
20.00 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ประตูทางเข้าหมายเลข 7-8 เคาน์เตอร์ T สายการบินเอมิเรตส์ (EK) พบเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่าน
02.00 น. ออกเดินทางสู่ ดูไบ โดย สายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 377
06.00 น. เดินทางถึง กรุงดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (แวะพักเปลี่ยนเครื่อง)
09.10 น. ออกเดินทางสู่ โรม โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 097
13.25 น. เดินทางถึง Leonardo Da Vinci (Fiumicino) Airport หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว จากนั้นนำท่านสู่เมือง ซอเรนโต้ (ระยะทาง 250 ก.ม. / 3 ชม.) เมืองพักตากอากาศสุดแสนโรแมนติคของอิตาลีใต้ริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งโด่งดังขึ้นมาด้วยชื่อเสียงและมนต์แห่งเพลง “Come Back to Sorrento” ตัวเมืองเรียงรายตามแนวของผาหินสูง ทิวทัศน์สวยงามเหล่านี้ทำให้เป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียง รถจะขับลัดเลาะเรียบชายฝั่งอย่างช้าๆ เข้าสู่เมืองซอร์เรนโต้
นำท่านชมเมืองตากอากาศเล็กๆริมทะเล ตัวเมืองซอร์เรนโตนั้นตั้งอยู่บนหน้าผาสูงและไล่ระดับลงมาตามความลาดชันจนลงมาถึงระนาบเดียวกันกับชาย หาดทรายสีเทาที่ได้รับการจัดระเบียบไว้อย่างเรียบร้อย และมีชายฝั่ง Amalfi ที่เลียบริมทะเลไปตามหน้าผายาวถึง 50 กม. จากนั้นมีเวลาให้ทุกท่านเดินเล่นชมความงดงามของอ่าวเนเปิ้ลจากบริเวณ สวนวิลล่า โคมูนาเล่ , Sorrento เป็นสวนสไตล์อิตาเลียนใต้ที่สวยงามเป็นจุดชมวิวภูเขาไฟวิสุเวียส เป็นจุดยอดนิยมสำหรับนั่งดูพระอาทิตย์ตกดิน มีม้านั่ง, โรงละครโอเปร่า สวนสาธารณะแห่งนี้ก็เหมาะสำหรับทุกวัยจริงๆ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่คุณต้องไปเยี่ยมชมเมื่ออยู่ในซอร์เรนโต นำท่านชม จัตุรัสทาซโซ่ Piazza Tasso ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมือง เป็นจัตุรัสที่เต็มไปด้วยสีสันของร้านรวงที่ตั้งเรียงรายตลอดสองข้างทางของถนนสายที่ได้ชื่อว่าเป็นช้อปปิ้งสตรีทอันมีชื่อเสียงของเมืองซอร์เรนโต้ พร้อมทั้งยังได้ชมวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นที่นิยมมานั่งจิบกาแฟ หรือมานั่งพูดคุยสังสรรค์กันในร้านอาหาร นำท่านชมบริเวณโดยรอบจัตุรัสทาซโซ่ ที่เต็มไปด้วยโบสถ์ วิหาร ที่มีความโดดเด่นงดงามเป็นเอกลักษณ์ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบบารอค อิสระท่านเดินเล่นชมเมืองและเลือกซื้อสินค้าของที่ระลึก ในตลาดที่จำหน่ายสินค้าที่มีแหล่งผลิตจากทางใต้ เช่น เหล้ามะนาว (Limoncello) เครื่องหัตถกรรม และงานไม้อัดลาย งานฝีมือ เครื่องปั้นดิน เผาต่างๆ เป็นต้น
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก Grand Hotel Europa Palace หรือเทียบเท่า!!
ข้อมูลที่พัก ทำเลของโรงแรมอยู่ในตัวเมืองและไม่ไกลจากตัวเมืองเก่า (เดิน 500 เมตร) สามารถเดิน เล่นชมบรรยากาศเมืองริมทะเลแห่งนี้ได้
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำเดินทางสู่ ท่าเรือ เพื่อลงเรือล่องสู่ เกาะคาปรี Capri Island เกาะแสนสวยที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่ตากอากาศของชนชั้นสูงมาตั้งแต่สมัยโรมันเรืองอำนาจและยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศงดงามไว้ตราบจนทุกวันนี้ บรรดากวีและนักเขียนชื่อดังที่เคยได้มาเยือนต่างเอ่ยถึงเกาะคาปรีออกมาเป็นงานเขียนว่า “ที่คาปรีสวรรค์อยู่ใกล้ๆ เพียงแค่ปรายตามอง”
จากนั้นพาท่าน ลงเรือ เพื่อล่องเรือสู่ ถ้ำบลูกร๊อตโต้ Blue Grotto โดยเรือจะล่องผ่านทะเลสีครามยามเช้าสู่บริเวณ หน้าปากถ้ำบลูกร๊อตโต้ (ประมาณ 30 นาที) หลังจากนั้นจะเปลี่ยนเป็น เรือแจวลำเล็ก (นั่งได้ลำละประมาณ 4 – 5 ท่าน) เพื่อเข้าไปข้างใน เมื่อเข้าไปสู่บริเวณด้านในของถ้ำทุกอย่างจะดูมืด แต่สักพักเมื่อสายตาท่านเริ่มปรับแสงได้ ท่านจะเห็นสีครามใสสว่างของน้ำสะท้อนกับผนังถ้ำ อันเป็นที่มาของชื่อ “ถ้ำบลูกร๊อตโต้ (Blue Grotto)” (ในกรณีที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยหรือระดับน้ำสูงเกินอาจงดรายการชมถ้ำบลูกอตโต้ เนื่องจากไม่ปลอดภัย) นำท่านนั่งเรือกลับเข้าสู่บริเวณ มาริน่า แกรนด์เด Marina Grande ท่าเรือที่สวยงามของ “เกาะคาปรี” (รถจะมารับกระเป๋าเล็กของทุกท่านไปส่งยังโรงแรมที่พัก) จากนั้นนำท่านโดยสาร รถราง FUNICULAR สู่ ย่านกลางเมืองของเกาะคาปรี “จัตุรัสอูมแบร์โต” จัตุรัสแห่งนี้ เป็นศูนย์กลางของเมืองที่คึกคัก ผู้คนจะนิยมมาเดินรอบๆ ที่เต็มไปด้วย ร้านอาหาร, ร้านค้า, ร้านแฟชั่นที่มีชื่อเสียง มีหอนาฬิกาที่ตั้งเด่นใจกลางจัตุรัสและยังมีจุดชมวิวเมืองที่ใกล้กัน
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดิน ชมเกาะคาปรี สถานที่ตากอากาศของชนชั้นสูงมาตั้งแต่สมัยโรมันเรืองอำนาจ จักรพรรดิออกุสตุส (Augustus) ผู้ยิ่งใหญ่ และยังคงไว้ซึ่งมนต์เสน่ห์แห่งความงามมาจนถึงทุกวันนี้ เดินทางสู่ย่าน อนาคาปรี Anacapri นำท่านโดยสาร กระเช้าสู่จุดชมวิว มอนเต โซลาโร Monte Solaro ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดของ Capri เนื่องจากมอนเต โซลาโร Monte Solaro เป็นภูเขาที่มีความสูง 589 เมตร และเป็นจุดที่สูงที่สุดของเกาะคาปรี มีเวลาอิสระให้ทุกท่านเก็บภาพความประทับใจอย่างเต็มที่ ท่านอาจเลือกนั่งจิบกาแฟ ทานไอศกรีม(Gelato) หรือ เครื่องดื่มท้องถิ่น “เลมอนเชลโล่”(Lemoncello) ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเกาะคาปรี / ได้เวลาสมควรนำทุกท่าน นำท่านเช็ค-อิน เข้าสู่ที่พักในเกาะคาปรี แล้วมีเวลาให้ท่านชื่นชมกับบรรยากาศที่ทำให้คาปรีมีเสน่ห์เป็นที่หลงใหลของนักท่องเที่ยวและจักรพรรดิแห่งอาณาจักรโรมันในอดีตว่าทำไมถึงโปรดวิมานฉิมพลีริมฝั่งทะเล
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ Hotel La Palma Capri หรือเทียบเท่า!!
ข้อมูลที่พัก -
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
อิสระเดินเล่นชมวิวบริเวณรอบๆโรงแรมและตัวเมือง ก่อนมีเวลาให้ท่านอิสระไปกับบรรยากาศสวยๆของเกาะยามเช้า ก่อนนัดหมายเวลานำท่าน เช็คเอาท์ Check out เก็บสัมภาระ แล้วนำท่านสู่ บริเวณท่าเรือ อิสระให้ท่านเดินเล่นผ่อนคลายบริเวณย่านท่าเรือ ซึ่งจะมีทั้งร้านขายของที่ระลึกต่างๆ ร้านคาเฟ่ที่ส่งกลิ่นกาแฟหอมๆ หรือ จะเลือกนั่งชิลไปกับบรรยากาศริมทะเลพร้อมชิม “เจลาโต้” แสนอร่อยของเกาะคาปรี สมควรแก่เวลานำท่าน ลงเรือ กลับสู่เมือง ซอร์เรนโต้ Sorrento จากนั้นนำท่านนั่งรถ ลัดเลาะตามเส้นทางท่องเที่ยวชายฝั่งอมัลฟี่ (Amalfi Coast) สู่ เส้นทางสวรรค์อิตาลีใต้ เป็นแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของอ่าวซาเลอร์โน (Salerno) ทางตอนใต้ของอิตาลี ชายฝั่งอมัลฟีได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโก ด้วยสถานที่อันสวยงามของ Amalfi coast คือ อ่าวที่มีเสน่ห์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและเป็นหนึ่งในชายฝั่งที่งดงามที่สุดของทวีปยุโรป ถนนชายฝั่งที่คดเคี้ยวผ่านหมู่บ้านชาวประมงบนหน้าผาสูงชัน มีวิวทิวทัศน์อันอันสวยสดงดงาม และความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมยุคกลาง ปัจจุบันชายฝั่งอมัลฟีได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดชาวอิตาเลียนและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก รถบัสนำคณะเดินทางถึงเมือง โพสิตาโน Positano (ระยะทาง 18 ก.ม. / 30 นาที) นำท่านเดิน ชมเมืองโปสิตาโน Positano เป็นเมืองที่ถือว่างดงามที่สุดในบรรดาเมืองแถบนี้ ตัวเมืองตั้งอยู่บริเวณเวิ้งอ่าวรูปครึ่งวงกลม ที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนฉาบปูนระบายสีอย่างสวยงาม ตั้งลดหลั่นกันมาจากเนินเขาลงสู่ทะเล โดยจุดศูนย์กลางของนักท่องเที่ยวจะอยู่บริเวณย่าน มาริน่า แกรนด์เด่ Marina Grande จะเต็มไปได้วยร้านค้า ร้านอาหาร ร้านไอศกรีมมากมาย อิสระท่านผ่อนคลายไปกับบรรยากาศของเมือง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำเดินทางต่อสู่เมือง อมัลฟี Amalfi (ระยะทาง 16 ก.ม. / 30 นาที) ในอดีตเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าทางทะเลในยุคไบแซนไทน์ศูนย์กลางเมืองอยู่บริเวณจัตุรัสดุโอโม อันเป็นที่ตั้งของ น้ำพุเซนต์ แอนดรูว์ (Sant’Andrea Fontana) มหาวิหารประจำเมือง (Amalfi Duomo) มีประตูสำริดจากศตวรรษที่ 11 ภาพโมเสก และ สุสานใต้ดินของเซนต์ แอนดรูว์ ที่อัญเชิญพระศพมาจากกรุงคอนสแตนติโนเปิ้ล เมื่อปีค.ศ.1208 รอบๆจัตุรัสมีร้านค้า ร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกอยู่มากมาย ส่วนชายทะเลที่ติดท่าเรือนั้น เหมาะจะเป็นจุดชมทิวทัศน์อาคารบ้านเรือนที่ตั้งลดหลั่นอยู่บนเชิงเขา เป็นภาพที่งดงามไม่แพ้โปสิตาโน
นำท่านเดินทางต่อสู่เมือง ราเวลโล่ Ravello (ระยะทาง 16 ก.ม. / 30 นาที) เมืองแสนสวยที่อยู่บนเนินเขาสูงที่มีความงามน่ารักด้วยความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น จตุรัสกลางเมืองเล็กๆที่แตกต่างจากเมืองอื่นๆ จึงได้รับการบรรจุไว้ในส่วนหนึ่งของ มรดกโลกของอิตาลี ในปี ค.ศ.1997 จากองค์การยูเนสโก นอกจากนี้หมู่บ้านราเวลโล่ ยังเป็นสถานที่ที่ศิลปินดัง อย่าง “ริชาร์ด วาร์กเนอร์” ศิลปินชาวเยอรมันเคยมาแสดงคอนเสิร์ต จนทำให้มีการจัดเทศกาลคอนเสิร์ตที่หมู่บ้านแห่งนี้เป็นประจำทุกปี นำท่านชม วิลล่า รูโฟโล VILLA RUFOLO เป็นปราสาทเก่า และมีสวนแสนสวยอยู่ภายในปราสาทแห่งนี้เคยศูนย์กลางประวัติศาสตร์ในย่านจัตุรัสหลักของเมืองราเวลโล ถูกสร้างขึ้นอย่างหรูหราในสไตล์มัวร์ประมาณปี ค.ศ.1270 ภายในวิลล่าได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยสวนไม้ดอกไม้ประดับ รวมไปถึงหอคอยโบราณสูงประมาณ 30 เมตร อิสระท่านชื่นชมบรรยากาศและถ่ายรูปตามอัธยาศัย จนได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางสู่เมือง ซาเลอร์โน Salerno (ระยะทาง 25 ก.ม. / 50 นาที) เมืองริมชายฝั่งอันเป็นที่พักของเราสำหรับค่ำคืนนี้
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ Grand Hotel Salerno หรือเทียบเท่า!!
ข้อมูลที่พัก -
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านสู่เมือง มาเทร่า MATERA (ระยะทาง 200 กม./ 3 ชม.) เมืองอันน่าพิศวง งดงามเป็นเอกลักษณ์อย่างยิ่ง เข้าใจว่าที่แห่งนี้เป็นชุมชนมาตั้งแต่ 300 ปีก่อนคริสตวรรษ โดยสร้างอยู่ในหินภูเขาไฟ ชื่อเมืองนี้ตั้งชื่อตามกงสุลผู้สำเร็จราชการแห่งจักรวรรษโรมันที่มีนามว่า Licius Caecilius Metelius ผู้คนอาศัยอยู่ในบ้านที่เป็นถ้ำมานานหลายศตวรรษ เป็นอีก 1 เมืองไฮไลท์ของเส้นทางนี้ที่ท่านไม่ควรพลาด / เดินทางถึงเมืองมาเทร่า Matera
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ชมเมืองมาเทร่า สัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของเมืองอันงดงามท่ามกลางเขาวงกตที่มีทางเดินขนาดเล็ก บันไดสูงชันและถนนที่คดเคี้ยว ชมบ้านเรือนที่อยู่ตามถ้ำที่เรียกกันว่า “ซาซี่ Sassi” และ โบสถ์รูเปสเตรียน Rupestrian ที่ขุดไว้ตามโขดหินในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ชมความชาญฉลาดของคนโบราณที่สร้างบ่อกักเก็บน้ำ Water Cistern และการจัดการเรื่องน้ำ ซึ่งเป็นหัวใจของการดำรงชีพในเมือง และทั้งหมดนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1993 นำท่านเดินเที่ยวชมเขตเมืองเก่า (แนะนำสวมรองเท้าผ้าใบแบบสบายๆ)
นำท่านเดินชมเขต Sassi di Matera เมืองที่เคยได้ชื่อว่ายากจนที่สุดในอิตาลี และไม่มีไฟฟ้าใช้รวมถึงน้ำประปาจากรัฐบาลกลาง จนถึงปี ค.ศ.1950 ได้เกิดโรคระบาดรัฐบาลอิตาลีจึงได้สร้างเมืองใหม่และได้อพยพผู้คนออกจากเขตเมืองนี้ทั้งหมด ต่อมาภายหลังเมืองมาเทราได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1993 รัฐบาลอิตาลีจึงเข้ามาปรับปรุงและประยุกต์บ้านถ้ำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว, ร้านอาหารและโรงแรมสุดหรู
นำท่าน เข้าชม โบสถ์ถ้ำ San Pietro Caveoso ชมงานเขียนเฟสโก้ที่งดงามอายุกว่าพันปี ชมจัตุรัสต่างๆ ที่สวยงาม บ้านเรือนที่สร้างอยู่ในถ้ำหินปูนและบางหลังสร้างซ้อนกันขึ้นไปแบบที่ท่านไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน นำท่านเดิน ชมเมืองเก่า โดยเริ่มต้นจาก จตุรัสวิทโทริโอ (Piazza Vittorio Veneto) จนถึง จตุรัสจัตุรัสดูโอโม (Matera’s Cathedral) เสมือนเป็นศูนย์กลางของเมืองเก่า ก่อนมีเวลาอิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ตามอัธยาศัย
จากนั้นนำท่าน เข้าเช็ค-อินโรงแรมที่พัก จากนั้นนัดเวลากัน นำท่านเดินสู่จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน เก็บภาพความงดงามของเมืองเก่าในเวลาเย็น
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ Sextantio Le Grotte Della Civita หรือเทียบเท่า!!
ข้อมูลที่พัก โรงแรมสไตล์ถ้ำที่ดัดแปลงปรับปรุงจากบ้านเรือนเก่าของชาวบ้าน ค่ำคืนนี้ท่านจะได้บรรยากาศแบบดั้งเดิมแต่มีความหรูหราสะดวกสบายแบบโรงแรมสมัยใหม่
หมายเหตุ เนื่องจากข้อจำกัดของเมืองซึ่งพื้นที่ไม่ใหญ่และแต่ละโรงแรมมีห้องไม่เยอะ หากโรงแรมสไตล์ถ้ำหรือโรงแรมในเมืองเต็ม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการจัดหาที่พักในเมืองใกล้เคียงแทนในระดับ 4 ดาว
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำเดินทางโดยรถโค้ชสู่เมือง อัลเบอโรเบลโล ALBEROBELLO (ระยะทาง 69 กม. / 1 ชม.) แคว้นปูลย่า Puglia เมืองขนาดกลางที่มีผู้คนอยู่ราว 11,000 คน และได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1996 นำชมบ้านทรง Trulli หรือ บ้านเรือนในสมัยศตวรรษที่ 16 ที่ก่อขึ้นมาจากหินปูนและหลังคาทรงกรวย วิธีการสร้างบ้านเป็นแบบโบราณ กำแพงและผนังของบ้านก่อด้วยหิน Dry Stone แต่ละก้อนค่อยๆ ไล่เรียงกันและเข้าล็อกกันอย่างแน่นหนาตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องอาศัยปูนซีเมนต์เลยแม้แต่น้อย หินขนาดใหญ่ที่ใช้ก่อขึ้นมานั้นก็เป็นหินปูนที่สามารถหาได้ในพื้นที่นั้นนั่นเอง นับตั้งแต่หินก้อนแรกถูกวางลงจวบจนก้อนสุดท้ายที่วางประกอบไปอย่างมั่นคงแข็งแรง ก็ทำให้บ้าน Trulli หลังน้อยๆ อยู่ผ่านยุคสมัยต่างๆ มาได้กว่า 600 ปีแล้ว เดินชมเมือง ตามตรอกซอกซอยที่สวยแปลกจากที่อื่นๆ พร้อมอิสระให้ท่านเลือกซื้อของ ณ ถนน Rione Monti ที่มีร้านขายของที่ระลึก
จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมือง โปลิกยาโน่ อา มาเร่ POLIGNANO A MARE (ระยะทาง 29 กม. / 25 นาที) เมืองริมทะเลอันสวยงาม อีก 1 เมืองไฮไลท์ของเส้นทางนี้ที่เรานำเสนอ ใต้ท้องฟ้าและท้องทะเลสีครามมีเมืองแห่งนี้ก่อสร้างบ้านเรือนอยู่ติดขอบโตรกชายฝั่ง บรรยากาศงดงามและเป็นเอกลักษณ์ยิ่ง อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาพักตากอากาศ ด้วยโรงแรมสไตล์เก๋ๆน่ารักๆมากมาย นำท่านเดินชมเมืองและชายหาด ชิลกับบรรยากาศของท้องฟ้าและทะเลแสนสดใส
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่เมือง บารี่ BARI (ระยะทาง 36 กม./ 40 นาที) ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ของอิตาลีทางตอนใต้ ในอดีตนั้นเป็นศูนย์กลางการเกษตร อุตสาหกรรม และการพาณิชย์ และยังเป็นท่าเรือที่สำคัญ โดยเฉพาะในยุคกลาง ชม โบสถ์เซนต์นิโคลัส Basilica St.Nicholas ซึ่งเดิมเคยใช้เป็นที่พำนักของผู้ปกครองเมืองชาวไบแซนไทน์เมื่อราวปี ค.ศ.1000 ต่อมาในปี ค.ศ.1087 ชาวบารีได้นำกระดูกของเซนต์นิโคลัสมาจากโบสถ์แห่งเมืองไมร่า (Myra) ในประเทศตุรกีปัจจุบัน จึงได้ดัดแปลงอาคารแห่งนี้เป็นโบสถ์และประดิษฐานกระดูกของเซนต์นิโคลัสไว้ภายใน ซึ่งเชื่อกันว่าเซนต์นิโคลัสก็คือที่มาของ “ซานตาคลอส” นั่นเอง
นำท่านเก็บภาพปราสาทซเวโว Castello Svevo แลนด์มาร์คหลักของเมืองบารี ตัวปราสาทตั้งอยู่ริมทะเลอเดรียติก (Adriatric Sea) มีที่กำแพงป้องกันล้อมรอบ เดิมเป็นที่ตั้งของป้อมปราการอาณาจักรโรมันและไบแซนไทน์ ได้รับการบูรณะโดยจักรพรรดิเฟรดเดอริกที่ 2 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ภายหลังได้ถูกสร้างเพิ่มเติมและตกแต่งใหม่โดยกษัตริย์แห่งอารากอน อิสระทุกท่านเก็บภาพความงามตามอัธยาศัย นำท่านเที่ยวบริเวณ จตุรัสเมอร์ชานไทล์ Piazza Mercantile เป็นบริเวณที่พลุกพล่านไปด้วยคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ในบริเวณนี้ยังเป็นท่าเรือที่สามารถข้ามฟากไปยังเมืองดูบรอฟนิค ประเทศโครเอเชียได้อีกด้วย จากนั้นมีเวลาให้ท่านเดินเล่นหรือช้อปปิ้งของต่างๆตามอัธยาศัย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ Mercure Villa Romanazzi Carducci Bari หรือเทียบเท่า!!
ข้อมูลที่พัก
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมือง ปอมเปอี POMPEII (ระยะทาง 260 ก.ม. / 3.45 ชม.) อดีตเมืองแห่งความมั่งคั่งของชาวโรมันโบราณเมื่อประมาณ 2 พันกว่าปีมาแล้ว ชาวโรมันนิยมมาสร้างวิลล่าตากอากาศ และได้กลายเป็นชุมชนที่มั่งคั่งในเวลาต่อมา จนกระทั่ง ค.ศ.79 ภูเขาไฟวิสซูเวียสเกิดประทุอย่างรุนแรง ทำให้ลาวาของภูเขาไฟไหลมาทับถมและทำลายล้างเมืองแห่งนี้ราบเป็นหน้ากอง ทำให้เมืองปอมเปอีได้หายสาบสูญไปเกือบ 1,700 ปี ก่อนมีการค้นพบใหม่ใน ค.ศ. 1748 นับแต่นั้น การขุดค้นได้ให้ความเข้าใจอย่างละเอียดในชีวิตของนครระหว่างสันติภาพโรมัน และปัจจุบันองค์การยูเนสโกได้ยกเป็นเมืองมรดกโลก UNESCO และเมืองนี้ยังเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมที่สุดของอิตาลี โดยมีนักท่องเที่ยวประมาณ 2.5 ล้านคนต่อปี
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่าน เข้าชม พิพิธภัณฑ์เมืองปอมเปอี ที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า ซึ่งเพิ่งได้รับการขุดค้นพบขึ้นใหม่ หลังจากถูกลาวาทับถมจมอยู่ใต้ดินกว่า 1,500 ปี เนื่องจากการระเบิดของภูเขาไฟวิซูเวียส ชมเขตใจกลางเมือง Forum อันเป็นที่ตั้งของ วิหาร, ร้านค้า, โรงละคร, สนามกีฬา , บ้านเรือน, โรงอาบน้ำสาธารณะ ซึ่งสถานที่ต่างๆในพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งนี้ได้มีการฟื้นฟูศึกษาประวัติศาสตร์โบราณ ปอมเปอีจึงถูกค้นพบ จนกระทั่ง พ.ศ.2291 ได้พบร่องรอยของซากเมือง เมื่อรื้อดินที่ทับถมออกมาหมดแล้วก็พบซากเมืองที่ใหญ่โตและสร้างด้วยหินอย่างแข็งแรง บางแห่งพบ “ ซากชาวปอมเปเอียนและสัตว์เลี้ยงของเขาที่ตายกลายเป็นหินยังคงสภาพเดิมทุกประการ ” แต่ทว่าภาพนั้นจะเห็นลักษณะของความหวาดกลัวต่อความตายได้เป็นอย่างดีบางคนนั่งเอามือปิดหน้าตายบางคนนั่งซบกับกำแพงบ้านตายก็มี ปอมเปอีจึงได้ชื่อว่า “ซากเมืองแห่งความตาย”
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมือง นาโปลี NAPOLI เมืองแห่งประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ เมืองเนเปิลส์ (Naples) หรือที่นิยมเรียกเป็นภาษาอิตาลีว่า เมืองนาโปลี (Napoli) ตั้งอยู่ที่ชายฝั่งด้านตะวันตกของอิตาลี เป็นเมืองที่ร่ำรวยทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและยังเป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญในคาบสมุทรอิตาลีมาตลอด 2,800 ปีนับแต่ก่อตั้งเมืองขึ้นมา ด้วยเหตุนี้เมืองเนเปิลส์จึงถือว่าเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะบริเวณใจกลางของเมืองเนเปิลส์ยังเป็นศูนย์กลางเมืองทางประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นมรดกโลก ในปี 1995 เเละที่สำคัญก็คือที่เมืองเเห่งนี้เป็นเมืองแรกในโลกที่เริ่มมีการทำพิซซ่า จึงนับได้ว่าเป็นเมืองต้นตำหรับของพิซซ่าอย่างเเท้จริง
นำเท่าน ชมเมืนเปิลส์ ผ่านย่านท่าเรือ บันทึกภาพกับ ปราสาทเดลโลโว สร้างในสมัยวิลเลียมที่ 1แห่งอองจู และต่อเติมใหม่ในปี ค.ศ.1532 โดยนักออกแบบของสเปนดอน เปโดร เดอ โทเลโด้ จากนั้น นำท่านเดินเล่นชมบริเวณเมืองเก่าของเนเปิ้ลส์ ผ่านจตุรัสกลางเมือง จตุรัส Piazza del Gesu Nuovo ย่านกลางเมืองที่มีสถาปัตยกรรมของอาคารสวย ๆ สมัยคริสตศตวรรษที่ 14 พร้อมมีเวลาให้ท่านผ่อนคลาย เลือกจิบกาแฟชิลๆ หรือ เดินเลือกหาของตามอัธยาศัย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)
พักที่ Star HOTEL Terminus หรือเทียบเท่า
ข้อมูลที่พัก -
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ กรุงโรม Rome (ระยะทาง 221 กม. / 3 ชม.) ซึ่งเป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นลาซีโอ ประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ ในเขตเมืองมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 2.5 ล้านคน ถ้ารวมเมืองโดยรอบจะมีประมาณ 4.3 ล้านคน โดยมีจำนวนประชากรใกล้เคียงกับมิลานและเนเปิลส์
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านชม น้ำพุเทรวี่ Fontana di Trevi จุดกำเนิดของเสียงเพลง Three Coins in the Fountain อันโด่งดัง ชมความสวยงามของงานประติมากรรมหินอ่อนแบบบาร็อค ซึ่งเป็นเรื่องราวของเทพมหาสมุทรตามตำนานกล่าวไว้ว่า หากใครได้มาถึงน้ำพุแห่งนี้แล้วโยนเหรียญอธิษฐานทิ้งไว้จะได้กลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้งหนึ่ง ก่อนนำท่านสู่บริเวณ ย่านบันไดสเปน Spanish step เพื่อให้ท่านได้ช้อปปิ้งแบรนด์เนมส่งท้ายก่อนกลับ ณ ถนนคอนดอตติ Via Condotti ถนนที่เต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์เนมชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Prada , Gucci , Dior , Valentino , Amarni , Versace , Fendi ฯลฯ
นอกจากนั้นหากเดินไปสุดถนนคอนดอตติจะมีถนนตัดขวางชื่อ ถนน เดล คอร์โซ่ Via Del Corso บนถนนเส้นนี้จะมีแบรนด์แฟชั่นสตรีทวัยรุ่นทั่วไป อาทิ H&M, GAP, Nike, Foot lockler, GEOX, Guess, Diesel store ฯลฯ อิสระให้ท่านเพลิดเพลินกับย่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ส่งท้ายก่อนเดินทางกลับไทยวันรุ่งขึ้น
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ Crowne Plaza Rome - St. Peter's หรือเทียบเท่า
ข้อมูลที่พัก -
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ นครรัฐวาติกัน ซึ่งเป็นรัฐอิสระและศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก
พิเศษสุด!!! นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์วาติกัน Vatican museum ซึ่งเป็นที่รวบรวมผลงานทางศิลปะชิ้นเอกของโลก นอกจากนี้ยังมีห้องแสดงศิลปะการตกแต่งฝาผนังรูปสลักแบบคลาสสิค และงานของนักวาดภาพคนสำคัญๆ ของอิตาลีในสมัยกลางและสมัยเรอเนสซองส์ อาทิ จ็อตโต (Giotto), ฟรา แองเจลิโก (Fra Angelico), ฟิลิปโป ลิปปี (Filippo Lippi) และ โบสถ์ซิสทีน (Sistine Chapel) ซึ่งเป็นผลงานของไมเคิลแองเจโลที่วาดภาพเขียนสีเฟรสโก้ที่โด่งดังที่สุดของโลกคือ The Last Judgement แล้วไปชมความอลังการของ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ได้รับการตกแต่งอย่างโอ่อ่าหรูหรา
ชม รูปปั้นแกะสลักเฟียต้า ผลงานชิ้นเอกของไมเคิลแองเจโล เสาพลับพลาที่ออกแบบโดยแบร์นินี และยอดโดมขนาดใหญ่ที่หาชมได้ยาก ซึ่งปัจจุบันล้วนแต่เป็นสิ่งที่สำคัญล้ำค่าคู่บ้านคู่เมืองของอิตาลี ก่อนมีเวลาให้ท่าน ถ่ายรูป จัตุรัสหน้าวิหารเซนต์ปีเตอร์ Saint Peter's Basilica ที่ท่านอาจเคยเห็นจากการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ในช่วงเวลาสำคัญๆ ของคาทอลิก
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้น แวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกด้านหน้า สนามกีฬาโบราณโคลอสเซียม Colosseum โบราณสถานเก่าแก่ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เคยเป็นสนามกีฬายักษ์ที่สามารถจุคนได้กว่า 50,000 คน และ ประตูชัยคอนสแตนติน (Arco di Costantino) สัญลักษณ์แห่งชัยชนะและที่มาของถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม จากนั้นนำท่าน ชมกรุงโรม ผ่านชม อนุสาวรีย์กษัตริย์วิค ตอริโอ เอ็มมานูเอลที่ 2 และ จตุรัสเวเนเซีย ซึ่งมีอาคารซึ่งเคยเป็นศุนย์บัญชาการของมุโสลินี เข้าสู่เขตซากปรักหักพังประวัติศาสตร์ โรมันฟอรั่ม จุดศูนย์รวมของชาวโรมันโบราณ อันเป็นที่ตั้งของวิหารเทพเจ้าและสนามกีฬาโบราณ จากนั้นนาท่านเดินทางสู่ Designer Outlet Castelromano McArthurGlen (ระยะทาง 25 กม. / 30 นาที) เครือของ McArthurGlen Designer Outlet อิสระให้ท่านช้อปปิ้งอย่างจุใจกับเอ๊าท์เล็ตที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงโรมและเป็นแหล่งช้อปปิ้งใหญ่ มีร้านค้ามากกว่า 120 ร้าน สินค้าแบรนด์ชื่อดังต่างๆ จากทุกมุมโลก มีสินค้าแบรนด์เนมและพบกับโปรโมชั่นส่วนลดให้เลือกมากมายอาทิ เช่น รองเท้า เสื้อผ้า เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน พบกับแบรนด์ชั้นนำต่างๆ มากมาย อาทิ Adidas, Burberry, Calvin Klein, Coach, Diesel, Fossil, Gap, Guess, Lacoste, Levi’s, Moschino, Michael Kors, New Balance, Nike, Samsonite, Sisley, Superdry, Swatch, Tommy Hilfiger, The North Face, Swarovski, Versace, Valentino เป็นต้น
17.30 น. เดินทางสู่ สนามบินฟูมิชิโน่ เช็คอินและโหลดสัมภาระ พร้อมมีเวลาให้ท่านกระทำภาษีคืน TAX REFUND *** อิสระอาหารค่ำ เพื่อความสะดวกในการช้อปปิ้งและเดินทางไปสนามบิน***
22.00 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 096
05.55 น. เดินทางถึง ดูไบ Dubai (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
09.40 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ EK 372
19.15 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารชั้น 2 โดยสวัสดิภาพ
46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา