รับที่สนามบินน่านนคร
ร้านกาแฟ เดอะวิวกิ่วม่วง (กาแฟหลักสิบวิวหลักล้าน) คาเฟ่วิวสวย มุมสูงของกิ่วม่วง ราคาหลักสิบ วิวหลักล้าน ที่เราจะสามารถมองเห็นดอยภูคาอยู่ด้านหน้า หากไปวันที่อากาศดี ๆ จะได้พบกับเหล่าบรรดาหมอกบริเวณยอดเขา และเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวทะเลหมอกยามเช้า
ถ่ายรูปกับ ประตูบาหลีเมืองน่าน ถ่ายรูปกับซุ้มประตูบาหลีเมืองน่าน ประตูสวรรค์น่าน แลนด์มาร์กที่เที่ยวใหม่ แรงบันดาลใจจากบาหลีเป๊ะเที่ยวร้านกาแฟ เดอะวิวกิ่วม่วง (กาแฟหลักสิบวิวหลักล้าน) คาเฟ่วิวสวย มุมสูงของกิ่วม่วง ราคาหลักสิบ วิวหลักล้าน ที่เราจะสามารถมองเห็นดอยภูคาอยู่ด้านหน้า หากไปวันที่อากาศดี ๆ จะได้พบกับเหล่าบรรดาหมอกบริเวณยอดเขา และเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวทะเลหมอกยามเช้า
เดินทางขึ้นบ่อเกลือโดยใช้เส้นทาง แม่จริม-สันติสุข
เดินทางขึ้นดอยภูคา ถ่ายรูปกับ ถนนหมายเลข 3 ของเมืองน่านเป็นถนนที่สวยมากอีกจุดหนึ่ง ด้วยความที่โค้งขึ้นเนินนั้นมีลักษณะคล้ายเลข 3 ทำให้จุดนี้เป็นที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยว ใครที่มาน่านก็ต้องแวะมาถ่ายรูปกัน จนกลายเป็นแลนด์มาร์กอีกจุดนึงที่ไม่ควรพลาด
หมู่บ้านสะปัน ตั้งอยู่ใน ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ โอบล้อมด้วยขุนเขาและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ เป็นแหล่งโอโซนที่ดีอีกหนึ่งที่ของน่าน
จุดเช็คอิน ร้านกาแฟหยุดเวลา เป็นคาเฟ่ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาในหมู่บ้านสะปัน อำเภอบ่อเกลือ โดดเด่นด้วยวิวทิวเขาและทุ่งนาสวยงาม ถ้ามาช่วงหน้าฝนก็จะได้เห็นความเขียวขจีของทุ่งนา แต่ถ้ามาช่วงอากาศเย็นๆหน่อยก็จะได้เห็นทะเลหมอกสวยๆ ร้านมีระเบียงชมวิวที่สามารถมองเห็นหมู่บ้านสะปันและภูเขาโดยรอบ ซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปหลักของที่นี่
เที่ยวบ่อเกลือโบราณอายุ 800 ปี (บ่อเกลือสินเธาว์) ชื่อเสียงด้านการผลิตเกลือภูเขา เนื่องจากน้ำในบ่อนี้เป็นน้ำเกลือที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และยังคงมีน้ำผุดขึ้นมาตลอดเวลา ซึ่งไม่เคยเหือดแห้งลงไปเลย นับว่าเป็นเรื่องที่น่ามหัศจรรย์จริงๆ จากข้อมูลทางธรณีวิทยาสันนิษฐานเอาไว้ว่าบริเวณนี้เป็นทะเลมาก่อนในยุคเพอร์เนียน (Permian) ในมหายุคพาลีโอโซอิก (Paleozoic Era) (ระหว่าง 250-299 ล้านปีมาแล้ว) เลยน่าจะมีชั้นหินเกลือใต้ดินหรือเป็นโดมอยู่ในบริเวณนี้ท่ามกลางหุบเขาธรรมชาติปัจจุบันเหลืออยู่เพียงสองบ่ออยู่ที่บ้านบ่อหลวง บ่อเหนือและบ่อใต้
ถ่ายรูปกับ จุดชมวิวที่ความสูง 1715 จากน้ำทะเลเป็นจุดชมวิวที่มีความสูง 1715 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง อยู่ บนทางหลวงหมายเลข 1256 เส้นทางจาก อ.ปัว ไปยัง อ.บ่อเกลือ ผ่านถนนลอยฟ้าดอยภูคามาไม่ไกลมาก และห่างจากอุทยานแห่งชาติดอยภูคาเพียง 8 กิโลเมตรเท่านั้น เพราะบรรยากาศดีมาก มาช่วงหน้าฝนโดนหมอกปกคลุมทั้งพื้นที่ แต่ก็ยังคงความธรรมชาติที่สวยงามอยู่ พอหมอกคลายตัวก็พอมองเห็นวิวภูเขาเขียวๆ เป็นภาพที่งดงามมาก
เข้าเช็คอินท์ โรงแรม รพีพงศ์ รีสอร์ท คืนที่ 1
ทานอาหารเย็น มื้อที่ 1
ทานอาหารเช้า มื้อที่ 2
เดินตลาดเช้า และตักบาตรเช้า (อิสระ) ตลาดเช้าอีกเสน่ห์ของเมืองน่าน อันเนิบช้า ตลาดเช้าตั้งจิตนุสรณ์ จะมีพ่อค้าแม่ค้า นำสินค้าทางการเกษตร ขนส่งมาลงวางขายกันตั้งแต่ตีสองตีสาม เช้าๆ ก็จะมีสินค้า อาหารการกิน ของสด ของแห้ง วัตถุดิบต่างๆ ที่จะนำไปปรุงอาหาร แทบได้ว่าทุกอย่าง หากวันไหนมีโอกาสดีๆ จะมีพระสงฆ์องค์เจ้า เดินผ่านตลาด นักท่องเที่ยวสามารถมาทำบุญใส่บาตร พร้อมชมวิถีชีวิตในตลาดไปพร้อมๆ กัน ตลาดเปิดจนถึงสายๆ
สักการะ พระธาตุแช่แห้ง ณ วัดพระธาตุแช่แห้ง (พระธาตุปีเถาะ) เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนเนินทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน ในบริเวณที่เคยเป็นศูนย์กลางเมืองน่านเดิม หลังจากที่ย้ายมาจากเมืองปัว วัดพระธาตุแช่แห้งสร้างในสมัยพญาการเมือง (เจ้าผู้ครองนครน่าน พ.ศ. 1869-1902) เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระมหาชินธาตุเจ้า 7 พระองค์ พระพิมพ์เงินและพระพิมพ์ทอง ที่ได้รับพระราชทานจากพระมหาธรรมราชาลิไท เมื่อครั้งที่พญาการเมืองเสด็จไปช่วยสร้างวัดหลวงอภัย (วัดป่ามะม่วง จังหวัดสุโขทัย ในปัจจุบัน) เมื่อ พ.ศ. 1897 สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ พระบรมธาตุแช่แห้ง เป็นพระธาตุนักษัตรของคนเกิดปีเถาะ องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ทรงระฆัง รูปแบบของพระธาตุแช่แห้ง สันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลจากเจดีย์พระธาตุหริภุญชัย โดยรอบองค์บุด้วยทองจังโก (ทองดอกบวบ ทองเหลืองผสมทองแดง) ทางขึ้นสู่องค์พระธาตุเป็นตัวพญานาค หน้าบันเหนือประตูทางเข้าพระวิหารเป็นปูนปั้นลายนาคเกี้ยว ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของศิลปกรรมเมืองน่าน ชาวล้านนาเชื่อว่าหากได้เดินทางไป “ชุธาตุ” หรือนมัสการพระธาตุประจำปีเกิด จะได้รับอานิสงส์อย่างยิ่ง
สักการะพระธาตุวัดช้างค้ำ (วัดของเจ้าเมืองน่าน) เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ใน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน มีชื่อเต็มว่า "วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร" วัดพระธาตุช้างค้ำสร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรล้านนา ราวพุทธศตวรรษที่ 20 โดยเจดีย์ช้างค้ำได้รับอิทธิพลจากศิลปะสุโขทัยและศิลปะพม่า เป็นหนึ่งในวัดที่แสดงถึงความรุ่งเรืองของเมืองน่านในอดีต จุดเด่นของวัดพระธาตุช้างค้ำ เจดีย์ประธานของวัด มีรูปช้างครึ่งตัวโผล่ออกมาจากฐานรอบ ๆ เจดีย์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์แบบล้านนา อาคารและสิ่งก่อสร้างในวัดมีศิลปะแบบล้านนาผสมผสานกับศิลปะพม่า ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ และมีจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่
ชมภาพวาดหนานบัวผัน ที่วัดภูมินทร์กับกาลเวลากว่า 400 ปี ศรีเมืองน่านหลังจากพระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เจ้าผู้ครองนครเมืองน่าน องค์ที่ 40 และองค์ที่ 41 แห่งนครเมืองน่าน ขึ้นครองนครได้ 6 ปี ก็ได้สร้างวัดภูมินทร์ขึ้นในปี พ.ศ. 2139 ซึ่งตรงกับสมัยล้านนา รวมระยะเวลาจวบจนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2568) ก็มีอายุมากถึง 429 ปีแล้ว โดยที่มาของชื่อวัดนั้นมีปรากฏหลักฐานในคัมภีร์เมืองเหนือ ซึ่งได้กล่าวไว้ว่า "แต่เดิมวัดภูมินทร์มีชื่อว่า วัดพรหมมินทร์ ตามชื่อของเจ้าผู้ครองนคร แต่ก็ได้มีการเรียกชื่อเพี้ยนกันไปกลายเป็นวัดภูมินทร์ดั่งในปัจจุบัน" ซึ่งภายในวัดมีภาพจิตรกรรมที่สะดุดตาและมีชื่อเสียง คือ ปู่ม่านย่าม่าน (ภาพกระซิบรัก) เป็นผลงานของ "หนานบัวผัน" จิตรกรพื้นถิ่นเชื้อสายไทลื้อ ที่มีฝีมือการวาดภาพอันเป็นเอกลักษณ์ มีการใช้สีสันทันสมัย เช่น สีแดง ฟ้า ดำ และน้ำตาลเข้ม โดยภาพปู่ม่านย่าม่านมีลักษณะเป็นภาพชายหญิงคู่หนึ่งคล้ายกำลังกระซิบสนทนา ได้ฉายาว่าภาพ "กระซิบรักบันลือโลก"
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน อาคารแบบยุโรปสีขาวที่ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมท้องถิ่นเมืองน่านหลังนี้ คือสถานที่บรรจุสมบัติล้ำค่าอันเป็นมรดกตกทอดของน่านจากอดีตสู่ปัจจุบัน เดิมทีที่นี่คือ "หอคำ" อันเป็นที่ประทับและว่าราชการของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน โดยสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2475 และใช้เป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัดแห่งแรกของจังหวัดน่าน ต่อมาในปี พ.ศ. 2517 ได้รับการปรับปรุงอีกครั้งให้เป็นสถานที่ตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน โดยภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ แบ่งออกเป็นสองชั้น พื้นที่ชั้นล่างเป็นที่จัดแสดงชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่าต่าง ๆ ในจังหวัดน่าน รวมทั้งเทศกาลงานประเพณีที่สำคัญของจังหวัด เช่น การสืบชะตา การแข่งเรือ ส่วนชั้นบน จัดแสดงโบราณวัตถุสมัยต่าง ๆ ที่พบในจังหวัดน่าน ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงยุคเจ้าผู้ครองนครน่าน โดยมีวัตถุโบราณที่น่าดูน่าชมอย่างเช่น งาช้างดำ วัตถุมงคลคู่บ้านคู่เมืองน่าน เป็นงาช้างข้างซ้าย ยาว 94 เซนติเมตร วัดโดยรอบส่วนที่ใหญ่สุดได้ 47 เซนติเมตร มีน้ำหนัก 18 กิโลกรัม ได้มาในสมัยพระยาการเมือง เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 5
ถ่ายรูปกับซุ้มลีลาวดี(ซุ้มดารา) เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตของนักท่องเที่ยว โดยต้นลีลาวดีนี้จะขึ้นเป็นแถวเรียงราย 2 ข้างทางเดิน และแผ่ขยายโค้งเข้าหากัน เป็นอุโมงค์ต้นไม้ที่สวยงามมาก
เที่ยวอำเภอเวียงสา ชมการทอผ้าทอมือ ที่ หมู่บ้านทอผ้า บ้านดอนไชยเวียงสา เป็นหนึ่งในแหล่งวัฒนธรรมพื้นบ้านที่สำคัญของภาคเหนือ โดยเฉพาะด้านการทอผ้าแบบดั้งเดิม ซึ่งสืบทอดภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษมายาวนาน มีจุดเด่นของหมู่บ้านผ้าทอบ้านดอนไชย ผ้าทอลายโบราณ ลายผ้าเฉพาะถิ่น เช่น ลายน้ำไหล ลายดอกแก้ว ลายลูกแก้ว ฯลฯ ซึ่งแสดงถึงอัตลักษณ์ของชาวไทลื้อในพื้นที่วิถีชีวิตพื้นบ้าน ชาวบ้านยังคงรักษาวิถีชีวิตเรียบง่าย มีการทอผ้าไว้ใช้เองในครัวเรือน และจำหน่ายเป็นรายได้เสริม
พระธาตุเจดีย์บิด (เป็นพระธาตุที่คนเวียงสาและคนทั่วไปมาขอพรจากสิ่งที่ร้ายให้กลายเป็นดี) ตามตำนานพระธาตุเจดีย์บิดกล่าวไว้ว่า ครั้งพุทธกาล พระสวกของพระพุทธเจ้าองค์หนึ่ง ออกจาริกเผยแพร่พระธรรมไปในที่ต่าง ๆ มาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำน่านทางทิศตะวันตก รุ่งเช้าท่านได้ออกรับบิณฑบาต ชาวบ้านตักบาตรเสร็จแล้ว พระสาวกรูปนั้นได้เหลือบไปเห็นชาวบ้าน แทะเล็มเมล็ดข้าวที่ติดหม้อ จึงรำพันกับตนเองว่า “หมู่บ้านนี้หนอ เขียมข้าว” ครั้นจาริกข้ามฝั่งแม่น้ำน่านขึ้นมาทางทิศตะวันออกถึงที่ดอนริมแม่น้ำเข้าพักอิริยาบถใต้ร่มไม้ นั่งพิจารณาสภาพต่าง ๆ อยู่นั้น ฉุกคิดขึ้นได้ว่า เมื่อตอนเช้าได้คิดคำว่าหมู่บ้านเขียมเอาไว้น่าจะเปลี่ยนเป็นคำเรียกใหม่มากกว่า เพราะคำว่า “เขียม” มีความหมายว่า “มีน้อย หายก” เกรงว่าจะเป็นบาปกรรมติดตัว ก็เลยเปลี่ยนเสียใหม่ว่า “หมู่บ้านแขม” น่าจะเป็นสิริมงคลมากว่า (ภายหลังได้ย้ายหนีน้ำท่วมไปตั้งที่ใหม่ เรียกชื่อบ้านว่า “หมู่บ้านพระเนตร “ หมู่ที่ ๔ ตำบลส้าน ส่วนสถานที่ใต้ร่มไม้ซึ่งเป็นที่พักอาศัยนั้น ต่อมาได้มีการสร้างเจดีย์ขึ้น เรียกว่า “พระเจดีย์บิด” คำว่า “บิด” มีความหมายว่า “เปลี่ยนไป ไม่ใช่ของเดิม” ครั้นต่อมาถูกน้ำเซาะตลิ่งพัง จึงได้ย้ายเจดีย์องค์นี้ไปไว้ในบริเวณวัดศรีบุญเรือง
ชม “ต้นผึ้งยักษ์” อีกหนึ่งจุด Unseen ของจังหวัดน่าน ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย
ดอยเสมอดาว ชมวิวดอยเสมอดาว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ตั้งอยู่ใน อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน ประเทศไทย เป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการชมพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก และการดูดาวตอนกลางคืน จุดเด่นของดอยเสมอดาว คือวิวทิวทัศน์ 360 องศา มองเห็นภูเขาสลับซับซ้อนและแม่น้ำน่าน การดูดาว เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ฟ้าเปิดและมีแสงสว่างน้อย ทำให้มองเห็นดาวได้ชัดเจนมาก เหมาะสำหรับการกางเต็นท์ มีลานกางเต็นท์ที่ได้รับความนิยมมากในช่วงฤดูหนาว และยังใกล้กับ ผาหัวสิงห์ อีกจุดชมวิวที่สวยงามในระยะเดินเท้าสั้น ๆ จากดอยเสมอดาว
เที่ยว แกรนด์แคนยอน เสาดินนาน้อย เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ตั้งอยู่ในอำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ประเทศไทย ลักษณะเด่นเป็น เสาดินรูปร่างแปลกตา ที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำฝนและลมตามธรรมชาตินานนับล้านปี รูปร่างคล้าย แพะเมืองผี จังหวัดแพร่ หรือ แกรนด์แคนยอนขนาดย่อม ดินในบริเวณนี้มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย ทำให้ถูกกัดเซาะได้ง่าย จนเกิดเป็น เสาและแท่งดินสูงต่ำสลับกัน มีรูปร่างสวยงามแปลกตา เป็นแหล่งธรณีวิทยาที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายภาพและธรรมชาติ อยู่ห่างจากตัวเมืองน่านประมาณ 60-70 กิโลเมตร ไปทางอำเภอนาน้อย แล้วขับเข้าทางหลวงหมายเลข 1083
เที่ยวถ้ำเชตะวัน (ครูบาน้อย) วัดถ้ำเชตะวัน (ครูบาน้อย) เป็นวัดและสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและศาสนา ตั้งอยู่ในจังหวัดน่าน ประเทศไทย ชื่อ "ถ้ำเชตะวัน" สื่อถึงถ้ำที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา และมีบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและการท่องเที่ยวเชิงจิตใจ จุดเด่นของวัดถ้ำเชตะวันมีถ้ำที่ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมหรือบำเพ็ญภาวนา ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ป่าไม้หรือภูเขา ทำให้มีบรรยากาศสงบ ร่มรื่น มีพระพุทธรูปหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในถ้ำให้ผู้คนกราบไหว้ เป็นจุดหมายของผู้ที่แสวงหาความสงบทางจิตใจ หรือผู้ที่สนใจปฏิบัติธรรม
เข้าเช็คอินท์ ดอยซาง ฟาร์มสเตย์ คืนที่ 2
ทานอาหารเย็น มื้อที่ 3
ทานอาหารเช้า มื้อที่ 4
"วัดพระธาตุลำปางหลวง" เจดีย์เก่าแก่โบราณแห่งเมืองล้านนา พระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีฉลู และเสริมมงคลชีวิตด้วยพิธีสืบชะตา ตั้งอยู่ที่ วัดพระธาตุลำปางหลวง ตำบลลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง เชื่อกันว่าเป็นการต่ออายุหรือต่อชีวิตของบ้านเมืองหรือของคนให้ยืนยาว มีความสุข ความเจริญ ตลอดจนเป็นการขจัดภัยอันตรายต่างๆ ที่จะบังเกิดขึ้นให้แคล้วคลาดปลอดภัย เป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่แบบล้านนาที่สวยงดงาม มีมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 20 เจดีย์นั้นจะเป็นทรงระฆังคว่ำ ซึ่งเป็นเจดีย์แบบพุกามล้านนา เพราะมีการปิดทองจังโกคล้ายแบบพุกาม เป็นวัดไม้ที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย (นั่งรถม้ารอบพระธาตุ อิสระ)
บ้านเสานัก เป็นชื่อภาษาเมือง หมายถึง บ้านที่มีเสาจำนวนมาก ตั้งโดย ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ เนื่องจากบ้านมีเสาไม้สักถึง 116 ต้น เนื้อที่ของบ้านประมาณ 3 ไร่ ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ.2428 โดยหม่องจันโอง จันทรวิโรจน์ ชาวพม่าที่มาตั้งรกรากในช่วงลำปางเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมทำไม้สักที่เฟื่องฟูมากในภาคเหนือ สถาปัตยกรรมของบ้านผสมผสานทั้งแบบพม่าและพื้นเมืองล้านนา โดยระเบียงบ้านได้รับอิทธิพลสถาปัตยกรรมแบบพม่า ในขณะที่หลังคาและโครงสร้างโดยทั่วไปเป็นแบบพื้นเมืองล้านนา มีเรือนนอนสองหลังเชื่อมต่อกันด้วยหลังคา โดยส่วนพักอาศัยทอดยาวตลอดด้านหน้าของตัวบ้าน
พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบุรี ต้นกำเนิดชามตราไก่ สินค้าขึ้นชื่อแห่งนครลำปาง ท่านอาปาอี้ (ซิมหยู) แซ่ฉิน เป็นผู้บุกเบิกในการทำชามตราไก่ในประเทศไทย โดยเมื่อปี พ.ศ.2498 ท่านอาปาอี้ (ซิมหยู) ได้ค้นพบแร่ดินขาวครั้งแรกที่บ้านปางค่า อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง ต่อมาได้ร่วมก่อตั้งโรงงานเซรามิคแห่งแรกของจังหวัดลำปาง ผลิตถ้วยขนมและถ้วยตะไลด้วยกรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิม และส่งออกไปทั่วประเทศ
สำนักปฏิบัติธรรมหลวงพ่อเกษม เขมโก ตั้งอยู่ชานเมืองลำปาง ประมาณ 4 กิโลเมตร ตามถนนสายลำปาง-แจ้ห่ม ภายในบริเวณ มีรูปปั้นขนาดใหญ่ของหลวงพ่อเกษมเขมโก พระเกจิอาจารย์อันเป็นที่เคารพนับถือของบรรดา พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ ยืนเด่นอยู่ ด้านหน้า
วัดพระแก้วดอนเต้า เป็นวัดที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ของจังหวัดลำปาง เป็นวัดที่องค์พระแก้วมรกตเคยประดิษฐานอยู่ถึง 32 ปี ก่อนที่ได้รับการอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ เมืองเชียงใหม่ในสมัยของพระเจ้าสามฝั่งแกน (ต่อมาพระเจ้าไชยเชษฐาเจ้าเวียงจันทน์เคยได้ครองเชียงใหม่ ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตไป นำไปประดิษฐานเมืองเวียงจันทน์ ต่อเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ขณะเมื่อทรงเป็นเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ยกทัพไปตีหัวเมืองลาวจนถึงเวียงจันทน์ จึงได้อัญเชิญพระแก้วมรกตจากเวียงจันทน์มาประดิษฐานที่กรุงธนบุรี เมื่อได้สถาปนากรุงเทพ ฯ เป็นเมืองหลวง จึงได้อัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา) และพระแก้วดอนเต้าก็เคยได้ประดิษฐานที่ ณ วัดนี้เช่นกัน
กาดกองต้า ตั้งอยู่ที่ถนนตลาดเก่า ริมแม่น้ำวัง อำเภอเมืองลำปาง เดิมเป็นย่านชุมชนทางเศรษฐกิจที่มีอายุกว่า 100 ปี เริ่มจากชัยภูมิที่เป็นที่ริมแม่น้ำวัง และต่อมาได้พัฒนาไปเป็นศูนย์กลางการค้าขายและส่งผ่านสินค้าสำคัญของเมืองลำปาง รูปแบบของสถาปัตยกรรมมีความหลากหลายทั้งศิลปะตะวันตก พม่า-ไทใหญ่ และจีน หลัง พ.ศ. 2459 ศูนย์กลางการค้าแห่งนี้ถูกลดบทบาทลงเนื่องจากการตัดผ่านเส้นทางรถไฟสายเหนือที่มาถึงลำปาง ผู้คนในจังหวัดจึงขยายถิ่นฐานไปตั้งอยู่รอบ ๆ สถานีรถไฟ จนเกิดกลายเป็นชุมชนใหม่ที่เรียกว่า “ชุมชนเก๊าจาว” แต่ในปัจจุบันชุมชนแห่งนี้ได้กลับมาเป็นย่านการค้าที่สำคัญอีกครั้งหนึ่ง และคงไว้ซึ่งรูปแบบที่งดงามของสถาปัตยกรรมดั้งเดิม กาดกองต้าจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง สินค้าทำมือ อาหารพื้นบ้าน สินค้าที่ระลึก ลานกิจกรรม เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 17.00-22.00 น.
เข้าเช็คอินท์ โรงแรม ทรีธารา ลำปาง คืนที่ 3
ทานอาหารเย็น มื้อที่ 5
ทานอาหารเช้า มื้อที่ 6
“วัดพระธาตุดอยพระฌาน” วัดสวยในอำเภอแม่ทะ เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเขายอดดอยพระฌาน เป็นวัดที่มีความสวยงามมากๆ เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น ในช่วงหน้าฝน และในหน้าหนาว เป็นอีกจุดชมวิวทะเลหมอก บริเวณวัดมีเจดีย์สีขาวมีบันไดพญานาคที่มีความโดดเด่นด้วยโทนสีขาวเป็นทางเดินเท้าจากเชิงเขาขึ้นมาถึงหน้าโบสถ์ และมีองค์พระใหญ่ไดบุตซึองค์พระสีเขียวขนาดใหญ่ สไตล์ญี่ปุ่น
วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ หรือชื่อเดิมเรียกว่า“วัดพระพุทธบาทปู่ผาแดง” (วัดหลวงพี่แจ๊ด 4 จี) ซึ่งตั้งอยู่ที่ อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง สิ่งที่โดดเด่นของวัดนี้ คือ ภาพอันงดงามของเจดีย์เล็กๆ สีขาวสร้างขึ้นบนภูเขาสูงเสียดฟ้า ล้อมรอบไปด้วยทิวเขาสูง ซึ่งสร้างจากแรงศรัทธาของมนุษย์ บนยอดเขาแห่งนี้มีรอยพระพุทธบาท ประดิษฐานอยู่ เป็นที่เคารพบูชาของชาว อ.แจ้ห่ม มาอย่างยาวนาน
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ตั้งอยู่ที่ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ประกอบด้วยสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารและสัตว์ป่านานาชนิด รวมถึงยังมีแหล่งน้ำตก แอ่งน้ำอุ่น และบ่อน้ำ ลานน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดไฮไลต์ท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน มีลักษณะเป็นน้ำพุร้อนผุดจากบ่อเล็กถึง 9 บ่อ ในบริเวณราว 3 ไร่ เต็มไปด้วยโขดหินน้อยใหญ่ นอกจากนี้ยังมีน้ำพุร้อนที่มีกลิ่นกำมะถันค่อนข้างอ่อนอยู่ตามบริเวณใกล้เคียง ล้อมรอบด้วยวิวทิวทัศน์ ตลอดจนทางเดินเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมบรรยากาศโดยรอบ
เดินทางไปเชียงใหม่
เข้าเช็คอินท์โรงแรม เชียงใหม่เกตุ คืนที่ 4
ทานอาหารเย็น มื้อที่ 7
ทานอาหารเช้า มื้อที่ 8
ขุนช้างเคี่ยนดอย (Khun Chang Kian) ตั้งอยู่ที่ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงในช่วงฤดูหนาวสำหรับการชม ดอกซากุระ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ดอกพญาเสือโคร่ง ซึ่งจะบานสะพรั่งในช่วงปลายปี ตั้งแต่เดือน ธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อดอกซากุระบานเต็มที่ ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเยือน มีอากาศที่เย็นสบายตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่อุณหภูมิจะลดต่ำลงถึง 10-15 องศาเซลเซียส ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการหลีกหนีความร้อนและสัมผัสกับอากาศเย็นๆ พร้อมชมดอกไม้บาน
น้ำพุร้อนสันกำแพง (San Kamphaeng Hot Springs) ตั้งอยู่ที่ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการพักผ่อนและบำบัดสุขภาพ โดยเฉพาะการแช่น้ำพุร้อนเพื่อสุขภาพ มีทั้งน้ำพุร้อนธรรมชาติและกิจกรรมต่างๆ ที่สามารถเพลิดเพลินได้ มีน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิสูงและแร่ธาตุธรรมชาติ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ช่วยคลายกล้ามเนื้อ และบรรเทาอาการเมื่อยล้าหรืออาการปวดต่างๆ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
ดอยสุเทพ (Doi Suthep) หรือที่รู้จักกันในชื่อ พระธาตุดอยสุเทพ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและได้รับความนิยมมากที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,676 เมตร จุดเด่นของดอยสุเทพคือ พระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งเป็นวัดสำคัญที่มีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเชียงใหม่และชาวไทยทั้งประเทศให้ความเคารพนับถือ เชื่อกันว่าหากขึ้นไปกราบไหว้พระธาตุจะได้พรและสิริมงคล วัดนี้มีพระธาตุทองคำที่มีอายุกว่า 600 ปี และมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ การขึ้น ดอยสุเทพ ไม่ใช่แค่การไปกราบไหว้พระธาตุเท่านั้น แต่ยังเป็นการสัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงาม วิวทิวทัศน์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ และบรรยากาศที่เงียบสงบ ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่ยอดเยี่ยมสำหรับการผ่อนคลายและสะสมพลังบวกจากการทำบุญ
สักการะพระนอน วัดเด่นสลีศรีเมืองแกน เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนดอย เมื่อก่อน เรียกว่า วัดดอย แล้วเปลี่ยนเป็น วัดบ้านเด่น เพราะวัดตั้งอยู่ในที่สูง บางคนจะเรียกว่า วัดถ้า เพราะเชื่อว่าใต้พื้นบริเวณวัดมีถ้าอยู่ จึงเรียกว่า วัดถ้า และเป็นที่เก็บเสาอินทนิล ของสมัยลั๊วะในสมัยก่อน นอกจากจะแวดล้อมด้วยภูมิทัศน์ที่สวยงามแล้ว ที่ตั้งของวัดยังอยู่ใน เขตเมืองเก่าโบราณที่เรียกว่าเมืองแกน ชาวบ้านเลย เรียกชื่อวัดนี้เต็มๆ ว่า "วัดเด่นสะหลีศรีเมือง แก่น"
Fleur Cafe & Eatery เป็นคาเฟ่สวนสวยสไตล์ยุโรปที่เพิ่งเปิดใหม่แถวแม่ริม ความโดดเด่นของที่นี่คือมีหลายจุดแลนด์มาร์คที่ให้ได้ถ่ายรูปกันแบบเพลิดเพลินมาก และที่สำคัญคือรสถานที่กว้างขวาง โล่ง โปร่งสบาย เน้นควา มเป็นธรรมชาติ แบ่งเป็นหลายโซนหมดห่วงเรื่องความแออัด
สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เป็นสวนพฤกษศาสตร์ขนาด 6,500 ไร่ ได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2535 ซึ่งเป็นปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การสวนพฤกษศาสตร์ พ.ศ. 2535 โดยมีสถานภาพเป็นรัฐวิสาหกิจอยู่ในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี
วัดป่าดาราภิรมณ์ ตั้งอยู่ที่ตำบลดารา อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดที่มีความสำคัญทั้งในด้านการปฏิบัติธรรมและการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา วัดนี้มีบรรยากาศเงียบสงบและเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การเข้ามาพักผ่อนทางจิตใจ หรือการปฏิบัติธรรม โดยเฉพาะการฝึกสมาธิและการปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า วัดป่าดาราภิรมณ์เน้นการปฏิบัติธรรมแบบ "วัดป่า" ตามแนวทางของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ซึ่งเน้นการเจริญสติและการฝึกสมาธิเป็นหลัก ภายในวัดมีที่พักสำหรับผู้ที่มาฝึกสมาธิและทำบุญ
วัดพระพุทธบาตรสี่รอย ตั้งอยู่ในอำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดที่มีความสำคัญทั้งในด้านประวัติศาสตร์และทางศาสนา โดยเฉพาะการที่มี "พระพุทธบาตรสี่รอย" ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปที่มีความสำคัญและศักดิ์สิทธิ์ในท้องถิ่น พระพุทธบาตรสี่รอยคือรอยเท้าของพระพุทธเจ้าที่ถูกสร้างขึ้นในสถานที่นี้ ตามตำนานท้องถิ่นกล่าวว่า พระพุทธเจ้าทรงประทับรอยเท้าไว้บนหินในพื้นที่นี้ เป็นสถานที่ที่เชื่อว่าผู้มาขอพรและกราบไหว้จะได้รับความโชคดีและความสุขในชีวิต
คาเฟ่แดนเทวดา (Dan Tewada Caf) เป็นคาเฟ่สไตล์ไทยร่วมสมัยที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีความโดดเด่นทั้งในด้านบรรยากาศที่สวยงามและเมนูอาหารที่หลากหลาย ทั้งอาหารไทยและเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีบรรยากาศที่เงียบสงบและอบอุ่น ด้วยการตกแต่งที่เน้นการใช้วัสดุธรรมชาติและการจัดสวนที่สวยงาม ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและการพูดคุยสังสรรค์กับเพื่อนหรือครอบครัว คาเฟ่มีการตกแต่งแบบผสมผสานระหว่างสไตล์ไทยดั้งเดิมและความทันสมัย ซึ่งทำให้บรรยากาศมีเสน่ห์และเหมาะแก่การถ่ายรูป
ส่งสนามบินเชียงใหม่

46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา