
21.00 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้าหมายเลข 9 เคาน์เตอร์ T สายการบินเอมิเรตส์ (EK) พบเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่าน
01.05 น. ออกเดินทางสู่ กรุงดูไบ โดย สายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 385 เพื่อทำการแวะเปลี่ยนเครื่อง
05.00 น. เดินทางถึง สนามบินดูไบ ประเทศ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ประมาณ 2 ชม.)
07.25 น. ออกเดินทางสู่ กรุงลิสบอน โดยสายการบิน EK 191
12.00 น. เดินทางถึง สนามบินลิสบอน ปอร์เตลา หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางเข้าสู่ ตัวเมืองลิสบอน เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่เมือง อัลบูเฟรา Albufeira (ระยะทาง 260 ก.ม./ 3.20 ชม.) เมืองติดชายฝั่งทะเลในเขตอัลการ์ฟ (Algarve) ทางตอนใต้ของโปรตุเกส เป็นเมืองที่มีทั้งความเจริญทันสมัยและมนต์เสนห์แห่งประวัติศาสตร์ และยังมีทั้งจตุรัสที่สวยงาม, โบสถ์ในยุคศตวรรษที่ 18 เป็นเมืองตากอากาศที่มีชายหาดงดงามเมืองหนึ่งในโปรตุเกส ท่านจะได้เห็นน้ำทะเลสีฟ้าอมเขียวสดใสของแอตแลนติก จากนั้น นำท่านเดินเล่นชมเมืองยามเย็น ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าหลังจากเดินทางไกลไปกับการชมบรรยากาศอันงดงามของเมืองตากอากาศที่สาดส่องด้วยแสงของอาทิตย์อัศดง ภายในเมืองเก่าของอัลบูเฟราน่าเดินมาก นอกจากจะเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านกิฟท์ช้อป ร้านอาหาร และโรงแรมแล้ว ตัวอาคารของเมืองเก่าก็มีการตกแต่งประดับประดาสีสันได้อย่างสดใส มีเวลาอิสระให้ท่านได้เดินเล่นชมเมือง หรือ จะเลือกไปเดินเล่นชมชายหาดยามเย็น
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก Alisios Hotel หรือเทียบเท่า!!
ข้อมูลที่พัก -
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ ลากัว Lagoa (ระยะทาง 29 ก.ม./ 30 นาที) เมืองชายหาดในแคว้นแอลการ์ฟ (Algarve) นำท่าน ล่องเรือ ชม ถ้ำเบนากิล Benagil Cave ถ้ำริมทะเลแห่งนี้มีความสวยงามเฉพาะตัวเกิดขึ้นโดยฝีมือธรรมชาติ เมื่อมองจากภายนอกจะเห็นเป็นเพียงเกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่มีภูเขาหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่ แต่เมื่อไปสำรวจภาพในจะพบกับช่องหลายๆช่อง ทำหน้าที่เปรียบดั่งเป็นประตูไปสู่ถ้ำทะเล และยังมีความพิเศษตรงที่หลังคาของถ้ำไม่มีความทึบ แต่มีรูอยู่ด้านบนจนทำให้แสงสว่างกระทบมาถึงด้านล่างถ้ำที่เป็นชายหาดได้ ทำให้บริเวณนี้ไม่มืดและเป็นดั่งโถงธรรมชาติอันสวยงาม มีเวลาให้ท่านชมความงามของถ้ำสุดอัศจรรย์แห่งนี้ จากนั้นนำท่านล่องกลับสู่ฝั่ง
จากนั้นเดินทางสู่ ลากอส Lagos (ระยะทาง 44 ก.ม./ 40 นาที) เป็นเมืองริมทะเลที่มีความสวยงามที่สุดในภูมิภาคแอลการ์ฟ และเป็นเมืองที่มีชายหาดที่แสนสวยงามเป็นอย่างมาก รวมทั้งมีความเก่าแก่มาอย่างนาน จึงมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายจุดที่มีความสวยงามและเก่าแก่เหมาะแก่การมาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางไปยัง จุดชมวิว กลุ่มแท่งหินในทะเล Ponta da Piedade จุดชมวิวที่ท่านจะได้เห็นธรรมชาติของหินผาที่สวยงามแปลกตา ให้ท่านได้ชมวิวและถ่ายรูปตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร นำท่านผ่านชม ป้อม Forte da Ponta da Bandeira สร้างขึ้นเมื่อปลายศตวรรษที่ 17 ทางเข้าคือสะพานชักเหนือคูเมือง เป็นป้อมปราการป้องกันหลังหนึ่งที่ดีที่สุดในเมืองลากอส
จากนั้นนำท่านสู่ ย่านเมืองเก่า Old Town นำท่านเดินเล่น ชมบรรยากาศน่ารักของบ้านเรือนที่ตกแต่งด้วยสีสันสวยงาม นอกจากนั้นยังมีร้านค้า, ร้านกิฟท์ช้อป หรือคาเฟ่บรรยากาศดีๆให้ท่านเลือกนั่ง อิสระท่านตามอัธยาศัย
จนกระทั่งสมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางเข้าสู่ กรุงลิสบอน Lisbon (ระยะทาง 280 ก.ม./ 3.50 ชม.) เมืองหลวงของโปรตุเกสตั้งอยู่ในทวีปยุโรปตอนใต้บนคาบสมุทรไอบีเรีย เมืองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเทโฮ TEJO โดยใช้เส้นทางผ่านบรรยากาศธรรมชาติ ไร่นา ทุ่งหญ้า และป่าคอร์คที่นำมาทำจุกปิดคอร์คขวดไวน์ จนกระทั่งเข้าสู่ กรุงลิสบอน เมืองหลวงอันมีประวัติศาสตร์เก่าแก่ยาวนาน และเมืองแห่งนี้เคยได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ตั้งแต่ในสมัยศตวรรษที่ 17 และได้รับการบูรณะวางผังเมืองใหม่โดย มาร์คิส เดอ ปองปาล ทำให้ลิสบอนกลายเป็นเมืองที่มีอาคารถนนหนทางสวยงามอย่างในปัจจุบัน
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ My Story Hotel Figueira หรือเทียบเท่า
ข้อมูลที่พัก -
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมนำท่าน แวะถ่ายรูป ที่ หอคอยเบเลม Belem Tower เดิมสร้างไว้กลางน้ำเพื่อเป็นป้อมรักษาการณ์ดูแลการเดินเรือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเรือออกไปสำรวจและค้นพบโลกของ วาสโกดากามาและนักเดินเรือชาวโปรตุเกส เป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมแบบมานูเอลไลน์ที่สวยงาม หอคอยเบเลมและมหาวิหารเจอโรนิโมได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1983 และเป็นสองในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของประเทศโปรตุเกสอีกด้วย
จากนั้นนำท่านชม อนุสาวรีย์ดิสคัฟเวอรี่ Monument of Discovery สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1960 เพื่อรำลึกถึง 500 ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายเฮนรี่ “เดอะเนวิเกเตอร์”
จากนั้นนำท่านชม มหาวิหารเจอโร นิโมส์ Jeronimos Monastery ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ “วาสโก ดากามา” ซึ่งได้เดินเรือสู่ประเทศอินเดียได้เป็นผลสำเร็จในปี ค.ศ.1498 ซึ่งมหาวิหารแห่งนี้เป็นผลงานอันเยี่ยมยอดของงานสถาปัตยกรรมแบบมานูเอลไลน์ (Manueline) ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้นถึง 70 ปี จึงเสร็จสมบูรณ์ ก่อนนำท่านเดินเท้า สู่ จัตุรัสโรซิโอ้ Rossio Square เป็นจัตุรัสที่มีชีวิตชีวาที่สุดในเมืองที่ซึ่งผู้คนหยุดนั่งพักผ่อนหรือดื่มเครื่องดื่มที่ร้านกาแฟหลายแห่ง ตรงกลางเป็นอนุสาวรีย์ที่มีความสูง 27 เมตร อิสระท่านเดินเล่น หรือ นั่งดื่มกาแฟตามอัธยาศัย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ คาโบ ดา ร๊อคคา Cabo Da Roca (ระยะทาง 45 ก.ม./ 45 นาที) ซึ่งแหลมร๊อคคาตั้งอยู่สุดของทวีปยุโรปด้านทิศตะวันตกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ฝั่งตรงข้ามเป็นทวีปอเมริกา แหลมร๊อคคาตั้งอยู่บนหน้าผาสูงประมาณ 150 เมตรจากระดับน้ำทะเล บริเวณแหลมร๊อคคามีประภาคารซึ่งมีความสำคัญในการป้องกันแนวชายฝั่งทะเลและการเดินเรือจนใช้มาถึงปัจจุบันนี้
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง ซินตร้า Sintra (ระยะทาง 27 ก.ม./ 30 นาที) เป็นเมืองเล็กๆ สงบน่ารักอยู่กลางป่า อยู่บนยอดเขามีปราสาทพีน่า (Pena Castle) ปราสาทยุคอัศวินที่ซ่อนตัวอยู่ในหมู่แมกไม้กลางอุทยานแห่งชาติ เมืองซินทราได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ. 1995 เมืองนี้เป็นที่ตั้งของพระราชวังแห่งชาติ (National Palace) พระราชวังเคลุซ (Queluz) นำท่าน บันทึกภาพด้านหน้า กับ พระราชวังหลวง The Royal Palace (The Palacio Nacional da Vila) อดีตพระราชวังหลวงที่ประทับแห่งราชวงศ์มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 นำท่าน บันทึกภาพด้านหน้า พระราชวังพีน่า (Pena National Palace) พระราชวังที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือเมืองซินตร้า โดยพระราชวังแห่งนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของประเทศโปรตุเกส ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโปรตุเกส
สมควรแก่เวลาเดินทางสู่เมือง นาซาเร่ Nazar (ระยะทาง 124 ก.ม./ 1.30 ชม.) เป็นหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ มีหาดทรายที่สวยงามและบรรยากาศที่สบายเป็นธรรมชาติ ปัจจุบันเป็นเมืองท่าตากอากาศที่สำคัญของโปรตุเกส ให้ท่านเดินชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่หมู่บ้านประมง แนวชายหาดของที่นี่มีความยาวกว่า 1.5 ก.ม. มีที่พักตากอากาศ ร้านอาหารทะเล คาเฟ่เก๋ๆ ตั้งอยู่ตลอดแนว และเมืองนี้ยังเป็นเมืองสวรรค์ของเหล่านักโต้คลื่นจากทั่วโลก ในช่วงฤดูหนาวจะมีคลื่นยักษ์ให้ท่านได้ตื่นตาตื่นใจอีกด้วย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ Villamar Style Maison หรือเทียบเท่า!!
ข้อมูลที่พัก -
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านชายฝั่งทะเล คอสต้า โนวา โด พราโด้ Costa Nova do Prado (ระยะทาง 144 ก.ม./ 1.40 ชม.) ซึ่งเอกลักษณ์ที่งดงามที่สุดของหมู่บ้านคอสตาโนวา คือ ถนนเลียบชายฝั่งซึ่งมีกระท่อมไม้เรียงรายเป็นแถบสีลูกกวาดสดใสสลับกับสีขาว กระท่อมแห่งนี้สร้างขึ้นโดยชาวประมงเพื่อเป็นที่พักและร้านขายอุปกรณ์ ปัจจุบันกระท่อมต่างๆ ได้รับการดัดแปลงเป็นบ้านพักตากอากาศ ซึ่งได้เพิ่มสีสันของตัวบ้านด้วยการทาสีเป็นแนวตารางสลับขาว เช่น สีเหลืองขาว สีน้ำเงินขาว เป็นสีสดใสที่ตัดกัน สร้างความสะดุดตาให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก
นำท่านเดินเล่นเรียบชายหาดคอสตา โนวา โด ปราโด ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบเดินเลียบชายฝั่งเป็นระยะทางยาว อีกด้านหนึ่งของถนนเลียบชายฝั่ง Aveiro Estuary ที่มีน้ำนิ่งสงบ ทะเลแห่งนี้เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการเล่นเรือใบและเล่นวินด์เซิร์ฟ อิสระท่านชมวิวตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมือง อาเวโร่ Aveiro (ระยะทาง 12 ก.ม./ 15 นาที) เมืองศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมที่สำคัญแหล่งหนึ่งของโปรตุเกสซึ่งอดีตเคยเป็นเมืองท่าที่เจริญมากๆ เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็น “เวนิสแห่งโปรตุเกส” เนื่องจากความสวยงามของคลองที่ตัดผ่านในตัวเมือง โดยมีสะพานเชื่อมแต่ละฝั่งเข้าด้วยกัน และมีเรือกอนโดลาและเรือเร็วหลากสีสันล่องไปตามลำคลองเหล่านั้น
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านแวะชม สถานีรถไฟอเวโร่ Aveiro Station ประกอบไปด้วยอาคารสองหลัง คือ หลังเก่าและหลังใหม่ อาคารหลังเก่าตกแต่งด้วยกระเบื้องสีฟ้า ซึ่งแสดงถึงประเพณี วัฒนธรรม ของชาวโปรตุเกส แม่น้ำโวลก้า ชาวประมง โบสถ์คริสต์ และอื่นๆ ส่วนอาคารใหม่เป็นสีขาวทั้งหลังและเป็นอาคารหลักในการให้บริการ ส่วนหลังเก่าไว้สำหรับเยี่ยมชม จากนั้น ชมความงามของเมืองอาเวโร่ ซึ่ง ท่านจะได้ชื่นชมกับทัศนียภาพที่สวยงามของอาคารบ้านเรือนสีสันสดใสและสถานที่สำคัญๆ ของเมือง จนกระทั่งสมควรแก่เวลา จากนั้นเดินทางสู่เมือง ปอร์โต Porto (ระยะทาง 70 ก.ม./ 1 ชม.) เมืองปอร์โต้ เป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 รองจากกรุงลิสบอน ตั้งอยู่ทางเหนือของประเทศโปรตุเกส เป็นเมืองท่าที่มีชื่อในการผลิตเหล้าไวน์ปอร์โต้ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำเมาชั้นดีที่มีชื่อเสียงของคนที่รักในการดื่ม และเป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมสมัยกลางสวยงามอยู่หลายแห่ง แบ่งเป็น 3 โซนใหญ่ๆ คือ ชายฝั่งทะเล, เมืองเก่า, แม่น้ำ Douro ผ่ากลาง มีย่าน Vila Nova de Gala เป็นโซนสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบในการดื่ม เพราะเป็นแหล่งผลิตไวน์ปอร์โต้ของทุกยี่ห้อให้เลือกสรรกัน
นำท่าน นั่งกระเช้าลอยฟ้า (Cableway Teleferico de Gaia) เพื่อชมเมืองปอร์โตจากมุมสูง จากนั้นนำท่านชม สถานีรถไฟ So Bento เป็นสถานีรถไฟโบราณ ภายในมีการตกแต่งด้วยกระเบื้องเขียนสีและลวดลายสีน้ำเงินบอกเล่าเรื่องราวของชาวโปรตุเกส สร้างขึ้นในขณะที่อารามนิกายเบเนดิกยังคงรุ่งเรืองในศตวรรษที่ 16 ภายในสถานีรถไฟแห่งนี้มีจิตกรรมฝาผนังที่เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมือง ทั้งหมดรังสรรค์จากกระเบื้องเซรามิคอะซูเลโฮกว่า 20,000 ชิ้น เราจะเห็นประวัติ สงคราม และการคมนาคมของเมือง จิตกรฝาผนัง Jorge Colao ใช้เวลาถึง 11 ปีในการสร้างสรรค์ผลงานนี้ในสถานีรถไฟ So Bento แห่งนี้
จากนั้นนำท่านสู่ ร้านหนังสือ Livraria Lello ร้านหนังสือเก่าแก่อายุ 140 ปี ถูกจัดเป็นหนึ่งในร้านหนังสือที่สวยงามที่สุดในโลก จากสำนักข่าวชั้นนำของโลก อาทิ The Guadian และ Time และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ เจ. เค. โรว์ลิง (J. K. Rowling) ในการเขียนหนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ (Harry Potter) ชุดนวนิยายแฟนตาซีที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักทั่วโลก เป็นร้านหนังสือต้นแบบของ “ร้านตัวบรรจงและหยดหมึก (Flourish and Blotts)” ร้านหนังสือเวทมนตร์ในตรอกไดแอกอนนั่นเอง ร้านถูกสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมนีโอโอทิก จะสะดุดตากับบันไดม้วน 2 ชั้นสีแดงสดกลางห้องโถง ตัดกับสีน้ำตาลเข้มของไม้ที่สร้างพื้น ราวบันได เพดาน และชั้นวางหนังสือไม้แกะสลัก นำท่านชม ด้านนอก มหาวิหารแห่งเมืองปอร์โต (Porto Cathedral) ที่สร้างในศตวรรษที่ 12 ซึ่งล้อมรอบด้วยชุมชนที่เก่าแก่ริมฝั่งแม่น้ำ “Guerra”
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ Crowne Plaza Porto หรือเทียบเท่า!!
ข้อมูลที่พัก
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่เมือง ซาลามังกา Salamanca (ระยะทาง 340 ก.ม./ 4.30 ชม.) (เวลาที่สเปนจะเร็วกว่าเวลาที่โปรตุเกส 1 ชั่วโมง) ในแคว้นคาสตีลและเลออน ทางภาคตะวันตกของประเทศสเปน ตั้งอยู่บนที่ราบสูงริมแม่น้ำตอร์เมส เป็นเมืองที่มีความสำคัญเนื่องจากเป็นศูนย์กลางของการค้าขายในสมัยโรมันเรืองอำนาจ ปัจจุบันเมืองนี้ได้รับขึ้นเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก ในปี ค.ศ. 1988
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม มหาวิหารซาลามังกา ที่อยู่ในเขตเมืองเก่าเป็นส่วนหนึ่งของอาคารประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก มหาวิหารในเมืองที่สำคัญมี 2 แห่งคือ มหาวิหารเก่า สร้างเมื่อศตวรรษที่ 12 ด้วยรูปแบบศิลปะโรมัน และ มหาวิหารใหม่ สร้างเมื่อศตวรรษที่ 16 เป็นศิลปะแบบโกธิคที่ดูทันสมัยขึ้น ใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 200 ปีจึงแล้วเสร็จ นำท่านสู่ พลาซา มายอร์ (Plaza Mayor) ในแคว้นคาสตีลและเลออน ทางภาคตะวันตกของประเทศสเปน ตั้งอยู่บนที่ราบสูงริมแม่น้ำตอร์เมส เป็นเมืองที่มีความสำคัญเนื่องจากเป็นศูนย์กลางของเมือง สร้างโดยศิลปะสไตล์บาโรค อันเป็นเอกลักษณ์ของความอู้ฟู่ในยุคศตวรรษที่ 16-18 ในช่วงฤดูร้อน พลาซา มายอร์ คือพื้นที่แห่งความบันเทิงของชาวสเปนหนึ่งในนั้นก็คือการสู้วัวกระทิง จนในที่สุดก็เลิกจัดขึ้นที่พลาซาแห่งนี้ในกลางยุคปี 1800 ปัจจุบันบริเวณนี้เรียกได้ว่าเป็นจุดศูนย์กลางของ การทำกิจกรรม และ การพบปะของผู้คน
จากนั้นนำคณะเดินทางสู่ กรุงมาดริด (ระยะทาง 215 ก.ม./ 3 ชม.) เมืองหลวงที่เก่าแก่และสวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผ่านชมชนบทของประเทศสเปน จนกระทั่งเข้าสู่ตัวเมืองหลวงของประเทศสเปน ตั้งอยู่ใจกลางแหลมไอบีเรียน ในระดับความสูง 650 เมตร เป็นมหานครอันทันสมัยล้ำยุค ที่ซึ่งกษัตริย์ฟิลลิปที่ 2 ได้ทรงย้ายที่ประทับจากเมืองโทเลโดมาไว้ที่นี่ และประกาศให้มาดริดเป็นเมืองหลวงใหม่ยกเว้นช่วงปี ค.ศ. 1601 - 1607 เมื่อพระเจ้าฟิลลิปที่ 3 ได้ย้ายไปที่เมืองบายาโดลิด มาดริดได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ Barcel Imagine พิเศษสุดๆ พัก 2 คืน สบายๆ หรือเทียบเท่า!!
ข้อมูลที่พัก
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเที่ยวชมกรุงมาดริด ชมอนุสาวรีย์เซอร์แวนเตส กวีเอกชาวสเปน ที่ตั้งอยู่เหนืออนุสาวรีย์ดอนกิโฆเต้ในสวนสาธารณะ จากนั้นชม น้ำพุไซเบเลส (Cibeles Fountain) ที่สร้างอุทิศให้แก่เทพธิดาไซเบลีน ใช้เป็นสถานที่เฉลิมฉลองในเทศกาลต่างๆ ของเมืองและอาคารสวยงามใกล้ๆ กันคือ ที่ทำการไปรษณีย์ ผ่านประตูชัยอาคาล่า (Puerta de Alcala) ที่สร้างถวายพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จากนั้นนำท่านชม พระราชวังหลวง Royal Palace of Madrid ตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำแมนซานาเรส มีความสวยงามโอ่อ่าอลังการไม่แพ้พระราชวังอื่นๆ ในทวีปยุโรป จากแนวความคิดเปรียบเทียบความใหญ่โตของแวร์ซายส์และความสวยงามของลูฟว์ในฝรั่งเศส พระราชวังหลวงแห่งนี้ถูกสร้างด้วยหินทั้งหลังในปี ค.ศ.1738 ในสไตล์บาร็อก โดยการผสมผสานระหว่างศิลปะแบบฝรั่งเศสและอิตาเลียน (ขอสงวนสิทธิ์ในการงดการเข้าชมภายในพระราชวังหลวง ในกรณี มีการจัดงาน
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร เมนู SEAFOOD PAELLA หรือ ข้าวผัดสเปนต้นตำหรับอันเลื่องชื่อ
นำท่านเข้าสู่ ปูเอร์ตา เดล โซล (Puerta del Sol) หรือ ประตูพระอาทิตย์ เป็นจัตุรัสสาธารณะกลางกรุงมาดริด เป็นหนึ่งในสถานที่ที่เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายและมีผู้คนพลุกพล่านที่สุดในเมือง มีร้านค้า ร้านอาหารให้เลือกมากมาย ใกล้กันท่านจะได้พบกับอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงมากดังไปทั่วโลก อนุสาวรีย์หมีและต้นไม้สตรอเบอร์รี่ (El Oso y el Madroo) และฝั่งตรงข้ามจัสตุรัสมีอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือ สัญลักษณ์แผ่นหินบนทางเท้า (Kilometer Zero) ที่เก่าแก่มีอายุตั้งแต่ปี ค.ศ.1950 ทำหน้าที่เป็นศูนย์ กม. จากการวัดถนนในแนวรัศมีทุกเส้นในสเปน ซึ่งแสดงให้เห็นโดยแผ่นป้ายบนพื้นของจัตุรัสซึ่งระบุจุดที่แน่นอนของ กม.0 ก่อตั้งในปี ค.ศ.1857 จากนั้นนำท่านเดินเล่น ณ ตลาดซานมิเกล (Mercado San Miguel) เป็นตลาดในอาคารที่มีหลังคากระเบื้องสีน้ำตาล มีความเก่าแก่ตั้งแต่ปี ค.ศ.1915 มีร้านอาหารหลากหลายมาก ที่นี่เป็นทั้งแหล่งช็อปปิ้ง ตลาดนัดถนนคนเดิน มีซุ้มและโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งรับประทานอาหาร มีทั้งอาหารท้องถิ่นสเปน อาหารเอเชีย อาหารทะเล ทาปาส และเบเกอรี่ จากนั้นนำท่านเข้าสู่ พลาซ่ามายอร์ (Plaza Mayor) ศูนย์กลางของเมืองที่สร้างโดยศิลปะสไตล์บาร็อค ที่เป็นเอกลักษณ์ของความร่ำรวยในยุคศตวรรษที่ 16 -18 อิสระให้ท่านได้เดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย จากนั้น อิสระให้ท่านเดินช้อปปิ้ง ย่าน Walking Street ตามอัธยาศัย
รายการเที่ยวในมาดริดช่วงบ่าย จำเป็นจะต้องเดินทัวร์ ตั้งแต่ย่าน ปูเอร์ต้า เดล โซล จนถึง พลาซ่ามายอร์ ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองเก่าทั้งหมด และเนื่องจากคนพลุกพล่านให้ระมัดระวังทรัพย์สินมีค่าของท่านเป็นพิเศษ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)
พักที่ Hotel Hirsch หรือเทียบเท่า
ข้อมูลที่พัก -
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางเข้าสู่ บริเวณด้านหน้า สนามฟุตบอลซานเตียโก้เบอร์นาบิล ของทีมราชันชุดขาว “รีลมาดริด” ซึ่งเป็นสนามฟุตบอลที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีนักเตะที่มีชื่อเสียงเคยเล่นอยู่มากมาย อาทิ คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ซีดาน, เดวิด เบคแฮม, กาก้า ฯลฯ พร้อมมีเวลาให้คณะได้ เลือกซื้อเลือกชมสินค้ามากมาย อาทิเช่น ผ้าพันคอ, หมวก, เสื้อฟุตบอล, ลูกฟุตบอล, แก้วน้ำ, ตัวมาสคอตของทีม ฯลฯ ซึ่งเป็นสินค้าของแท้จากสโมสรรีลมาดริดไว้เป็นที่ระลึก จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง เซโกเวีย (Segovia) (ระยะทาง 60 ก.ม./ 1 ช.ม.) เป็นเมืองหลักของจังหวัดเซโกเวีย ในแคว้นคาสตีลและเลออนของประเทศสเปน ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบระหว่างแม่น้ำเอเรสมา (Eresma) กับแม่น้ำกลาโมเรส (Clamores) ณ เชิงเขากวาดาร์รามา นำท่านถ่ายรูปกับ มหาวิหารแห่งเมืองเซโกเวีย (Segovia Cathedral) และ สะพานส่งน้ำโรมันที่มีชื่อเสียง (Roman Aquaduct) สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 โดยไม่มีการใช้กาวหรือวัสดุเชื่อมหินแต่ละก้อนแต่อย่างใด จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นสิ่งก่อสร้างทางวิศวกรรมโดยชาวโรมันที่สำคัญที่สุดของสเปน และยังมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดอีกด้วย รางส่งน้ำประกอบขึ้นจากหินแกรนิตกว่า 25,000 ก้อน มีความยาว 818 เมตร มีโค้ง 170 โค้ง จุดที่สูงที่สุดสูงถึง 29 เมตร จุดเริ่มต้นของรางส่งน้ำนี้เริ่มตั้งแต่นอกเมืองแล้วลำเลียงส่งน้ำเข้ามาในเมือง รางส่งน้ำแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซอโกเบียและเป็นไฮไลท์หลักของเมือง จากนั้นมีเวลานำท่าน เดินชม เขตเมืองเก่าล้อมรอบด้วยกำแพง ที่สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 8 (บนฐานที่มั่นของโรมัน) และได้รับการบูรณะในระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันเป็นแหล่งมรดกโลกตามการประกาศจากองค์การยูเนสโก
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านช้อปปิ้ง ณ ช้อปปิ้งเอาท์เลต Las Rozas Village แมดริด (ระยะทาง 70 ก.ม./ 1 ช.ม.) มีสินค้ากว่าร้อยร้านค้า อาทิ เช่น Amani, Barbour, Coach, Diesel, Furla, Onisuka Tiger,Polo Ralph lauren, Hugo Boss, Samsonite, Camper, Burbury, Superdry, Tag Heuer, Bvlgari, Calvin Klein ฯลฯ
*** อิสระอาหารค่ำ เพื่อความสะดวกในการเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเช็คอินและกระทำภาษี ***
18.00 น. เดินทางสู่สนามบินมาดริด (ระยะทาง 70 ก.ม./ 1 ช.ม.) เพื่อทำการเช็คอินและทำ TAX REFUND
22.05 น. ออกเดินทางสู่ มหานครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดย สายการบินอิมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 144 (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
07.15 น. เดินทางถึง สนามบินดูไบ (ระยะเวลารอเปลี่ยนเที่ยวบินประมาณ 2 ชม.)
09.40 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน EK 372
18.55 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารชั้น 2 โดยสวัสดิภาพ
46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา