รับสนามบินน่าน หรือ สถานีขนส่งน่าน
หอศิลป์ริมน่าน ตั้งอยู่ ริมแม่น้ำน่าน ตำบลบ่อ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน สถานที่แห่งนี้เป็นหอแสดงงานศิลปะขนาดใหญ่ มีพื้นที่มากกว่า 13 ไร่ จัดว่าเป็นแหล่งรวมศิลปะ และวัฒนธรรมของจังหวัดน่านเลยค่ะ ที่นี่ก่อตั้งและดำเนินการโดยศิลปินน่าน ที่ชื่อคุณ วินัย ปราบริปู ที่ต้องการสร้างหอศิลป์เพื่อไว้สำหรับรวบรวมงานศิลปะ ของศิลปินไทยร่วมสมัยต่างๆ เอาไว้ และยังมีการแสดงผลงานจิตรกรรม และประติมากรรมของคุณวินัยไว้ด้วยเช่นกัน โดยหอศิลป์ริมน่านนั้น จะจัดแสดงในรูปแบบกึ่งนิทรรศการถาวร ในบรรยากาศแบบธรรมชาติล้อมรอบ เพื่อให้คนที่มาเสพศิลปะนั้น รู้สึกผ่อนคลายสบายใจ และได้พักผ่อนไปด้วย
เที่ยว วัดหนองบัว (เป็นชุมชนไทยลื้อ ที่ย้ายมาจาก 12 ปันนา ประเทศจีน) อำเภอท่าวังผา ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านหนองบัว ตำบลป่าคา เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสถาปัตยกรรม และจิตรกรรมฝาผนังแบบไทลื้อ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่หาชมได้ยาก และยังเป็นวัดเก่าแก่ของหมู่บ้าน จากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน ทำให้สันนิษฐานได้ว่าวัดไทลื้อแห่งนี้ สร้างราว พ.ศ. 2405 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 4 ภาพจิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์ เล่าเรื่องในปัญญาชาดก ซึ่งเป็นพระชาติหนึ่งของพระพุทธเจ้า สันนิษฐานว่าเขียนโดยทิดบัวผัน ช่างเขียนลาวพวนที่บิดาของครูบาหลวงสุ ชื่อนายเทพ ซึ่งเป็นทหารของเจ้าอนันตยศ (เจ้าเมืองน่าน พ.ศ. 2395-2434) ได้นำมาจากเมืองพวน แคว้นหลวงพระบาง นอกจากนั้นยังมีภาพที่นายเทพ และพระแสนพิจิตรเป็นผู้ช่วยเขียนจนเสร็จ
เที่ยว วัดก๋ง หรือ วัดศรีมงคล ชมวิวเทือกเขาดอยภูคา ตั้งอยู่ที่ตำบลยม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสี มาตั้งแต่ พ.ศ. 2395 และมี “หลวงปู่ครูบาก๋ง” หรือพระครูมงคลรังสี เป็นพระสงฆ์ที่ชาวบ้านในแถบนี้ต่างให้ความเคารพนับถือ โดยเมื่อ พ.ศ. 2474 คณะศรัทธาชาวบ้านก๋งได้นิมนต์หลวงปู่ มาอยู่ประจำที่วัดบ้านก๋ง ซึ่งขณะนั้นเป็นวัดร้าง ไม่มีพระภิกษุจำพรรษา ก็ได้เริ่มพัฒนาวัดโดยชักชวนชาวบ้านบูรณะซ่อมแซม และสร้างกุฏิ วิหาร อุโบสถ ฯลฯ รวมถึงอบรมสั่งสอนชาวบ้านให้หมั่นเข้าวัด รักษาศีล ฟังธรรม มีความสามัคคี จนชาวบ้านต่างเคารพศรัทธา และวัดบ้านก๋งก็มีความเจริญรุ่งเรืองสืบมา
ชิมโกโก้ออแกนิค ร้านโกโก้วัลเล่ย์ (อิสระ) เป็นทั้งคาเฟ่ และรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ในอำเภอปัว จังหวัดน่าน มีจุดเด่นที่การใช้โกโก้แท้จากฟาร์มในพื้นที่ มาเป็นวัตถุดิบหลักในเมนูอาหาร และขนมต่างๆ รวมถึงยังมีการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปเกี่ยวกับโกโก้ เช่น การทำช็อกโกแลตเองจากเมล็ดโกโก้
ขึ้นเที่ยว ดอยวาว ดูต้นไผ่ยักษ์ ดอยวาว มีความสูง 1,674 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นจุดที่สูงสุดของ อุทยานแห่งชาตินันทบุรี และเป็นแหล่งต้นน้ำหลายสาย ได้แก่ ลำน้ำสมุน ลำน้ำสะเนียน ลำน้ำวาว ลำน้ำยาว ลำน้ำพี้ ลำน้ำตึม ลำน้ำสีพัน ลำน้ำไสล ลำน้ำระพี และลำน้ำคาง เป็นต้น ดอยวาว ถือเป็นอีกหนึ่ง สถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับการกางเต็นท์ พักแรม กินลม ชมวิว ชิลล์ไอหมอก
ภูลังกา ตั้งอยู่ที่ วนอุทยานภูลังกา ตำบลช้างน้อย อำเภอปง จังหวัดพะเยา เป็นเทือกเขาสลับซ้อนกันอยู่ในเทือกเขาสันปันน้ำ มีความสูง 900-1,720 เมตร ด้วยความที่เป็นยอดเขาสลับซ้อนกัน เลยทำให้เหมาะสำหรับการเดินท่องธรรมชาติพิชิตยอดดอย และการชมวิวในช่วงฤดูหนาวมากๆ แต่ในช่วงหน้าฝน ก็สวยไม่น้อยเลยค่ะ ไม่ต้องแย่งกับคนอื่นๆ เหมือนในช่วงหน้าหนาวด้วยค่ะ
เข้าเช็คอินท์ภูลังกา เลอบาโคนี่ คืนที่ 1
ทานอาหารเย็น มื้อที่ 1
ทานอาหารเช้า มื้อที่ 2
เที่ยวอำเภอเชียงคำ สักการะพระนั่งดิน วัดพระนั่งดิน ตั้งอยู่เลขที่ 45 หมู่ที่ 7 ตำบลเวียง เป็นวัดที่องค์พระประธานของวัด ไม่มีฐานชุกชีรองรับเหมือนกับพระประธานองค์อื่นๆ เคยมีราษฎรสร้างฐานชุกชี เพื่ออัญเชิญพระประธานขึ้นประดิษฐาน แต่ปรากฏว่าพยายามยกเท่าไรก็ยกไม่ขึ้น จึงเรียกสืบต่อกันมาว่า “พระนั่งดิน” ตามตำนานกล่าวว่าพระพุทธรูปนี้ สร้างตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ ดังนั้นพระเจ้านั่งดิน น่าจะมีอายุกว่า 2,500 ปี
ชมศิลปะแบบพม่า วัดนันตาราม (สักการะพระมหามุนี) ตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ 13 ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ไม่ปรากฏว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยใด เดิมเรียก "จองม่าน" หรือ "จองคา" เพราะมุงด้วยหญ้าคา โดย พ่อหม่อง โพธิ์ชิต อริยภา บริจาคที่ดินเนื้อที่ 3 ไร่เศษ เป็นสถานที่ก่อสร้าง ร่วมกับ พ่อเฒ่าอุบล บุญเจริญ จนสำเร็จเรียบร้อย มีฐานะเป็นอาราม (ขึ้นตรงต่อคณธสงฆ์พม่าในขณะนั้น) ประชาชนทั่วไปนิยมเรียก "วัดม่าน" หรือ "จองเหนือ" เพราะอยู่ทางทิศเหนือของเทศบาลตำบลเชียงคำ
อุทยานแห่งชาติภูซาง มีพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่ดินบริเวณป่าน้ำหงาวฝั่งซ้าย ในท้องที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ป่าน้ำเปี๋อย และป่าน้ำหย่วน และป่าน้ำลาว ในท้องที่อำเภอเชียงคำ กิ่งอำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา มีสภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขา มีความอุดมสมบูรณ์ประกอบด้วย ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญและมีค่า เช่น พันธุ์ไม้ ของป่า สัตว์นานาชนิด ตลอดจนทิวทัศน์ป่า และภูเขาที่สวยงาม มีเนื้อที่ประมาณ 178,049.62 ไร่ หรือ 284.88 ตารางกิโลเมตร
น้ำตกภูซาง หรืออีกชื่อเรียก ที่เรียกกันว่า น้ำตกอุ่นภูซาง ตั้งอยู่ใน อุทยานแห่งชาติภูซาง ตำบลภูซาง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา น้ำตกนี้ตั้งอยู่บนเทือกเขาดอยผาหม่น เกิดมาจากสายน้ำที่ไหลมาจากผาหินปูน มีความสูง 25 เมตร น้ำไหลตลอดทั้งปี จัดว่าเป็นน้ำตกน้ำอุ่นเพียงแห่งเดียวในไทยเลยค่ะ เพราะน้ำจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 35 - 36 องศา และใสปราศจากกลิ่นกำมะถัน บริเวณใต้น้ำตกก็เป็นแอ่งน้ำใสสีเขียวมรกต ที่สำคัญสามารถลงเล่นน้ำได้เลยค่ะ
วัดศรีโคมคำ (Wat Si Khom Kham) เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองพะเยามาอย่างช้านาน ไฮไลท์ของวัดแห่งนี้ คือ องค์พระพุทธรูปที่มีนามว่าพระเจ้าตนหลวง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสนองค์ใหญ่ที่สุดในล้านนา มีขนาดหน้าตักกว้าง 14 เมตร สูง 16 เมตร พระพุทธรูปพระเจ้าตนหลวง นอกจากจะเป็นเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองพะเยาแล้ว ยังเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของอาณาจักรล้านนาอีกด้วย โดยทุกวันวิสาขบูชาของทุกปี จะมีการจัดงานประเพณีนมัสการพระเจ้าตนหลวงเดือนแปดเป็งขึ้น ที่วัดศรีโคมคำแห่งนี้ นอกจากนี้ภายในวัดยังมีผลงานจิตรกรรมฝาผนังอันวิจิตรงดงาม จากฝีมือของศิลปินแห่งชาติอย่างท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ให้เที่ยวชมอีกด้วย
วัดพระธาตุจอมทอง แลนด์มาร์กศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองพะเยา ไม่ได้มีดีแค่ความขลังขององค์พระธาตุ แต่ตอนนี้ได้แปลงโฉมเป็นจุดเช็คอินสุดฮิต ที่นี่เป็นสะพานที่ทอดยาวผ่านทิวเขาเขียวขจี ความยาวกว่า 200 เมตร ทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนฟ้า ระหว่างทางเดิน คุณจะได้พบกับจุดชมวิวหลายจุดที่ให้คุณได้เก็บภาพประทับใจ กับทัศนียภาพอันงดงามของกว๊านพะเยา ที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา
วัดพระธาตุจอมทอง จะเป็นสีทองเหลืองอร่ามตั้งอยู่บนดอยจอมทอง เป็นเจดีย์ทรงล้านนาสูง 30 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้าง 9 เมตร ซ้อนทับกันสามชั้น ส่วนยอดด้านบนสุดจะเป็นฉัตรสีทอง ฐานโดยรอบก็จะบุด้วยแผ่นโลหะ ดุนลายเป็นรูป 12 นักษัตร และลายไทยอย่างสวยงดงาม
เข้าเช็คอินท์ โรงแรมนาคธารา รีสอร์ท คืนที่ 2
ทานอาหารเย็น มื้อที่ 3
ทานอาหารเช้า มื้อที่ 4
กว๊านพะเยา ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ และเป็นอันดับที่สามของประเทศ รองรับน้ำจากลำห้วยต่างๆ ไว้กว่า 18 สาย และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองพะเยา ภายในบริเวณมีความสวยงามจากทิวทัศน์ทางธรรมชาติ ของบึงน้ำขนาดใหญ่ และทิวเขาที่โอบล้อม บริเวณริมฝั่งเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ โดดเด่นด้วยรูปปั้นองค์พญานาคคู่สีขาวสององค์ เป็นจุดแลนด์มาร์คแห่งกว๊านพะเยา ผู้คนนิยมมาชมวิว ถ่ายภาพ และชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามน่าประทับใจเป็นอย่างมาก
อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่นักท่องเที่ยว และชาวพะเยานิยมมากราบไหว้เป็นอย่างมาก กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต และเป็นบุคคลสำคัญที่ชาวพะเยาไม่เคยลืมเลือน พ่อขุนงำเมือง คือ กษัตริย์ผู้ปกครองเมืองภูกามยาว ลำดับที่ 9 ระหว่าง ปี พ.ศ. 1801-1841 อันเป็นยุคสมัยที่เจริญรุ่งเรืองมาก ที่สำคัญพระองค์เป็นพระสหาย ร่วมน้ำสาบานกับพ่อขุนเม็งราย แห่งเมืองเชียงราย และพ่อขุนรามคำแหงแห่งกรุงสุโขทัย ซึ่งทั้งสามพระองค์ได้กระทำสัตย์ต่อกัน นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่าพ่อขุนงำเมือง เป็นผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ โดยกล่าวกันว่าเมื่อพระองค์เสด็จไปทางไหน “แดดก็บ่อฮ้อน ฝนก็บ่อฮำ จักให้แดดก็แดด จักให้บดก็บด” จึงได้พระนามว่า “งำเมือง” นั่งเองค่ะ ใครมีโอกาสมาเที่ยวพะเยา อย่าพลาดที่จะแวะมาขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลกันได้
วัดอนาลโยทิพยาราม หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า วัดอนาลโย ตั้งอยู่บริเวณดอยบุษราคัม และม่อนพระนอน เป็นวัดที่เต็มไปด้วยพระพุทธรูปต่างๆ มากมาย ทั้งศิลปะแบบสุโขทัย พระพุทธไสยาสน์ พระพุทธรูปปางลีลา พระพุทธรูปปางนาคปรก เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดก็สร้างด้วยความประณีตสวยงามอย่างมาก รวมถึงมีไฮไลท์อย่าง รัตนเจดีย์ ที่สร้างในรูปแบบของศิลปะอินเดียพุทธคยา และยังมีเก๋งจีน ไว้ประดิษฐาน เจ้าแม่กวนอิม มีหอพระแก้วมรกตจำลอง ซึ่งถ้ามองวิวจากยอดเขาก็สามารถชมทัศนียภาพสวยๆ ของกว๊านพะเยาได้ด้วย
สักการะ พระธาตุแช่แห้ง ณ วัดพระธาตุแช่แห้ง (พระธาตุปีเถาะ) เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนเนินทางฝั่งตะวันออก ของแม่น้ำน่าน ในบริเวณที่เคยเป็นศูนย์กลางเมืองน่านเดิม หลังจากที่ย้ายมาจากเมืองปัว วัดพระธาตุแช่แห้งสร้างในสมัยพญาการเมือง (เจ้าผู้ครองนครน่าน พ.ศ. 1869-1902) เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระมหาชินธาตุเจ้า 7 พระองค์ พระพิมพ์เงิน และพระพิมพ์ทอง ที่ได้รับพระราชทานจากพระมหาธรรมราชาลิไท เมื่อครั้งที่พญาการเมืองเสด็จไปช่วยสร้างวัดหลวงอภัย (วัดป่ามะม่วง จังหวัดสุโขทัย ในปัจจุบัน) เมื่อ พ.ศ. 1897 สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ พระบรมธาตุแช่แห้ง เป็นพระธาตุนักษัตรของคนเกิดปีเถาะ องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ทรงระฆัง รูปแบบของพระธาตุแช่แห้ง สันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลจากเจดีย์พระธาตุหริภุญชัย โดยรอบองค์บุด้วยทองจังโก (ทองดอกบวบ ทองเหลืองผสมทองแดง) ทางขึ้นสู่องค์พระธาตุเป็นตัวพญานาค หน้าบันเหนือประตูทางเข้าพระวิหาร เป็นปูนปั้นลายนาคเกี้ยว ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของศิลปกรรมเมืองน่าน ชาวล้านนาเชื่อว่าหากได้เดินทางไป “ชุธาตุ” หรือนมัสการพระธาตุประจำปีเกิด จะได้รับอานิสงส์อย่างยิ่ง
สักการะ พระธาตุวัดช้างค้ำ (วัดของเจ้าเมืองน่าน) เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ใน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน มีชื่อเต็มว่า "วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร" วัดพระธาตุช้างค้ำสร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรล้านนา ราวพุทธศตวรรษที่ 20 โดยเจดีย์ช้างค้ำได้รับอิทธิพลจากศิลปะสุโขทัย และศิลปะพม่า เป็นหนึ่งในวัดที่แสดงถึงความรุ่งเรืองของเมืองน่านในอดีต จุดเด่นของวัดพระธาตุช้างค้ำ เจดีย์ประธานของวัด มีรูปช้างครึ่งตัวโผล่ออกมาจากฐานรอบๆ เจดีย์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์แบบล้านนา อาคาร และสิ่งก่อสร้างในวัดมีศิลปะแบบล้านนา ผสมผสานกับศิลปะพม่า ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ และมีจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่
วัดมิ่งเมือง เป็นวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม และเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงเป็นที่ตั้งของ เสาพระหลักเมืองน่าน ที่ใครไปเที่ยวน่าน ต้องไปไหว้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถของวัดมิ่งเมือง เป็นที่ตั้งของเสาพระหลักเมืองน่าน (แต่เดิมเรียก เสามิ่งเมือง) ซึ่งประดิษฐานอยู่ในศาลาจตุรมุขสีขาวที่มีลวดลายปูนปั้นวิจิตรงดงาม มียอดพรหมสี่หน้าเป็นตัวอาคาร เสาหลักเมืองมีความสูงประมาณ 3 เมตร ฐานประดับด้วยไม้แกะลวดลายลงรักปิดทอง ยอดเสาแกะสลักเป็นรูปพระพรหมพักตร์มีชื่อ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
หลังจากสักการะ เสาพระหลักเมืองน่านแล้ว เดินเข้าไปในอุโบสถเพื่อสักการะพระประธานที่ประดิษฐานอยู่ภายใน และชมภาพจิตรกรรมฝาผนังที่แสดงประวัติความเป็นมาของเมืองน่าน และวิถีชีวิตของชาวเมืองน่าน ฝีมือช่างท้องถิ่นยุคปัจจุบัน
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน อาคารแบบยุโรปสีขาว ที่ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมท้องถิ่นเมืองน่านหลังนี้ คือ สถานที่บรรจุสมบัติล้ำค่าอันเป็นมรดกตกทอดของน่านจากอดีตสู่ปัจจุบัน เดิมทีที่นี่คือ "หอคำ" อันเป็นที่ประทับ และว่าราชการของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน โดยสร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2475 และใช้เป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัดแห่งแรกของจังหวัดน่าน ต่อมาใน ปี พ.ศ. 2517 ได้รับการปรับปรุงอีกครั้งให้เป็นสถานที่ตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน โดยภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ แบ่งออกเป็นสองชั้น พื้นที่ชั้นล่างเป็นที่จัดแสดงชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่าต่างๆ ในจังหวัดน่าน รวมทั้งเทศกาลงานประเพณีที่สำคัญของจังหวัด เช่น การสืบชะตา การแข่งเรือ ส่วนชั้นบน จัดแสดงโบราณวัตถุสมัยต่างๆ ที่พบในจังหวัดน่าน ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงยุคเจ้าผู้ครองนครน่าน โดยมีวัตถุโบราณที่น่าดูน่าชมอย่างเช่น งาช้างดำ วัตถุมงคลคู่บ้านคู่เมืองน่าน เป็นงาช้างข้างซ้าย ยาว 94 เซนติเมตร วัดโดยรอบส่วนที่ใหญ่สุดได้ 47 เซนติเมตร มีน้ำหนัก 18 กิโลกรัม ได้มาในสมัยพระยาการเมือง เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 5
ถ่ายรูปกับ ซุ้มลีลาวดี (ซุ้มดารา) เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตของนักท่องเที่ยว โดยต้นลีลาวดีนี้ จะขึ้นเป็นแถวเรียงราย 2 ข้างทางเดิน และแผ่ขยายโค้งเข้าหากัน เป็นอุโมงค์ต้นไม้ที่สวยงามมาก
ชม ภาพวาดหนานบัวผัน ที่ วัดภูมินทร์ กับกาลเวลากว่า 400 ปี ศรีเมืองน่านหลังจากพระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เจ้าผู้ครองนครเมืองน่าน องค์ที่ 40 และองค์ที่ 41 แห่งนครเมืองน่าน ขึ้นครองนครได้ 6 ปี ก็ได้สร้างวัดภูมินทร์ขึ้นใน ปี พ.ศ. 2139 ซึ่งตรงกับสมัยล้านนา รวมระยะเวลาจวบจนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2568) ก็มีอายุมากถึง 429 ปีแล้ว โดยที่มาของชื่อวัดนั้นมีปรากฏหลักฐานในคัมภีร์เมืองเหนือ ซึ่งได้กล่าวไว้ว่า "แต่เดิมวัดภูมินทร์มีชื่อว่า วัดพรหมมินทร์ ตามชื่อของเจ้าผู้ครองนคร แต่ก็ได้มีการเรียกชื่อเพี้ยนกันไป กลายเป็นวัดภูมินทร์ดั่งในปัจจุบัน" ซึ่งภายในวัดมีภาพจิตรกรรมที่สะดุดตา และมีชื่อเสียง คือ ปู่ม่านย่าม่าน (ภาพกระซิบรัก) เป็นผลงานของ "หนานบัวผัน" จิตรกรพื้นถิ่นเชื้อสายไทลื้อ ที่มีฝีมือการวาดภาพอันเป็นเอกลักษณ์ มีการใช้สีสันทันสมัย เช่น สีแดง ฟ้า ดำ และน้ำตาลเข้ม โดยภาพปู่ม่านย่าม่าน มีลักษณะเป็นภาพชายหญิงคู่หนึ่งคล้ายกำลังกระซิบสนทนา ได้ฉายาว่าภาพ "กระซิบรักบันลือโลก"
ส่ง สนามบินน่าน

46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา