
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ท่านละ | พักเดี่ยวเพิ่มเงิน | ราคาเด็กท่านละ | |
|---|---|---|---|---|
| 28 พ.ค. 69 - 04 มิ.ย. 69 | 55,555 บาท | 12,900 บาท | สอบถามเพิ่มเติม | จอง |
19.00 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ เคาเตอร์สสายการบิน เตอร์กิชแอร์ไลน์ โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสารการเดินทาง
23.15 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินอิสตันบลู ประเทศตุรเคีย โดยสารการบิน เตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 69 (ใช้เวลาในการเดินทาง 10.05 ชั่วโมง)
*** เที่ยวบินหรือเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายการบินเป็นผู้กำหนด ***
ขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกที่นั่งบนเครื่องบินเนื่องจากเป็นตั๋วกรุ๊ป การจัดที่นั่งจะเป็นระบบ RANDOM ที่นั่งอาจจะไม่ได้นั่งติดกัน ทางบริษัทไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของสายการบิน
06.10 น. เดินทางถึง สนามบินอิสตันบลู (รอต่อเครื่องประมาณ 2.4 ชั่วโมง)
12.00 น. ออกเดินทางสู่สนามบิน สนามบินคาซาบลังกา โมฮัมเหม็ดที่ 5 ประเทศ โมร็อกโก โดยสายการบิน เตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK617
14.55 น. เดินทางถึง สนามบินคาซาบลังก้า โมฮัมเหม็ดที่5 ประเทศโมร็อกโก (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 6 ชั่วโมง กรุณาปรับเวลาให้ตรงตามเวลาท้องถิ่น เพื่อความสะดวกในการนัดหมาย) จากนั้นนำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากรเรียบร้อยแล้ว
นำท่านเดินทางสู่ กรุงราบัต (Rabat) (ใช้เวลาในการเดินทาง 1.20 ชั่วโมง) เมืองหลวงของโมรอคโค ซึ่งได้รับการสถาปนามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1956 เป็นที่ประทับของกษัตริย์แห่งโมรอคโคในปัจจุบัน และยังเป็นสถานที่ตั้งของทำเนียบทูตจากนานาประเทศ กรุงราบัตเป็นเมืองที่มีความงดงามและสะอาดตา ท่ามกลางสถาปัตยกรรมที่บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองและวัฒนธรรมที่อุดมสมบูรณ์
นำท่านชม ย่าน Habous District หรือที่เรียกว่า New Medina เป็นย่านที่มีเสน่ห์และเต็มไปด้วยวัฒนธรรมดั้งเดิมของโมร็อกโก ตั้งอยู่ในกรุงราบัต ถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบโมร็อกโกแท้ ๆ กับสไตล์ยุโรป ทำให้ที่นี่มีบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์และน่าค้นหา ในย่านนี้ท่านจะได้พบกับตลาดพื้นเมือง (Souk) ที่คึกคักเต็มไปด้วยร้านค้าขายสินค้าหัตถกรรมพื้นเมือง เครื่องหนัง เครื่องเทศ เครื่องประดับ และงานฝีมือที่สวยงาม รวมทั้งยังมีคาเฟ่และร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารท้องถิ่นแท้ ๆ
นำท่านชม จัตุรัสโมฮัมเหม็ดที่ 5 (Muhammad V Square) เพื่อให้ท่านได้ถ่ายรูป ณ ใจกลางกรุงราบัต กับจัตุรัสโมฮัมเหม็ดที่ 5 ศูนย์กลางแห่งชีวิตและวัฒนธรรมของเมืองหลวง ที่ซึ่งสถาปัตยกรรมยุโรปโคโลเนียลผสานอย่างงดงามกับเสน่ห์แห่งศิลปะแบบโมร็อกกัน อันร่มรื่นด้วยสวนสวยและน้ำพุระยิบระยับที่ชวนให้หลงใหล ประกอบกับตึกรามอาคารสำคัญที่ทรงคุณค่าและประณีตบรรจง จุดนัดพบแห่งผู้คนและกิจกรรมหลากหลาย ที่จะเติมเต็มทุกสัมผัสแห่งการเดินทางด้วยความประทับใจไม่รู้ลืม
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ที่พัก โรงแรมมาตรฐานยุโรป 3-4 ดาว หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางชม สุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 (Mausoleum of Mohammad V) (ด้านนอก) (ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.20 ชั่วโมง) สุสานแห่งนี้เป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญ สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 ผู้ทรงนำพาโมรอคโคสู่การปลดปล่อยจากอาณานิคมฝรั่งเศสและสเปน และยังเป็นพระอัยกาแห่งสุลต่านองค์ปัจจุบัน การออกแบบสุสานได้รับการสร้างสรรค์จากสถาปนิกชาวเวียดนาม โดยเริ่มก่อสร้างหลังจากการสวรรคตของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 เป็นระยะเวลา 6 ปี ซึ่งท่านสุลต่านได้พระราชานุญาตให้ผู้คนจากทุกชาติทุกศาสนาสามารถเข้าเยี่ยมชมและเคารพพระศพได้ โดยที่ประตูทางเข้าทั้ง 4 ด้านจะมีทหารยามยืนเฝ้าทุกประตูอย่า เคร่งครัด ภายในสุสานแบ่งออกเป็นสองส่วน ได้แก่ มัสยิดเก่าแก่และสุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 ซึ่งทั้งสองส่วนล้วนแฝงไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และความงามที่น่าประทับใจ
นำท่านเดินทางชม หอคอยฮัสซัน (Hassan Tower) หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงราบัต และเป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าความรุ่งเรืองในอดีตของโมร็อกโก หอคอยแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการก่อสร้างสุเหร่าฮัสซัน ซึ่งเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 โดยราชวงศ์อัลโมฮัด ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา ริมแม่น้ำบูเรเกรก (Bou Regreg) มานานกว่า 800 ปี หอคอยหินทรายสีแดงนี้เคยถูกวางแผนให้เป็นหออาซานของมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในโลกในยุคนั้น แต่โครงการก่อสร้างต้องหยุดลงกลางคันหลังจากสุลต่านองค์ผู้ริเริ่มสิ้นพระชนม์ ทำให้สิ่งที่หลงเหลืออยู่คือเสาหินมากมายและหอคอยสูงราว 44 เมตร ซึ่งกลายเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่าในปัจจุบัน
นำท่านชม ป้อมปราการอูดายา (Oudaya Kasbah) ป้อมปราการเก่าแก่ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา ณ ปากแม่น้ำบูเรเกรก สถานที่ซึ่งสะท้อนถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันล้ำค่าของกรุงราบัต ป้อมปราการแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนร่วมกับสถานที่สำคัญอื่นๆ ของราบัตให้เป็น มรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำคัญและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ไม่มีวันเลือนหาย
เพื่อให้ท่านได้เพลิดเพลินในการเดินเล่นอย่างเต็มอิ่มจุใจ อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเฟส Fs (ใช้เวลาในการเดินทาง 2 ชั่วโมง 15 นาที) เมืองเก่าแก่ที่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์และประวัติศาสตร์อันยาวนาน หนึ่งในเมืองศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลามที่สำคัญที่สุดในโลกมุสลิม และยังเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรม การศึกษา และศาสนามาตั้งแต่ยุคกลาง เมืองเฟสได้รับการขนานนามอย่างงดงามว่า “มักกะฮ์แห่งตะวันตก” และ “เอเธนส์แห่งแอฟริกา” เมืองแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงด้านอุตสาหกรรมเครื่องหนังที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี พร้อมด้วยตรอกซอกซอยของย่านเมดินา (Medina) ที่ซับซ้อนราวกับเขาวงกต ซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้าหัตถกรรมพื้นเมือง กลิ่นอายแห่งวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมรอให้ท่านได้มาสัมผัสด้วยตาตนเอง
นำท่านชม มัสยิดอัลการาวียิน (Kairaouine Mosque) (ด้านนอก) มัสยิดโบราณที่ทรงคุณค่าแห่งเมืองเฟส ศูนย์กลางจิตวิญญาณของชาวมุสลิม และยังได้รับการยกย่องจาก UNESCO และ Guinness World Records ว่าเป็น สถาบันการศึกษาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 859 โดย ฟาติมา อัล-ฟิห์รี สตรีผู้เปี่ยมศรัทธาและมีวิสัยทัศน์ ซึ่งอุทิศทรัพย์สินทั้งหมดจากมรดกของบิดา เพื่อสร้างมัสยิดแห่งนี้ให้เป็นมากกว่าสถานที่สักการะ หากแต่เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศาสนาและการอภิปรายนโยบายที่สำคัญในโลกอิสลาม สุเหร่าโคเราวีนยังถือเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาเหนือ รองรับผู้สักการะได้ถึง 20,000 คน โดดเด่นด้วยลวดลายเรขาคณิตแบบอาหรับ ประตูไม้ฉลุอันวิจิตร และสถาปัตยกรรมแบบมัวร์ริชที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของอารยธรรมอิสลามในอดีต
จากนั้นนำท่านชม โรงฟอกหนัง ชื่อดังของเมืองเฟส เพื่อสัมผัสกับวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด พร้อมชมบ่อฟอกและย้อมหนังแบบโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์โดยองค์การยูเนสโก โดยมีอ่างหินเรียงรายหลากสีสันดุจจานสีขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยน้ำยาสีสันสดใส ซึ่งใช้ฟอกและย้อมหนังจากวัว แกะ แพะ และอูฐ ให้กลายเป็นเครื่องหนังคุณภาพสูง ทั้งกระเป๋า เสื้อผ้า และรองเท้า ที่ผลิตขึ้นด้วยมือโดยไม่ใช้เครื่องจักร นับเป็นภูมิปัญญาโบราณที่สืบทอดต่อเนื่องมาตั้งแต่ยุคกลาง ท่านจะมีเวลาสำหรับการช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองหลากหลายประเภทอย่างเต็มอิ่ม
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ที่พัก โรงแรมมาตรฐานยุโรป 3-4 ดาว หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านถ่ายรูปด้านหน้าประตู พระราชวังหลวง (Royal Palace) (ด้านนอก) เพื่อชื่นชมความงดงามของ ซุ้มประตูหลวง ซึ่งเป็นประตูสู่พระราชวังที่ทรงเกียรติ อันเป็นที่ประทับขององค์สุลต่านเฉพาะในช่วงพิธีสำคัญต่าง ๆ เท่านั้น ด้านหน้าพระราชวังเป็นลานกว้างขวางซึ่งใช้จัดพิธีสวนสนาม และการแสดงถวายพระเกียรติในโอกาสสำคัญต่าง ๆ ให้ท่านได้ถ่ายภาพและเก็บความประทับใจอย่างอิสระ
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเมคเนส (Meknes) (ใช้เวลาในการเดินทาง 50 นาที) อดีตเมืองหลวงโบราณในยุคสมัยของสุลต่านมูเลอิสมาอิล (Moulay Ismail) แห่งราชวงศ์อะลาวิท (Alawite Dynasty) กษัตริย์ผู้ทรงอิทธิพลและมีชื่อเสียงในฐานะนักรบผู้กล้าหาญแห่งศตวรรษที่ 17 ด้วยทำเลที่ตั้งอันโดดเด่น มีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่านกลางเมือง เมคเนสจึงเจริญรุ่งเรืองเป็นศูนย์กลางทางเกษตรกรรม โดยเฉพาะการผลิตมะกอก ไวน์ และพืชพรรณหลากหลายชนิด
จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม สุสานมูเล อิสมาอิล (Mausoleum of Moulay Ismail) (ด้านนอก) สุสานโบราณอันทรงคุณค่าซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1703 โดย Ahmed Eddahbi ตั้งอยู่ภายในกำแพงเมือง ที่ซึ่งท่านจะได้สัมผัสความงดงามของสถาปัตยกรรมแบบโมร็อกกันอย่างแท้จริง ทั้งกระเบื้องโมเสกลวดลายวิจิตร และประตูโค้งอันสง่างามที่สะท้อนถึงศิลปะดั้งเดิมของโมร็อกโก นับเป็นหนึ่งในมรดกอันทรงคุณค่าที่เล่าขานเรื่องราวของยุคสมัยและความรุ่งเรืองแห่งอดีตอย่างน่าประทับใจ
นำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองคาซาบลังก้า (Casablanca) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.40 ชั่วโมง) เมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของประเทศโมร็อกโก ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่กว่า 5 ล้านคน อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดระดับตำนานเรื่อง “Casablanca” เรื่องราวความรักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างนายทหารอเมริกันกับหญิงสาวคนรัก ซึ่งใช้ฉากเมืองนี้เป็นแรงบันดาลใจในการถ่ายทอดเรื่องราว
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม มัสยิดกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 (Hassan II Mosque) มัสยิดอันงดงามริมทะเลแอตแลนติก สร้างขึ้นตามพระราชดำริของ กษัตริย์ฮัสซันที่ 2 บนพื้นที่ซึ่งเป็นโขดหินใกล้ทะเล โดยได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส ตัวมัสยิดมีความยิ่งใหญ่อลังการ สามารถรองรับผู้สักการะภายในได้ถึง 25,000 คน และบริเวณลานด้านนอกได้อีกกว่า 80,000 คน ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานถึง 6 ปี โดยแรงงานกว่า 6,000 คน ร่วมกันสร้างและแกะสลักศิลปะอย่างวิจิตรบรรจง (ในกรณีที่มัสยิดแห่งนี้มีการทำพิธีกรรมทางศาสนา ทางบริษัท ฯ ขออนุญาตนำท่านชมรอบนอกเท่านั้น)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ Morocco Mall ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา ด้วยพื้นที่กว่า 590,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในเมืองคาซาบลังก้า เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ได้รับการออกแบบโดย Davide Padoa จากบริษัทสถาปนิกชื่อดัง Design International ภายในมีร้านค้าแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ร้านอาหารนานาชาติ โซนความบันเทิง และอควาเรียมขนาดใหญ่ ให้ท่านได้ อิสระช้อปปิ้ง ตามอัธยาศัยอย่างจุใจ
เพื่อให้ท่านได้เพลิดเพลินในการเดินเล่นอย่างเต็มอิ่มจุใจ อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย
ที่พัก โรงแรมมาตรฐานยุโรป 3-4 ดาว หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองมาราเกช(Marrakech) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.50 ชั่วโมง ) เมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศโมรอคโกซึ่งตั้งอยู่เชิงเทือกเขาแอตลาสโดยในอดีตเมืองโอเอซิสแห่งนี้เคยเป็นจุดพักของกองคาราวานอูฐที่เดินทางมาจากทางตอนใต้ของประเทศและยังเคยเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์อัลโมราวิดในช่วงศตวรรษที่11อีกด้วยปัจจุบันเมืองมาราเกชเป็นหนึ่งในเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในโมรอคโกบรรยากาศสองข้างทางของเมืองรายล้อมไปด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มอมชมพูซึ่งเป็นข้อกำหนดจากรัฐบาลเพื่อรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมของเมืองทำให้เมืองแห่งนี้ได้รับฉายาว่า“PinkCity”หรือ“เมืองสีชมพู”นอกจากนี้ยังได้รับสมญานามว่า“A City of Drama”เนื่องจากมีความสวยงามราวกับเมืองในละครทั้งในด้านสถาปัตยกรรมวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่น่าหลงใหล
นำท่านชม พระราชวังบาเฮีย (Bahia Palace) พระราชวังอันงดงามที่สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่19โดยท่านมหาอำมาตย์ผู้สำเร็จราชการแทนยุวกษัตริย์ในอดีตพระราชวังแห่งนี้ได้รับการออกแบบและก่อสร้างอย่างวิจิตรตระการตาโดยแบ่งออกเป็น2ส่วนเนื่องจากสร้างขึ้นในช่วงเวลาที่แตกต่างกันโดยส่วนแรกเป็นอาคารที่เก่าแก่ที่สุดออกแบบโดยเซอร์เมาซ์ซา(Sir Moussa)ซึ่งภายในอาคารจะมีสวนแบบเปิดที่ให้ความร่มรื่นและเป็นมุมพักผ่อนหย่อนใจอีกด้วยส่วนที่สองออกแบบโดยบาอาเหม็ด(Ba Ahmed)เป็นการสร้างที่พักแนวใหม่โดยมีความตั้งใจให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในยุคนั้นทั้งในด้านสถาปัตยกรรมการตกแต่งลวดลายและบรรยากาศที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองในอดีต
เพื่อให้ท่านได้เพลิดเพลินในการเดินเล่นอย่างเต็มอิ่มจุใจ อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
นำท่านชม มัสยิดคูตูเบีย(Koutoubia Mosque) (ด้านนอก) ซึ่งเป็นมัสยิดที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในเมืองมาราเกชโดยไม่ว่าท่านจะเดินไปยังส่วนใดของตัวเมืองก็มักจะสามารถมองเห็นมัสยิดแห่งนี้ได้อย่างเด่นชัดด้วยเอกลักษณ์ ของหออะซานที่สูงถึง226ฟุตหรือประมาณ70เมตรซึ่งถือเป็นจุดสังเกตสำคัญของเมืองและเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางศาสนาอิสลามที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในภูมิภาคนี
นำท่านเยี่ยมชม สวนเมนารา (Menara Gardens) สวนสาธารณะและสวนเกษตรประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ใกล้เมืองมาราเกชประเทศโมร็อกโกสวนแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่12โดยซาลาฮุดดีนอัล-ออุตมันีและได้รับการขยายเพิ่มเติมในศตวรรษที่16ในยุคของซุลต่านอับดุลมาลิกสวนเมนารามีจุดเด่นที่สระน้ำขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยต้นมะกอกและพืชพันธุ์ผลไม้อื่นๆซึ่งสระน้ำนี้เดิมใช้เพื่อเก็บน้ำสำหรับชลประทานสวนและพื้นที่เกษตรโดยรอบภายในสวนยังมีศาลาเล็กๆตั้งอยู่ริมสระน้ำ
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ที่พัก โรงแรมมาตรฐานยุโรป 3-4 ดาว หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองไอท์เบนฮาดดู (Ait Benhaddou) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.10 ชั่วโมง) ให้ท่านได้ถ่ายรูปด้านหน้า เมืองแห่งนี้มีอาคารต่างๆสร้างจากดินซึ่งเป็นเอกลักษณ์และมีชื่อเสียงจากการเป็นโลเคชันถ่ายทำภาพยนตร์มากกว่า20เรื่องโดยเฉพาะป้อมดินที่งดงามและใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของโมร็อกโกคือ ป้อมไอท์เบนฮาดดู (Kasbah of Ait Benhaddou) ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสวนอัลมอนด์และเป็นปราสาทที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดังหลายเรื่องเช่นLawrence of Arabia, Jesus of Nazareth และ Gladiator ปัจจุบันป้อมดินแห่งนี้อยู่ในการดูแลขององค์การยูเนสโก้ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก นำท่านถ่ายรูปด้านหน้า
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นเดินทางต่อสู่ เมืองออร์ซาเอท(Ouarzazate) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ30นาที) ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์โดยในปีค.ศ.1928ฝรั่งเศสได้ตั้งกองกำลังทหารและพัฒนาพื้นที่นี้ให้เป็นศูนย์กลางการบริหารปัจจุบันเมืองวอซาเซทถูกส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ยวและมีการพัฒนาพื้นที่ในทะเลทรายสำหรับกิจกรรมต่างๆโดยรอบแวดล้อมไปด้วยสตูดิโอสำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องCleopatra, The Mummy, Kingdom of Heaven เป็นต้นซึ่งใช้เมืองแห่งนี้เป็นฉากถ่ายทำลักษณะภูมิประเทศยังคงความเป็นเอกลักษณ์แบบชนเผ่าเบอร์เบอร์ซึ่งเป็นชนเผ่าดั้งเดิมของชาวโมร็อกโกวอซาเซทเป็นเมืองที่สำคัญที่สุดทางตอนใต้และเป็นทางเชื่อมระหว่างเหนือกับใต้และตะวันออกกับตะวันตก
จากนั้นเดินทางสู่ ป้อมปราการทาอูเริท (Kasbah Taorirt) ซึ่งเป็นป้อมของตระกูลกลาวีที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหมู่บ้านโดยภายในประกอบด้วยห้องต่างๆที่ซ่อนอยู่มากมายพร้อมด้วยงานศิลปะและสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจนำท่านเดินทางสู่ เมืองมาราเกซ (Marrakesh) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.20) เมืองหลวงเก่าของโมร็อกโกซึ่งผสมผสานความเป็นเมืองยุคเก่าและเมืองทันสมัยได้อย่างลงตัวมาราเกซเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามรองจากคาซาบลังก้าและราบัตปัจจุบันเมืองนี้ถือเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในโมร็อกโก
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ที่พัก โรงแรมมาตรฐานยุโรป 3-4 ดาว หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเยี่ยมชม สวนจาร์ดีน มาจอแรล (Jardin Majorelle) สวนพฤกษศาสตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองมาราเกซซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยจูลส์ มาจอแรล ศิลปินชาวฝรั่งเศสในช่วงต้นศตวรรษที่20สวนแห่งนี้มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยสีฟ้าแซฟไฟร์สดใสและพันธุ์ไม้หลากหลายชนิดจากทั่วโลกรวมทั้งต้นกระบองเพชรและพืชทะเลทรายมากมายสวนจาร์ดีน มาจอแรลยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์เบอร์เบอร์ซึ่งจัดแสดงวัฒนธรรมและศิลปะของชนเผ่าเบอร์เบอร์ในโมร็อกโกสวนนี้เป็นสถานที่ที่ผสมผสานความงดงามของธรรมชาติและศิลปะไว้อย่างลงตัวจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนมาราเกซ
เพื่อให้ท่านได้เพลิดเพลินในการเดินเล่นอย่างเต็มอิ่มจุใจ อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
นำท่านชม จตุรัสจามาเอล-ฟาน่า (Jamaa el-Fna) อิสระให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเดินช็อปปิ้งที่ ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของเมืองมาร์ราเกชและถือเป็นหนึ่งในจตุรัสที่มีชีวิตชีวาที่สุดในโลก ที่นี่ท่านจะได้สัมผัสกับบรรยากาศคึกคักของตลาดแบบดั้งเดิมที่เต็มไปด้วยสีสันและความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแผงขายของที่ระลึก งานฝีมือท้องถิ่น เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องประดับสุดเก๋ หรือเครื่องเทศหอมกรุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของโมร็อกโก
เพื่อให้ท่านได้เพลิดเพลินในการเดินเล่นอย่างเต็มอิ่มจุใจ อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย
ได้เวลาอันสมควร เดินทางสู่สนามบินมาราเกช-เมนารา (โมร็อกโก)
16.15 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรเคีย โดยสายการบิน เตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบิน TK620 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง)
23.30 น. เดินทางถึง สนามบินอิสตันบลู ประเทศตุรเคีย (รอต่อเครื่องประมาณ 2 ชั่วโมง)
01.40 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสายการบิน เตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบิน TK 68 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9.45 ชั่วโมง)
15.25 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
46/263 ซอยนิมิตใหม่ 40 ถนนนิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา