
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 28 พ.ค. 69 - 05 มิ.ย. 69 | 79,900 บาท | 12,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
17.00 น.
คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 บริเวณประตูทางเข้าหมายเลข 8 สายการบิน Emirates ROW T เจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
21.05 น.
ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK373
00.50 น.
เดินทางถึงสนามบินดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
03.30 น.
ออกเดินทางจากสนามบินดูไบ โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบิน EK099
07.40 น.
ถึงสนามบินฟูมิชิโน กรุงโรม ประเทศอิตาลี นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
นำท่านเดินทางเข้าสู่นครรัฐวาติกัน (Vatican City) ประเทศที่เล็กที่สุดในโลกตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีกำแพงล้อมรอบเมืองเอาไว้เกือบทั้งหมด เป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกโดยมีพระสันตะปาปา มีอำนาจปกครองสูงสุด สัมผัสความยิ่งใหญ่ของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St. Peter's Basilica) มหาวิหารที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในโลก ณ นครรัฐวาติกัน (Vatican City) ชมความงามของจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ (St. Peter's Square) ที่โอบล้อมด้วยแนวเสาหินอ่อนทรงโค้งอันสง่างาม พร้อมสัมผัสบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์และสถาปัตยกรรมยุคเรอแนซ็องส์ที่ประเมินค่าไม่ได้ ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์คสูงสุดที่เป็นหัวใจหลักของกรุงโรมและคริสต์ศาสนา ตื่นตากับงานศิลปะระดับโลกอย่างรูปสลัก ปีเอตา (Piet) ของไมเคิลแองเจโล และความอลังการของซุ้มบัลดาคคีโน (Baldacchino) ฝีมือแบร์นินี ซึ่งสร้างตรงบริเวณที่เชื่อกันว่าเป็นที่ฝังพระศพของนักบุญปีเตอร์ (การเข้าชมด้านในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ต้องต่อคิวที่ค่อนข้างยาวมาก การให้เวลาในแต่ละสถานที่เที่ยว ขึ้นอยู่ที่สถานการณ์ ณ วันนั้นๆ) นำชมความยิ่งใหญ่ในอดีตและเก็บภาพสวยบริเวณรอบนอกของสถานสร้างความบันเทิงของชาวโรมันมาแต่สมัยโบราณโคลอสเซี่ยม (Colosseum) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ อดีตสนามประลองการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของชาวโรมันที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 50,000 คน ผ่านชมกลุ่มโรมันฟอรัม (Roman Forum) อดีตศูนย์กลางทางด้านการเมือง ศาสนา และเศรษฐกิจของอาณาจักรโรมัน ที่สะท้อนให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของ อารยะธรรมโรมันในช่วง 2,000 ปีที่ผ่านมา
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตาคารจีน
จากนั้นนำท่านชมงานประติมากรรมของเทพนิยายกรีกอันสุดตื่นตาตื่นใจกับน้ำพุเทรวี (Trevi Fountain) น้ำพุสไตล์บาโรกที่สวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดในโลกใจกลาง กรุงโรม (Rome) ตระการตากับประติมากรรมหินอ่อนแกะสลักรูปเทพเจ้าแห่งมหาสมุทรที่ตั้งเด่นเป็นสง่าท่ามกลางสายน้ำสีฟ้าใสที่ไหลรินอย่างงดงาม ไม่พลาดในการโยนเหรียญ (Coin Toss) ตามความเชื่อโบราณว่าหากอธิษฐานและโยนเหรียญข้ามไหล่ซ้ายจะได้กลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง สัมผัสบรรยากาศอันมีชีวิตชีวาสุดคลาสสิกที่ถ่ายทอดความรุ่งเรืองของศิลปะอิตาลีได้อย่างสมบูรณ์แบบ นำท่านเดินทางสู่เมืองปิซ่า (Pisa) เมืองแห่งศิลปะที่สำคัญของอิตาลี เมืองเล็กๆ ทางตะวันตกของ Florence ด้านตะวันตกของเมืองติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ Pisa ก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
ที่พัก
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก BEST WESTERN GRAND HOTEL GUINIGI หรือเทียบเท่า
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเข้าสู่บริเวณจัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี (Piazza del Duomo / Campo dei Miracoli) ที่ประกอบด้วยกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ ชมความมหัศจรรย์ของหอเอนเมืองปิซา (Leaning Tower of Pisa) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมหินอ่อนทรงกระบอก ที่เอียงลาดอย่างมีเอกลักษณ์มานานหลายศตวรรษ ตั้งตระหง่านอยู่ที่บริเวณจัตุรัสดูโอโม (Piazza del Duomo) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ร่วมสำรวจประวัติศาสตร์การก่อสร้างอันยาวนานกว่า 199 ปี และ ชมความงามของ มหาวิหารปิซา (Pisa Cathedral) และ หอศีลจุ่ม (Baptistery) ที่ตั้งอยู่เคียงข้างกันอย่างสง่างามท่ามกลางบรรยากาศอันเก่าแก่และทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ จากนั้นให้ท่านอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่ระลึกราคาถูกที่มีร้านค้าเรียงรายอยู่มากมาย หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเวนิส (Venice Mestre) ฝั่งแผ่นดินใหญ่
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่าย
นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือตรอนเคตโต้ (Tronchetto) นำท่านล่องเรือผ่านชมบ้านเรือนของชาวเวนิส สู่เกาะเวนิส (Venice Island) หรือ เวเนเซีย (Venezia) ดินแดนแสนโรแมนติก เป็นเมืองที่ไม่เหมือนใคร โดยใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน มีสมญานามว่าเป็น “ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก” มีเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมถึงกันกว่า 400 แห่ง ขึ้นฝั่งที่บริเวณซานมาร์โค ศูนย์กลางของเกาะเวนิส จากนั้นนำท่านเดินชมความงามของเกาะเวนิส ชมสะพานถอนหายใจ (Bridge of Sighs) ที่มีเรื่องราวน่าสนใจในอดีต เมื่อนักโทษที่เดินออกจากห้องพิพากษาไปสู่คุกจะได้มีโอกาสเห็นแสงสว่างและโลกภายนอกเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างเดินผ่านช่องหน้าต่างที่สะพานนี้ ซึ่งเชื่อมต่อกับวังดอดจ์ (Doge’s Palace) อันเป็นสถานที่พำนักของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีต ซึ่งนักโทษชื่อดังที่เคยเดินผ่านสะพานนี้มาเเล้วคือ คาสโนว่านั่นเอง นำท่านถ่ายรูปบริเวณจัตุรัสซานมาร์โค (St. Mark’s Square) ที่นโปเลียนเคยกล่าวไว้ว่า “เป็นห้องนั่งเล่นที่สวยที่สุดในยุโรป” จัตุรัสถูกล้อมรอบด้วยอาเขตอันงดงาม รวมทั้งโบสถ์ซานมาร์โค (St. Mark’s Bacilica) ที่มีโดมใหญ่ 5 โดม ตามแบบศิลปะไบแซนไทน์ จากนั้นอิสระให้ท่านได้มีเวลาเที่ยวชมเกาะอันแสนโรแมนติก เช่น เพื่อชมมนต์เสน่ห์แห่งนครเวนิส, เข้าชมโบสถ์ซานมาร์โค, ช๊อปปิ้งสินค้าของที่ระลึก เช่น เครื่องแก้วมูราโน่,หน้ากากเวนิส หรือนั่งจิบกาแฟในร้าน Caf Florian ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1720 (ท่านที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์สุดโรแมนติกที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องลองกับการล่องเรือกอนโดล่า (Gondola Ride) สัญลักษณ์แห่ง เกาะเวนิส (Venice) ลัดเลาะไปตามลำคลองสายเล็กสายน้อยเพื่อชมวิถีชีวิตและสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ของบ้านเมืองที่ตั้งอยู่เหนือน้ำ ลอดผ่านสะพานหินที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน โดยกอนโดลิเยร์ (Gondolier) คนพายเรือในชุดลายทางน้ำเงินขาวอันเป็นเอกลักษณ์ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยมนต์เสน่ห์ของเมืองแห่งสายน้ำที่สวยที่สุดในโลก กรุณาติดต่อหัวหน้าทัวร์ โดยราคาประมาณ 120 EURO ต่อลำ)
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง (สปาร์เก๊ตตี้หมึกดำ)
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ฝั่งแผ่นดินใหญ่ Venice Mestre
ที่พัก
นำท่านเข้าสู่ที่พัก MOVE HOTEL VENICE NORD หรือเทียบเท่า
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้นเดินทางสู่เมืองมิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่า เป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก นำท่านถ่ายรูปกับมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) เป็นหนึ่งในมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดและโดดเด่นที่สุดในโลก เป็นผลงานสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคที่ยิ่งใหญ่ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างยาวนานกว่า 6 ศตวรรษ มหาวิหารแห่งนี้เป็นมหาวิหารสไตล์โกธิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีลักษณะเด่นคือยอดแหลมที่ประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจงกว่า 135 ยอด และมีรูปปั้นหินอ่อนกว่า 3,400 รูปประดับอยู่ทั่วทั้งภายนอกและภายใน ตัววิหารสร้างจากหินอ่อนคันโดเกลีย (Candoglia Marble) เป็นหินอ่อนสีชมพูขาวจากเหมืองคันโดเกลียทั้งหมด หนึ่งในยอดแหลมที่สูงที่สุด (108.5 เมตร) มีรูปปั้นมาดอนนินา (Madonnina) ตั้งอยู่ โดยเป็นรูปปั้นพระแม่มารีเคลือบทองคำขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองมิลาน จากนั้นพาท่านชมแกลเลอเรีย วิตโตริโอ เอ็มมานูเอล ที่ 2 (Galleria Vittorio Emanuele II) เป็นหนึ่งในศูนย์การค้าที่เก่าแก่และหรูหราที่สุดในโลก ตั้งอยู่ตรงหน้ามหาวาหารแห่งเมืองมิลาน โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบนีโอ-เรอเนซองส์ มีหลังคาโดมแก้วและโมเสก โครงสร้างหลังคากระจกและเหล็กสูง 47 เมตร พื้นทางเดินประดับด้วยโมเสกสีสันสดใส เป็นทางเชื่อมระหว่างมหาวิหารมิลาน (Duomo di Milano) และ โรงละครลา สกาลา (Teatro alla Scala) โดยมีร้านค้าหรูหรามากมายอยู่ภายใต้หลังคาแห่งนี้ ร้านแฟชั่นระดับโลก เช่น Prada (สาขาแรกของโลกที่เปิดในปี 1913), Louis Vuitton, Gucci และร้านหมวกเก่าแก่ Borsalino มีร้านอาหารและคาเฟ่ประวัติศาสตร์ เช่น Camparino in Galleria ร้านต้นตำรับของ Campari และร้านอาหาร Savini ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 และยังมีประติมากรรมหินอ่อนคาร์ราราอนุสาวรีย์เลโอนาร์โด ดา วินชี (Monument to Leonardo da Vinci) และลูกศิษย์ทั้ง 4 บริเวณฐานของอนุสาวรีย์ขนาด เท่าตัวจริงที่ตั้งอยู่ในบริเวณด้านหน้าของโรงละครสกาล่า
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
บ่าย
นำท่านเดินทางสู่เมืองลูเซิร์น (Lucerne) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา นำท่านชมสิงโตหินแกะสลัก (Dying Lion of Lucerne) ที่แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิส ที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792 ชมสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่านแม่น้ำรอยส์ Reuss River อันงดงามซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิส ตลอดแนวสะพานแบบสมัยใหม่ มีถนนเลียบไปตามเนินเขาตลอดระยะทาง จากนั้นให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าของสวิส เช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuer เป็นต้น
ค่ำ
อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย
ที่พัก
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก HARRY’S HOME ZURICH หรือระดับเทียบเท่า
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ออกเดินทางสู่ เมืองกรินเดอวาลด์ (Grindelwald) เมืองตากอากาศที่สวยงาม เพื่อขึ้นกระเช้าEiger Express กระเช้าลอยฟ้าตัวใหม่ สู่สถานี Eigergletscher โดยกระเช้าตัวนี้นอกจากจะให้ท่านได้เห็นวิวความสวยงามของจุงเฟราโดยรอบ หลังจากนั้นนำท่านเดินทางต่อด้วยรถไฟเพื่อขึ้นสู่ สถานีรถไฟจุงเฟรายอร์ค (Jungfraujoch) สถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป Top of Europe ระหว่างเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาท่านจะได้ผ่านชมธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ โดยเมื่อปี ค.ศ.2001 องค์การยูเนสโกประกาศให้ยอดเขาจุงเฟรา เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุตหรือ 3,454 เมตร
นำท่านเข้าชมถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) ที่แกะสลักให้สวยงาม อยู่ใต้ธารน้ำแข็งลึกถึง 30 เมตร อิสระให้ท่านได้สนุกสนานกับการถ่ายรูป เล่นหิมะบนยอดเขาและเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนยอดเขา และที่ไม่ควรพลาดกับการส่งโปสการ์ดโดยที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา
บ่าย
นำท่านเดินทางต่อสู่เมือง อินเตอร์ลาเคน (Interlaken) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบทูน (Lake Thun) และทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz) อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ และ มีความสำคัญประหนึ่งเมืองหลวงของแบร์นเนอร์โอเบอลันด์ มีภาพของยอดเขาจูงเฟราเป็นฉากหลัง อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมือง สัมผัสบรรยากาศ และธรรมชาติแบบสวิสในเมืองเล็กๆ ที่น่ารักแห่งนี้
นำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่ประเทศฝรั่งเศส โดยผ่านเข้าไปยังเมืองเมืองดิจอง (Dijon) ประเทศฝรั่งเศส อดีตเมืองหลวงแห่งแคว้นเบอร์กันดี ผ่านทุ่งราบอันกว้างใหญ่แหล่งผลิตมัสตาร์ดชื่อดัง อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในการผลิตไวน์ชั้นเลิศอีกด้วย ผ่านชมอาคารบ้านเรือนสมัยเรเนสซองส์ โบสถ์และวิหารเก่าแก่ในสมัยยุคกลาง ซึ่งมีจุดเด่นคือ การมุงหลังคาด้วยกระเบื้องสีแดงสดจัดเรียงเป็นลวดลายงดงาม
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
ที่พัก
นำท่านเข้าสู่ที่พัก HOTEL B&B DIJON VALMY TOISON d’ Or หรือเทียบเท่า
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่มหานครปารีส (Paris) เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส เมืองที่มีมนต์เสน่ห์อันเหลือล้น ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกที่นักท่องเที่ยวอยากมาเยือนมากที่สุด ปัจจุบันกรุงปารีสเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจแลวัฒนธรรมที่ล้ำสมัยแห่งหนึ่งของโลก ที่ทรงด้วยอิทธิพลของการเมือง การศึกษา บันเทิง สื่อ แฟชั่น วิทยาศาสตร์และศิลปะ
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย
บ่าย
นำท่านนั่งรถผ่านชมผ่านลานประวัติศาสตร์จัตุรัสคองคอร์ด (Place de la Concorde) ที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอังตัวเนต ถูกตัดสินประหารชีวิตโดยกิโยตินในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศส แล้วผ่านเข้าสู่ถนนสายโรแมนติกชองป์เอลิเซ่ (Champs Elysees) ซึ่งทอดยาวจากจัตุรัสคองคอร์ดตรงสู่ประตูชัยนโปเลียน นำชมแวะถ่ายรูปคู่กับประตูชัยนโปเลียน (Arc de Triomphe) สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของจักรพรรดินโปเลียนในศึกเอาส์เตอร์ลิทซ์ในปี 1805 โดยเริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1806 แต่มาแล้วเสร็จในปี ค.ศ.1836 แล้วจากนั้นนำถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับกับหอไอเฟล (Tour Eiffel) สัญลักษณ์ที่โดดเด่นสูงตระหง่านคู่นครปารีสด้วยความสูงถึง 1,051 ฟุต ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1889 ที่บริเวณจัตุรัสทรอคคาเดโร่
จากนั้นพาท่านสัมผัสความหรูหราเหนือระดับกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยนักชอปปิงจากทั่วทุกมุมโลกในห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางกรุงปารีสที่ ณ แกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galeries Lafayette Haussmann) ห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ระดับตำนานและเป็นสัญลักษณ์แห่งแฟชั่นของกรุงปารีส ตระการตากับสถาปัตยกรรมแบบอาร์ตนูโว ตื่นตากับความอลังการของโดมแก้วสุดคลาสสิก และเพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้าแฟชั่น เครื่องสำอาง และสินค้าแบรนด์เนม จากทั่วทุกมุมโลกในที่เดียว นอกจากจะได้ช้อปปิ้งคอลเลกชันใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ดังแล้ว ยังมีโซนของหวาน 'Le Gourmet' ที่รวมขนมร้านดังระดับมิชลินให้คุณได้ลิ้มลอง พร้อมบริการทำคืนภาษี (Tax Refund) สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างครบวงจร
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
ที่พัก
นำท่านเข้าสู่ที่พัก BRIT HOTEL PRIVILEGE PARIS ROSNY SOUS BOIS หรือเทียบเท่า
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ย่านมงมาร์ต (Montmartre) ซึ่งเป็นย่านศิลปินมากว่า 200 ปีแล้ว สัมผัสกับมนต์เสน่ห์และกลิ่นอายของวันวานที่ศิลปะในฝรั่งเศสรุ่งเรืองถึงขีดสุด
นำท่านขึ้นรถราง (Funicular) สู่จุดชมวิวสวยของนครปารีสจากบริเวณยอดเนินเขาของวิหารสเกรเกอร์ (Basilica of Sacre Coeur) วิหารสีขาวที่เป็นสัญญาลักษณ์อันโดดเด่นของปารีส จากนั้นให้เวลาท่านเดินชมเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าของที่ระลึก, ร้านกาแฟที่มีอยู่มากมาย หรือ ชมเหล่าศิลปินที่มาวาดรูปอยู่ใกล้ๆ บริเวณนั้น นำท่านถ่ายรูปคู่กับพิพิธภัณฑ์ลูฟท์ (Louvre Museum) พิพิธภัณฑ์เก่าแก่ทางศิลปะที่มีชื่อเสียงและยังมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ในอดีตที่นี่เคยเป็นพระราชวังหลวงของราชวงศ์กาเปเซียง ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นที่จัดแสดงผลงานกว่า 35,000 ชิ้น ในพื้นที่กว่า 60,600 ตารางเมตร และมีผู้เข้าเยี่ยมชมมากถึง 9.7 ล้านคนต่อปี และที่นี่ยังเป็นที่จัดแสดงของภาพวาดที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ภาพโมนาลิซา Monalisa ของเลโอนาร์โด ดาวินชี ศิลปินผู้มีชื่อเสียงชาวอิตาลีอีกด้วย นำท่านเข้าสู่ห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของโลกอย่าง ลา ซามาริแตง (La Samaritaine) ที่ก่อตั้งในปี 1870 โดย Ernest Cognacq และ Marie-Louise Ja โดยสถาปนิกผู้ออกแบบคือ Frantz Jourdain โดยเป็นอาคารเก่าแก่คลาสสิกที่ถูกขึ้นทะเบียน Monument Historique ให้เป็นโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1990 พบกับความหรูหร่าโดดเด่นทั้งภายนอก และ ภายในอาคารของห้างด้วยศิลปะหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ภาพวาดฝาผนัง , แผงประดับอาคารที่แสนวิจิตร มีเสน่ห์เฉพาะตัว มีการผสมผสานระหว่างศิลปะอาร์ตนูโว (Art Nouveau) กับอาร์ตเดโค (Art Dco) ได้อย่างลงตัว และภายในอาคารยังมีโครงสร้างเหล็กอันมีเอกลักษณ์ที่ถอดแบบลักษณะมาจากหอไอเฟล ซึ่งห้างได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2021 ที่ผ่านมา และกลายเป็นห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ ที่เน้นย้ำถึงเสน่ห์ของปารีส มีร้านค้าระดับพรีเมียม อาหาร และงานศิลปะ รวมแล้วกว่า 600 แบรนด์ มีนิทรรศการที่จะสลับหมุนเวียนให้ได้ชมตลอด
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (หอยเอสคาโก้)
บ่าย
นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือพาท่านล่องเรือแม่น้ำแซน ไปตามแม่น้ำแซน แม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านใจกลางกรุงปารีส ชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมอันคลาสสิคของอาคารต่างๆ ตลอดสองฝั่งแม่น้ำนับว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าประทับใจโดยเรือจะล่องผ่านมหาวิหารนอเตรอดามแห่งปารีส (Notre-dame de Paris) อายุกว่า 800 ปี เป็นมหาวิหารสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคที่งามเลิศ โดดเด่นด้วยหอคอยคู่หน้าทรงเหลี่ยมและยอดปลายแหลมบนหลังคาวิหารสูงจากระดับพื้นดินถึง 96 เมตร เป็นสถานที่ประกอบพิธีอภิเษกสมรสระหว่างพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 กับพระนางมารี อังตัวแนตต์ และยังเป็นจุดกิโลเมตรที่ศูนย์ของประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ La Vallee Village Outlet เอ๊าท์เล็ตขนาดใหญ่ทีมีสินค้าแบรนด์เนมให้เลือกมากมายอาทิ เช่น Coach, Calvin Klein, Amani, Burberry, Fred Perry, Versace, Diesel, Givenchy, Jimmy Choo, Longchamp, Michael Kors, Roberto Cavalli, Samsonite, Polo Ralph Lauren, Ted Baker, Superdry, Valentino, Salvatore Ferragamo, Hugo Boss และอื่นๆอีกมากมาย อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย
ค่ำ
อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย
ที่พัก
นำท่านเข้าสู่ที่พัก BRIT HOTEL PRIVILEGE PARIS ROSNY SOUS BOIS หรือเทียบเท่า
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำคณะเดินทางสู่สนามบิน เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และ มีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
11.25 น.
ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพด้วยเที่ยวบิน EK72
20.00 น.
เดินทางถึงสนามบินดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้ท่านรอเปลี่ยนเครื่อง
22.30 น.
ออกเดินทางจากสนามบินดูไบ โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบิน EK374
07.35 ปน.
เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ.
46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา