
06.00 น. พร้อมกันที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ณ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 8 เคาน์เตอร์ Q โดยสายการบิน Air Austral โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คอินด้านสัมภาระและเอกสารให้กับท่าน
09.00 น. เหินฟ้าสู่ เมืองแซ็งค์-เดอนี รียูเนี่ยน โดยสายการบิน Air Austral เที่ยวบิน UU888 (0900 – 1335) (ใช้เวลาบิน 7 ชั่วโมง 35 นาที)
13.35 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติโรแลน การ์รอส (Roland Garros International AIrport) หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและแลกเงินตราเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงของรียูเนี่ยน แซ็งต์-เดอนี (Saint-Denis) เมื่อในปี ค.ศ. 1665 นักล่าอาณานิคมชาวฝรั่งเศสชื่อว่า tienne Rgnault ได้เข้ายึดเมืองแซ็งต์-เดอนี ต่อมาได้รับการพัฒนาทำให้เป็นเมืองที่เฟื่องฟูและพัฒนาขยายใหญ่โตมาก จากผู้ว่าราชการจังหวัดที่ชื่อว่า Bertrand-Franois Mah de La Bourdonnais ต่อมาในปี ค.ศ. 1738 เขาได้ตัดสินใจสร้างท่าเรือและย้ายเมืองหลวงใหม่ของเกาะชื่อว่า Saint-Denis แทนที่เมือง St. Paul
นำท่านเดินทางไป Rue de Paris ซึ่งจะเห็นบ้านเรือนต่างๆเป็นแบบสไตล์ Creole มีระเบียงเหล็กและพู่ประดับบ้าน ที่ทำจากไม้สีขาวติดตามอาคารบ้านเรือนต่างๆของบริเวณนี้ นอกจากนั้นนำชมสถานที่สำคัญต่างๆในเมืองหลวง รวมทั้ง มหาวิหารนักบุญแคทเธอรีน (St. Catherine Cathedral) ศาลาว่าการเมือง (City Hall) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 และ วัดทามิล (Tamil Temple) เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในเกาะแห่งนี้ เป็นต้น
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
เข้าสู่โรงแรมที่พัก Dina Morgabine Saint-Denis 4*, Reunion หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบินนำท่านเช็คอินสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ
11.00 น. เดินทางสู่ ประเทศมาดากัสการ์ โดยสายการบิน Air Austral เที่ยวบินที่ UU611 (1100 – 1140)
(ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง 40 นาที)
11.40 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติอิฟวาโต (Ivato International Airport) ประเทศมาดากัสการ์ หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองพร้อมรับกระเป๋าสัมภาระแล้ว เดินทางสู่ เมืองอันตานานาริโว (Antananarivo) หรือ ทานา (Tana) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมาดากัสการ์ ที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ตัวเมืองตั้งอยู่ในบริเวณยอดสันเขาสูงซึ่งทำเลดีเหมาะแก่การป้องกันการรุกรานจากอริศัตรู ชื่อ ”อันตานานาริโว” มีความหมายว่า “เมืองแห่งหนึ่งพัน” หมายถึงนายทหารจำนวนหนึ่งพันนายที่ดูแลปกป้องเมืองหลวงแห่งนี้ในช่วงรัชสมัยของกษัตริย์อันเดรียนจาก้า แต่ต่อมาในปี ค.ศ.1895 มาดากัสการ์ถูกล่าเป็นอาณานิคมเมืองขึ้นของฝรั่งเศส ฝรั่งเศสจึงได้เข้ามาครอบครองและขยายเมืองสร้างถนนเพิ่มเติมมากขึ้น มาดากัสการ์ได้รับเอกราชเป็นอิสระจากฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1960
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
นำท่านไปช้อปปิ้งแวะซื้อของที่ ตลาดลาดีต (La Digue Market) นำท่านเลือกซื้อของฝาก ตลาดที่เต็มไปด้วยสินค้าหัตถกรรมของมาดากัสการ์ เป็นตลาดที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบมากที่สุด อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อของฝาก ที่มีตั้งแต่ตะกร้าพื้นเมืองสีสันแสบตา ผลิตภัณฑ์จากผ้าปักต่างๆ รวมถึงฟอสซิลหอยต่างๆ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
เข้าสู่โรงแรมที่พัก Palissandre Hotel & Spa 4*, Antananarivo หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า
เดินทางสู่สนามบินนานาชาติอิฟวาโต เพื่อทำการเช็คอินสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ
07.30 น. เหินฟ้าสู่ โมรอนดาวา (Morondava) โดยสายการบิน Madagascar Airlines เที่ยวบินที่ MD700 (0730 – 0840) (ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง 10 นาที)
08.40 น. เดินทางถึงสนามบินโมรอนดาวา (Morondava Airport) รับกระเป๋าสัมภาระให้เรียบร้อย
นำท่านสัมผัสประสบการณ์ลงเรือประมงท้องถิ่นพิรอร์จ (Pirogue) เพื่อชมธรรมชาติของชายป่าโกงกางและแวะเที่ยวชม หมู่บ้านประมงบีทาเนีย (Fishermen Village of Betania) เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวประมงของมาดากัสการ์อย่างใกล้ชิดเป็นกันเอง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
จากนั้นเดินทางไปชม ต้นเบาบับคู่รัก (Baobab Amoureux) เป็นต้นเบาบับพันธุ์ Adansonia Za สองต้นที่กอดรัดพันกันอย่างเหนียวแน่นเสมือนคู่รัก โดยมีตำนานเล่าขานกันเกี่ยวกับต้นเบาบับคู่รักนี้เช่นกัน ส่วนเรื่องราวจะเป็นเช่นไร โปรดรอฟังจากไกด์ท้องถิ่น
นำท่านเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกซึ่งเป็นไฮไลท์ของเส้นทางนี้ คือ อเวนิวแห่งต้นเบาบับ (Avenue of Baobabs) ดินแดนแห่งต้นไม้ยักษ์นี้ตั้งอยู่ในภาคตะวันตกของมาดากัสการ์ ซึ่งพันธุ์ไม้ตระกูลเบาบับ (Baobab, Adansonia) มีทั้งหมด 9 ชนิดในโลก แต่มีอยู่ถึง 6 ชนิดที่มีต้นกำเนิดเฉพาะในมาดากัสการ์เท่านั้น บนถนนสายต้นเบาบับยาวกว่า 260 เมตร มีต้นเบาบับพันธุ์ Adansonia Grandidieri ยืนต้นสูงราว 30 เมตร อยู่ประมาณ 20-25 ต้นเป็นแนวแถวดูสวยงามแปลกตาโดดเด่นในพื้นที่โล่ง ต้นเบาบับยักษ์มีอายุมากกว่า 800 ปี ชาวมาลากาซี เรียกว่า “Renala” แปลได้ความหมายว่า “แม่ของป่า” อันเป็นมรดกทางธรรมชาติแห่งป่าร้อนชื้นที่อุดมสมบูรณ์ในมาดากัสการ์ ในความเป็นจริงแล้ว ต้นเบาบับเจริญเติบโตได้ดียืนต้นในสภาพป่าทึบ เมื่อกาลเวลาล่วงเลยจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น จึงตัดไม้ทำลายป่าเพื่อสร้างพื้นที่การเกษตรแทน แต่คงรักษาต้นเบาบับยักษ์เหล่านี้ไว้ ไม่ตัดโค่น แต่ก็ใช้ประโยชน์จากมันโดยชาวบ้านจะลอกเพียงเปลือกเอามาทำหลังคากระท่อมและกินลูกผลของมันเท่านั้น ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางกลับที่พักในโมรอนดาวา
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
เข้าสู่โรงแรมที่พัก Palissandre Cote Ouest resort & spa 4*, Morondava หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า
จากนั้นเดินทางสู่สนามบินโมรอนดาวา เพื่อทำการเช็คอินสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ
09.15 น. เหินฟ้าสู่ อันตานานาริโว (Antananarivo) โดยสายการบิน Madagascar Airlines เที่ยวบินที่ MD701 (0915 – 1020) (ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง 5 นาที)
10.20 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติอิฟวาโต รับกระเป๋าสัมภาระเรียบร้อยแล้ว
นำท่านชม สวนลีเมอร์ (Lemurs Park) อยู่ห่างจากเมืองอันตานานาริโวไปทางทิศใต้ราว 22 กิโลเมตร เป็นสวนสัตว์ศูนย์รวมลีเมอร์หลายสายพันธุ์ ซึ่งเป็นสัตว์ประจำชาติที่เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของมาดากัสการ์ ที่นี่มี “ลีเมอร์ซิฟากา” ซึ่งเป็นลีเมอร์ขนาดใหญ่ มีขนตามลำตัวสีขาว และมีใบหน้ารวมถึงใบหูสีดำ เป็นลีเมอร์ที่ออกหากินในเวลากลางวัน นอกจากนี้ยังมี เต่ารัศมีดารา ซึ่งเคยมีอยู่ชุกชุมในเขตป่าหนามทางตอนใต้ แต่ปัจจุบันถูกล่าจนเกือบสูญพันธุ์ และยังมีสัตว์ประหลาดอีกจำพวก ที่จะพบได้แทบทุกหนแห่งในดินแดนมหัศจรรย์นี้ คือ กิ้งก่าคาเมเลี่ยน ในความเป็นจริงแล้วคาเมเลี่ยนไม่ได้มีอยู่เฉพาะที่มาดากัสการ์เท่านั้น ท่านสามารถพบมันได้ในทวีปแอฟริกา ยุโรปตอนใต้ ตะวันออกกลาง อินเดียและศรีลังกา รวมเกือบ 80 ชนิดแต่ประมาณครึ่งหนึ่งพบอยู่บนเกาะมาดากัสการ์ ลักษณะเด่นของมันที่ทำให้มันแตกต่างจากสัตว์เลื้อยคลานอื่นๆ เห็นจะเป็นดวงตาที่กลิ้งกลอกไปมาได้อย่างอิสระในแต่ละข้าง ลิ้นของมันพุ่งออกไปจับแมลงได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ อีกทั้งมีลักษณะพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ มันสามารถเปลี่ยนสีสันบนร่างกายได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้กลมกลืนกับสภาพสิ่งแวดล้อมรอบข้าง และสีกายจะปรับเปลี่ยนไปตามอารมณ์และสิ่งเร้ารอบตัว อย่างเช่น สีฉูดฉาดสวยงามยามจะเกี้ยวพาราสี เป็นต้น
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
จากนั้นนำท่านเดินทางชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของเมืองอันตานานาริโว เช่น
ทะเลสาบอโนซี (Anosy Lake) ทะเลสาบรูปหัวใจ ใจกลางเมืองอันตานานาริโว
สนามกีฬามาฮามาสินา (Mahamasina Stadium) สนามกีฬาแห่งชาติของมาดากัสการ์
จัตุรัสแห่งเสรีภาพ (Independence Square)
พระราชวังอันดาเฟียวาราตรา (Andafiavaratra Palace)
พระราชวังราชินี (Queen Palace)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
เข้าสู่โรงแรมที่พัก Palissandre Hotel & Spa 4*, Antananarivo หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า
ออกเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติอันดาสิเบ-มันตาเดีย <160 KMS/4 HRS>
ระหว่างทางนำท่านชม ฟาร์มมาโรเซโว (Marozevo Exotic Farm) เป็นสวนสัตว์เอกชนที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ท่านจะพบกับสัตว์หายากหลากหลายชนิดที่พบได้เฉพาะที่มาดากัสการ์เท่านั้น ท่านสามารถดูได้ในระยะใกล้ อาทิเช่น กิ้งก่าคาเมเลี่ยน ตุ๊กแกหางใบไม้ ผีเสื้อ จระเข้ และกบสายพันธุ์มาดากัสการ์ ฯลฯ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
นำท่านเดินทางต่อไปยังโรงแรมที่พักซึ่งตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติอันดาสิเบ-มันตาเดีย (Andasibe-Mantadia Natural Reserve) เพื่อเช็คอินและผ่อนคลายอิริยาบถอย่างอิสระตามอัธยาศัย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
เข้าสู่โรงแรมที่พัก Vakona Forest Lodge 4*, Andasibe หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า
เดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติอันดาสิเบ-มันตาเดีย (Andasibe-Mantadia Natural Reserve) หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า “เพอริเน็ท” (Perinet) ตั้งอยู่ในช่วงระดับความสูง 900-1,250 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นเขตพื้นที่ป่าสงวนที่มีเนื้อที่กว่า 155 ตารางกิโลเมตร ปกคลุมด้วยป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนเกาะ ที่นี่เต็มไปด้วยพืชพันธุ์ และสัตว์ป่าเฉพาะถิ่นมากมาย จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งของมาดากัสการ์
นำท่าน เดินเท้าชมธรรมชาติแบบระยะสั้น (ประมาณ 2 ชั่วโมง) เพื่อตามรอยสัตว์ป่าหายากเฉพาะถิ่นชนิดหนึ่ง นั่นคือ “อินดรี อินดรี” (Indri Indri) หรือชาวมาลากาซี เรียกกันในชื่อ “บาบาโคโต้” (Babakoto) จัดเป็นลีเมอร์สายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และมีเสียงร้องที่ดังที่สุดซึ่งอาจได้ยินไปไกลถึง 3 กิโลเมตร โดยพวกมันมีพฤติกรรมการอยู่รวมกันเป็นฝูงขนาดใหญ่ สมาชิกในฝูงมีความสัมพันธ์กันแบบครอบครัวโดยจับคู่แบบคู่ครองเดียวตลอดชีวิต และสมาชิกในฝูงจะประกอบด้วยหลายวัย แต่มีตัวเมียเป็นจ่าฝูง อินดรีมีลำตัวขนาดใหญ่เทียบพอกับเด็กโต มีขนสีขาวสลับดำ ลักษณะส่วนหางสั้น มีใบหูกลมคล้ายแพนด้า กินอาหารจำพวกใบไม้และหน่ออ่อนของต้นไม้เป็นหลัก ออกหากินในเวลากลางวัน มีขาที่แข็งแรงใช้ในการปีนป่ายต้นไม้ มันจะส่งเสียงร้องทุกๆเช้าเพื่อสื่อสารกันและประกาศอาณาเขตโดยเริ่มจากจ่าฝูงก่อน เมื่ออินดรีกระโดดครั้งเดียวอาจไกลถึง 30 ฟุตในการสัญจรไปมาระหว่างต้นไม้ เนื่องจากมีขาหลังที่ยาวและทรงพลัง พวกมันกระจายพันธุ์อยู่เฉพาะบนเกาะมาดากัสการ์เพียงแห่งเดียวเท่านั้น ที่นี่จึงเป็นเสมือนสวรรค์ของผู้หลงใหลในธรรมชาติที่สวยแปลกและแตกต่าง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
เดินทางกลับสู่เมืองอันตานานาริโว <160 KMS/4 HRS>
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
เข้าสู่โรงแรมที่พัก Palissandre Hotel & Spa 4*, Antananarivo หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า
นำท่านเดินทางไปชม ป้อมปราการโบราณอัมโบฮีมันก้า (Ambohimanga) ตั้งอยู่ห่างจากเมืองอันตานานาริโวไปราว 22 กิโลเมตร อัมโบฮีมันก้า คือ แหล่งกำเนิดของชาวมาลากาซี ราชวงศ์เมริน่า (Merina Dynasty) เป็นเสมือนนครเมกกะของอาณาจักรเมริน่า ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16-19 และมีประวัติศาสตร์ยาวนานที่น่าสนใจ เมืองโบราณเก่าแห่งนี้ถือเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของชาวมาลากาซี อันเป็นสถานที่ต้องห้ามสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในการเข้าไปเยือน ภายในกำแพงเก่ามีปราสาทพระราชวังฤดูร้อนของพระราชินี สระน้ำศักดิ์สิทธิ์ และมีประตูหินขนาดมหึมาที่ต้องใช้แรงงานผู้ชายกว่า 40 คนในการเปิด-ปิดประตูในแต่ละวัน
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อทำการเช็คอินสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ
17.00 น. เหินฟ้าสู่ เมืองพอร์ตหลุยส์ (Port Louis) โดยสายการบิน Air Mauritius เที่ยวบิน MK289 (1700 – 1950) (ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง 50 นาที)
19.50 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติเซอร์ซีวู ซานกัว (Sir Seewoosagur Ramgoolam International Airport) เมืองพอร์ตหลุยส์ (Port Louis) ประเทศมอริเชียส หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าสัมภาระแล้ว นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักเพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
เข้าสู่โรงแรมที่พัก Hotel Riu Turquoise 4*, Mauritius หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า
นำท่านไปเที่ยวชม เมืองพอร์ตหลุยส์ (Port Louis) เมืองหลวงของสาธารณรัฐมอริเชียส หรือรู้จักกันในนาม “เกาะมอริเชียส” โดดเด่นด้วยหาดทรายขาว น้ำทะเลสีฟ้าใส ธรรมชาติป่าเขาสีเขียวขจี และบรรยากาศสุดโรแมนติก นำท่านชม ป้อมปราการอะดิเลด (Citadel of Adelaide) เป็นป้อมปราการที่สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ.1834-1840 ป้อมปราการแห่งนี้มีความสูงเหนือตัวเมืองพอร์ตหลุยส์ จึงทำให้เป็นจุดที่สามารถถ่ายรูปวิวทิวทัศน์ของเมืองได้ดีที่สุดแห่งหนึ่ง
จากนั้นนำท่านไปสู่ ตลาดกลาง(Central Market) ซึ่งเป็นตลาดที่เรียกได้ว่ามีสีสันสุดๆของเมืองพอร์ตหลุยส์ เป็นตลาดท้องถิ่นที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าไม่ว่าจะเป็น ผัก ผลไม้ เสื้อผ้า และของที่ระลึกมากมาย
นำชม สวนพฤกษศาสตร์เซอร์ ซีวูซากูร์ (Sir Seewoosagur Ramgoolam Botanical Garden) สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองพอร์ตหลุยส์ ในเขตแพมเพิลมูสส์ (Pamplemousses) เป็นหนึ่งในสวนพฤกษศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในซีกโลกใต้ มีอายุย้อนไปถึงสมัยฝรั่งเศส บรรดาพืชภายในสวนแห่งนี้มีพืชบางชนิดที่มีคุณค่ามากที่สุดในสมัยนั้น ได้แก่ ลูกจันทน์เทศ (Myristica fragans) และกานพลู (Syzichium aromaticum) จากมะละกา
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
เยี่ยมชม หมู่บ้านแคป มาลเออเรอซ์ (Cap Malheureux) หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ระหว่าง Grand Baie และ Anse la Raie เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดบนเกาะมอริเชียส ด้วยชายหาดเขตร้อนที่สมบูรณ์แบบและน้ำทะเลสีฟ้าครามที่ทอดยาวออกไปสู่หมู่เกาะมอริเชียสอันตระการตา
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
เข้าสู่โรงแรมที่พัก Hotel Riu Turquoise 4*, Mauritius หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า
จากนั้นนำท่านเดินทางไปสู่ น้ำตกชามาเรล (Chamarel Falls) ผ่านเส้นทางอ่าวทามารีน (Tamarin Bay) ซึ่งเป็นอ่าวที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่งของมอริเชียส น้ำตกนี้ถือว่าเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงของมอริเชียส ในแต่ละปีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเยือนน้ำตกเป็นจำนวนมาก
นำท่านเดินทางสู่ เนินทรายเจ็ดสี (Seven Colored Earth) ซึ่งเกิดจากการก่อตัวของหินลาวาซึ่งเป็นหินบะซอลล์ กลายเป็นโคลนและได้เปลี่ยนมาเป็นทรายในที่สุด ลักษณะเนินทรายซึ่งมีหลากสี จนได้รับการขนานนามว่า “เนินทรายเจ็ดสี” อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามและความอัศจรรย์ตามธรรมชาติ
เดินทางไปยังสนามบินเพื่อเตรียมเช็คอินสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ
กลางวัน อิสระรับประทานอาหารกลางวันในสนามบิน
14.45 น. เหินฟ้าสู่ เมืองแซ็งค์-เดอนี รียูเนี่ยน โดยเที่ยวบินที่ UU105 (1445 – 1530)
(ใช้เวลาบิน 45 นาที)
15.30 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติโรแลน การ์รอส (Roland Garros International AIrport) รอเปลี่ยนเครื่องบินเพื่อเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทาง
20.00 น. เหินฟ้าสู่ กรุงเทพมหานคร โดยสายการบิน Air Austral เที่ยวบินที่ UU887 (2000 – 0655+1)
(ใช้เวลาบิน 7 ชั่วโมง 55 นาที)
06.55 น. เดินทางมาถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ
46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา