั่งเมืองดีบูรกาห์ ล่องเรือไปตามสายน้ำแห่งชีวิตที่ไหลผ่านบ้านเมือง เพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ยามอาทิตย์อัสดง หากโชคดีท่านอาจได้พบกับ ฝูงปลาโลมา ที่จะว่ายมาทักทายท่าน แม่น้ำพรหมบุตรเป็นหนึ่งในแม่น้ำสายสำคัญของทวีปเอเชีย มีต้นกำเนิดจากธารน้ำแข็งในทิเบต ไหลผ่านจีน อินเดีย และบังกลาเทศ ก่อนลงสู่อ่าวเบงกอล...
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Sarova Portico Hotel หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม สะพาน Bogibeel ที่ใช้ข้ามแม่น้ำพรหมบุตร (Brahmaputra River) เชื่อมเมือง Dhemaji (ฝั่งเหนือ) กับเมืองดีบูรกาห์ (ฝั่งใต้) ในรัฐอัสสัม เป็นสะพานทางรถไฟและถนนที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย และเป็นสะพานแบบผสมที่ยาวที่สุดอันดับสองในเอเชีย โดยมีความยาว 4.94 กิโลเมตร โครงสร้างเป็นสะพานโครงเหล็ก ทำจากเหล็กและคอนกรีต ชั้นล่างเป็นรางรถไฟแบบรางคู่ ชั้นบนเป็นถนนแบบ 3 ช่องจราจรสำหรับรถยนต์ อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิวแม่น้ำพรหมบุตรที่ยิ่งใหญ่และสวยงามยิ่งนัก อิสระให้ท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย...จากนั้นแวะชม เทวาลัยศรีจักรนารทแห่งดีบูรกาห์ เป็นวัดฮินดู สร้างด้วยหินทรายแดง แกะสลักอย่างงดงาม และมีรูปปั้นสิงโต 2 ตัว อยู่ด้านหน้าประตูทางเข้า มีขนาดความสูงของยอดเทวาลัย 85 ฟุต ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากเทวาลัยจักรนารทที่ ปูรี ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางไร่ชาอัสสัมที่เขียวขจี ที่ได้บริจาคที่ดินและเงินทุนสนับสนุนในการสร้างเทวาลัย บริษัทชาแห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าของย้ายมาจากโอริสสามาปลูกชาที่อัสสัม ภายในเทวาลัยประดิษฐานปฏิมากรรมพระจักรนารท ซึ่งเป็นภาคหนึ่งของพระกฤษณะ รูปพระเชษฐา พลภัทรา (พลราม) และ พระขนิษฐา พระนางสุภัทรา...
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย นำท่านชม ไร่ชาอัสสัม ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ระหว่างทางที่ปลูกชาอัสสัมพันธุ์ดั้งเดิมคุณภาพดี ปลูกบนที่ราบลุ่มริมแม่น้ำพรหมบุตร ที่ความสูงประมาณ 45–60 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ดินร่วนอุดมสมบูรณ์ ภูมิอากาศร้อนชื้น และมีปริมาณน้ำฝนสูง ทำให้ใบชามีคุณภาพดี ชาอัสสัมมีรสชาติเข้มข้น กลิ่นหอมเฉพาะตัว นิยมใช้ในชาแบบ English Breakfast ให้ท่านได้เดินชมไร่ชากว้างใหญ่ พร้อมชิมชาอัสสัมรสเข้มหลากหลายผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงจากไร่ชาแห่งนี้... สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ สนามบินดีบูรกาห์ (Dibrugarh Airport)
16.15 น. ออกเดินทางสู่ เมืองโกลกาตา (Kolkata) โดยสายการบิน IndiGo เที่ยวบินที่ 6E 6102 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
18.05 น. เดินทางถึง สนามบินเนตาจี ซูภาส จันทร โบส (Netaji Subhas Chandra Bose Airport) แล้วรอรับกระเป๋าเพื่อเดินไปสนามบินระหว่างประเทศ เพื่อต่อเครื่องไปกรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ
00.35 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน IndiGo เที่ยวบินที่ 6E 1911 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
04.50 น. เดินทางถึง กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ...พร้อมความประทับใจ...
46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา